จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ: มีรายงานว่า Oracle อาจปลดพนักงานสูงถึง
20,000 - 30,000 ตำแหน่งทั่วโลก (คิดเป็นประมาณ 18% ของพนักงานทั้งหมด)
พื้นที่หลัก: ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่จุดที่หนักที่สุดคือ
อินเดีย (คาดว่าสูงถึง 12,000 ตำแหน่ง) รวมถึงในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก
วิธีการแจ้งผล: มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ (เช่น Reddit และ LinkedIn) เนื่องจากพนักงานจำนวนมากได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างตอน 6 โมงเช้าโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
การปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ "AI Infrastructure"
สาเหตุที่ Oracle ยอมปลดพนักงานจำนวนมาก ทั้งที่ผลประกอบการในบางส่วนยังเติบโตดี เป็นเพราะต้องการ
"รีไซเคิลเงินทุน":
เป้าหมาย: บริษัทต้องการประหยัดงบประมาณราว
8,000 - 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ขนาดใหญ่
โครงการ Stargate: Oracle กำลังซุ่มทำโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกับพันธมิตรอย่าง OpenAI เพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปประมวลผลจำนวนมหาศาล
ผลประกอบการทางการเงิน (ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026)
แม้จะมีข่าวเลิกจ้าง แต่ในแง่ของตัวเลขทางธุรกิจ Oracle กลับโชว์ฟอร์มได้ดีในบางด้าน:
รายได้รวม: อยู่ที่ประมาณ 17,200 ล้านดอลลาร์ (โตขึ้น 22% YoY)
ตัวขับเคลื่อนหลัก: บริการคลาวด์ (OCI) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง
84% เนื่องจากความต้องการใช้พลังประมวลผลสำหรับ AI เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก
ยอดจองล่วงหน้า (RPO): พุ่งสูงถึง 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการทำสัญญาใช้บริการคลาวด์ระยะยาวจากลูกค้ารายใหญ่
ประเด็นความขัดแย้งกับ OpenAI
ล่าสุดมีรายงานว่า Oracle และ OpenAI ได้ยกเลิกแผนการขยาย Data Center เรือธงในรัฐเท็กซัส เนื่องจากตกลงเรื่องรายละเอียดการเงินและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของ OpenAI ไม่ลงตัว ซึ่งอาจทำให้ Oracle ต้องมองหาพันธมิตรหรือทำเลใหม่ในการขยายอาณาจักร AI
สรุป : Oracle กำลังอยู่ในช่วง
"ถ่ายเลือด" ครั้งสำคัญ คือยอมตัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเก่า เพื่อทุ่มสุดตัวให้กับสงคราม AI และ Cloud Infrastructure ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
ที่มา Instagram Long.LongThun
การปลดพนักงานครั้งใหญ่ ของ ORACLE ในเดือนมีนาคม - เมษายน 2026
พื้นที่หลัก: ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่จุดที่หนักที่สุดคือ อินเดีย (คาดว่าสูงถึง 12,000 ตำแหน่ง) รวมถึงในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก
วิธีการแจ้งผล: มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ (เช่น Reddit และ LinkedIn) เนื่องจากพนักงานจำนวนมากได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างตอน 6 โมงเช้าโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
การปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ "AI Infrastructure"
สาเหตุที่ Oracle ยอมปลดพนักงานจำนวนมาก ทั้งที่ผลประกอบการในบางส่วนยังเติบโตดี เป็นเพราะต้องการ "รีไซเคิลเงินทุน":
เป้าหมาย: บริษัทต้องการประหยัดงบประมาณราว 8,000 - 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ขนาดใหญ่
โครงการ Stargate: Oracle กำลังซุ่มทำโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกับพันธมิตรอย่าง OpenAI เพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปประมวลผลจำนวนมหาศาล
ผลประกอบการทางการเงิน (ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2026)
แม้จะมีข่าวเลิกจ้าง แต่ในแง่ของตัวเลขทางธุรกิจ Oracle กลับโชว์ฟอร์มได้ดีในบางด้าน:
รายได้รวม: อยู่ที่ประมาณ 17,200 ล้านดอลลาร์ (โตขึ้น 22% YoY)
ตัวขับเคลื่อนหลัก: บริการคลาวด์ (OCI) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 84% เนื่องจากความต้องการใช้พลังประมวลผลสำหรับ AI เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก
ยอดจองล่วงหน้า (RPO): พุ่งสูงถึง 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการทำสัญญาใช้บริการคลาวด์ระยะยาวจากลูกค้ารายใหญ่
ประเด็นความขัดแย้งกับ OpenAI
ล่าสุดมีรายงานว่า Oracle และ OpenAI ได้ยกเลิกแผนการขยาย Data Center เรือธงในรัฐเท็กซัส เนื่องจากตกลงเรื่องรายละเอียดการเงินและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของ OpenAI ไม่ลงตัว ซึ่งอาจทำให้ Oracle ต้องมองหาพันธมิตรหรือทำเลใหม่ในการขยายอาณาจักร AI
สรุป : Oracle กำลังอยู่ในช่วง "ถ่ายเลือด" ครั้งสำคัญ คือยอมตัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเก่า เพื่อทุ่มสุดตัวให้กับสงคราม AI และ Cloud Infrastructure ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
ที่มา Instagram Long.LongThun