🍁 แจกแพลนเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 6 คืน แบบโคตรคุ้ม! โตเกียว + โยโกฮาม่า + ฟูจิ เที่ยวครบ กินฉ่ำ เดินเพลิน วิวดีมากกก 🇯🇵

สวัสดีครับ
รอบนี้อยากมาแชร์แพลนเที่ยวญี่ปุ่นที่ส่วนตัวรู้สึกว่า ลงตัวมาก สำหรับคนที่อยากเที่ยวหลายฟีลในทริปเดียว

ทริปนี้เป็นทริปช่วง 28 ต.ค. - 3 พ.ย. 2566
คอนเซปต์คือ “มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ขอให้ได้หลายอารมณ์หน่อย”
เลยกลายเป็นทริปที่มีทั้ง
    •    โตเกียวสายกิน
    •    โตเกียวสายเดินเมือง
    •    สายช้อป
    •    สายโอตะ
    •    สายแลนด์มาร์ก
    •    สายดูวิวฟูจิ
    •    และมีแถมโยโกฮาม่ามาเปลี่ยนบรรยากาศอีก 1 วัน

พูดง่าย ๆ คือ ทริปเดียวแต่เหมือนได้เที่ยวหลายเมือง หลายมู้ดมาก






✨ ทำไมถึงชอบแพลนนี้

สิ่งที่ชอบมากคือมันไม่ใช่ทริปแนวอัดทุกอย่างจนเหนื่อย
แต่เป็นทริปที่ “มีจังหวะ” ดีมาก

บางวันเน้นเดินเล่นชิล ๆ
บางวันเน้นกิน
บางวันออกนอกเมือง
บางวันจัดเต็มเรื่องวิว

และที่สำคัญคือเรื่องพาสกับการเดินทางค่อนข้างคิดมาดี
ไม่ได้ซื้อมั่ว ๆ แต่ซื้อให้ตรงกับวันที่จะใช้งานจริง



🎫 พาสที่ใช้ในทริปนี้

ทริปนี้ใช้พาสหลัก ๆ ประมาณนี้

1. Skyliner ไป-กลับ + Subway 72 hrs
ไว้ใช้เข้าเมืองจากนาริตะ + ใช้รถไฟใต้ดิน 3 วันแรกในโตเกียว

2. JR Tokyo Wide Pass 3 วัน
เอาไว้ใช้ตอนออกนอกเมือง โดยในแพลนเริ่มใช้ช่วง 31 ต.ค. - 2 พ.ย.

3. บางวันมีซื้อ 1 day metro pass / ตั๋วแยกเพิ่ม
ตามความเหมาะสมของเส้นทางในวันนั้น ๆ

สรุปคือ
วันไหนเที่ยวในโตเกียวหนัก ๆ ก็ใช้ใต้ดินให้คุ้ม
วันไหนออกฟูจิก็ใช้ Wide Pass ให้คุ้มเหมือนกัน

อ่านแล้วรู้เลยว่าแพลนนี้ไม่ได้ทำแบบลอย ๆ แต่คิดเรื่องค่าเดินทางมาพอสมควร



Day 1 — ถึงโตเกียวปุ๊บ เริ่มทริปด้วยของกินกับสายโอตะทันที 🍣🎮

วันแรกพอมาถึงสนามบินนาริตะ ก็เข้าเมืองด้วย Keisei Skyliner
แล้วแวะไปจัดการเรื่องพาสก่อน จากนั้นค่อยไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม Smile Hotel Tokyo Ayase Ekimae เพราะยังเช็กอินไม่ได้

อันนี้เป็นอะไรที่ชอบนะ
เพราะมันทำให้วันแรกไม่เสียเวลาไปกับการงงเรื่องเดินทางมาก
เคลียร์เรื่องพาส เรื่องกระเป๋าให้จบ แล้วค่อยเริ่มเที่ยวจริง

🍣 จุดแรกของทริป: ตลาดปลาซึกิจิ

เปิดทริปด้วยการไปหาของกินที่ Tsukiji
คือเอาจริง ถ้าถึงญี่ปุ่นแล้วมื้อแรกได้กินอะไรสด ๆ ดี ๆ มันช่วยยกระดับอารมณ์ทริปมาก

ในแพลนมีลิสต์ร้านแนะนำค่อนข้างเยอะเลย ทั้ง
    •    ของทอด
    •    ข้าวหน้าไก่ไข่
    •    ปลาไหล
    •    ซูชิ
    •    ไข่หวาน

ฟีลคือไม่ใช่ไปเดินผ่าน ๆ แต่ตั้งใจไปกินจริง 😂  






ตลาดปลาซึกิจิสำหรับผมเป็นที่ที่เหมาะกับวันแรกมาก
มันได้ความเป็นญี่ปุ่น ได้ความคึกคัก ได้ของกินอร่อย และยังไม่ต้องใช้พลังเยอะเกินไป

🎮 ต่อด้วย Akihabara

พอกินเสร็จ ก็เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกโลกเลย คือไป Akihabara

จากฟีลปลาดิบ ของทอด ตลาดเช้า
กลายเป็นฟีลโมเดล ฟิกเกอร์ กาชาปอง ร้านโอตะทันที

ในแพลนมีพวกร้านอย่าง
    •    TamTam Hobby Shop
    •    Volks
    •    Yellow Submarine
    •    Akihabara Gachapon Kaikan
    •    HARD OFF

คือถ้าใครชอบอนิเม ชอบโมเดล ชอบเดินดูของแปลก ๆ หรือชอบความญี่ปุ่นแบบเฉพาะทาง
วันแรกนี่ถือว่าเปิดตัวได้ดีมากกก  

สรุป Day 1

วันแรกเป็นวันที่ผมว่า “กำลังดีมาก”
ไม่ได้แน่นจนหอบ
แต่ก็ไม่ได้เสียวันไปเฉย ๆ

ได้ทั้ง
    •    จัดการเรื่องพาส
    •    ฝากกระเป๋า
    •    กินของดี
    •    เดินเล่น
    •    ได้ฟีลญี่ปุ่นตั้งแต่วันแรก

พูดง่าย ๆ คือ ถึงแล้วได้เที่ยวเลย ไม่เสียโมเมนต์



Day 2 — วันคลาสสิกของโตเกียว พระราชวัง + อาซากุสะ + Skytree 🏯✨

วันที่สองยังใช้ Subway 72 ชั่วโมงอยู่
วันนี้เป็นวันแนว “ถ้ามาโตเกียวครั้งแรก ยังไงก็ต้องมีวันแบบนี้”  

👑 พระราชวังอิมพีเรียล

เริ่มเช้าด้วย พระราชวังอิมพีเรียล
ฟีลจะต่างจากวันแรกทันที เพราะบรรยากาศค่อนข้างนิ่ง สงบ ดูเป็นโตเกียวอีกแบบ

เหมาะกับการเริ่มวันมาก
แบบเดินเล่น รับอากาศ ดูเมืองแบบไม่รีบ
แล้วค่อยไปต่อจุดที่คนเยอะขึ้นทีหลัง

⛩️ วัดเซนโซจิ / อาซากุสะ

จากนั้นไปต่อ อาซากุสะ ซึ่งเป็นอีกย่านที่ผมรู้สึกว่า “ญี่ปุ่นมาก”

แค่ได้เดินผ่านโคมแดง
เดินถนนนากามิเสะ
เห็นร้านขนม ร้านของฝาก คนใส่กิโมโน
มันก็ได้อารมณ์เที่ยวญี่ปุ่นแล้ว

ในแพลนยังมีร้านแนะนำหลายร้านมาก เช่น
    •    เมล่อนปัง
    •    ซาลาเปาทอด
    •    เทมปุระ
    •    ราเมง
    •    ซูชิ
    •    มัทฉะเจลาโต

คือย่านนี้เป็นประเภทที่ ต่อให้ไม่มีแพลนเป๊ะ ๆ ก็ยังสนุกอยู่ดี
แต่พอมีลิสต์ของกินด้วย มันยิ่งเพลินเข้าไปอีก  

และถ้าเดินต่อก็ยังมีจุดถ่ายรูปแถวตึกอาซาฮี สะพานแดง ได้อีก
เป็นย่านที่ครบทั้งไหว้พระ กิน เดิน ถ่ายรูป ซื้อของฝาก

🌃 ปิดวันด้วย Tokyo Skytree

ช่วงท้ายวันไป Tokyo Skytree

ส่วนตัวรู้สึกว่ามันเป็นปลายทางที่เหมาะมากสำหรับวันแบบนี้
เพราะหลังจากเดินแลนด์มาร์กมาทั้งวัน พอไปจบที่ Skytree มันเหมือนเป็นการปิดวันแบบสวย ๆ

ใครอยากขึ้นไปดูวิวก็ได้
ใครไม่ขึ้นก็ยังมี Solamachi ให้เดินช้อป มีร้านแบรนด์ ร้านของกิน ร้านคาแรกเตอร์เยอะมาก  

สรุป Day 2

นี่คือวันของคนที่อยากได้ฟีลโตเกียวแบบภาพจำ
    •    เช้าเรียบ ๆ สงบ ๆ
    •    กลางวันญี่ปุ่นคลาสสิก
    •    เย็นวิวเมืองสวย ๆ

เป็นวันที่เที่ยวแล้วรู้สึกว่า “โอเค ฉันมาถึงโตเกียวจริง ๆ แล้ว”



Day 3 — เช้าไปโยโกฮาม่า บ่ายกลับโตเกียว เย็นเจอ Tokyo Tower ค่ำจบที่ Shinjuku 🚢🗼🌆

วันนี้เป็นวันที่ชอบมากอีกวัน เพราะมันมีความ “สลับมู้ด” ดีมาก
เช้าออกไป Yokohama
เย็นกลับเข้าโตเกียว
กลางคืนไปเดิน Shinjuku ต่อ
คือวันเดียวเหมือนได้หลายรสเลย  

🥟 Yokohama Chinatown

เริ่มจากไป Yokohama Chinatown
ย่านนี้จะให้อารมณ์คนละแบบกับโตเกียวเลย
เดินสนุก ของกินเยอะ บรรยากาศคึกคัก แต่ก็ไม่เหมือนโตเกียวตรง ๆ

เหมาะกับการไปเปลี่ยนบรรยากาศมาก
โดยเฉพาะถ้าอยู่แต่ในโตเกียวติดกันหลายวัน

🤖 Gundam Factory Yokohama

ไฮไลต์ของโยโกฮาม่าในแพลนคือ Gundam Factory

ใครเป็นสายกันดั้มคือแทบไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
แต่ต่อให้ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ ผมว่าก็น่าไปนะ
เพราะหุ่นมันใหญ่มาก และบรรยากาศมันพิเศษจริง ๆ

ในแพลนยังมีข้อมูลทั้งเรื่องบัตร โซน Gundam Dock, Café, Shop ต่าง ๆ ไว้ครบเลย  

พูดตรง ๆ คือวันไหนได้เห็นของจริงที่เคยดูในรูปมาตลอด มันก็มีความว้าวอยู่แล้ว


🗼 กลับโตเกียวแล้วไป Tokyo Tower

พอกลับเข้าเมือง ยังไม่จบทริปของวัน
ไปต่อ Tokyo Tower

สิ่งที่ชอบคือมันให้ฟีลคนละแบบกับ Skytree
Skytree จะดูโมเดิร์น ใหญ่ สูง ใหม่
แต่ Tokyo Tower จะมีความคลาสสิก โรแมนติก และ “โตเกียวในหนัง” มากกว่า

🌃 ค่ำ ๆ ไป Shinjuku

แล้วก็ไปต่อ Shinjuku
อันนี้คือปล่อยตัวปล่อยใจได้เลย
เดินเล่น หาอะไรกิน ดูไฟ ดูคน ดูเมือง

ในแพลนก็มีพวกจุดฮิตอย่าง
    •    ย่านกลาง Shinjuku
    •    ป้าย 3D
    •    Tokyu Kabukicho Tower
    •    Golden Gai
    •    ร้านอาหารต่าง ๆ

ใครชอบโตเกียวตอนกลางคืน วันแบบนี้คือดีมากจริง  

สรุป Day 3

นี่คือวันที่รู้สึกว่า “คุ้มมาก”
    •    เช้าเปลี่ยนเมือง
    •    กลางวันมีไฮไลต์
    •    เย็นกลับมาเจอแลนด์มาร์ก
    •    ค่ำจบด้วยเมืองใหญ่

เป็นวันที่เที่ยวแล้วไม่ซ้ำเลยสักช่วง



Day 4 — Meiji Jingu + Harajuku + Shibuya วันของสายเดินเมืองและช้อปเต็ม ๆ 🌿🛍️🚶

วันนี้เริ่มซื้อ 1 day metro pass เพิ่ม แล้วลุยโตเกียวอีกฝั่งหนึ่งบ้าง

🌿 ศาลเจ้าเมจิ

เริ่มจาก Meiji Jingu
อันนี้เป็นอีกจุดที่ชอบ เพราะอยู่ในเมืองแต่บรรยากาศเหมือนได้พักใจ

เดินเข้าไปแล้วต้นไม้เยอะมาก
ความวุ่นวายของโตเกียวหายไปพักนึงเลย
เหมาะกับการเริ่มวันก่อนจะไปเจอความคึกคักของ Harajuku และ Shibuya

👟 Harajuku

ออกจากความสงบ มาเจอความวัยรุ่นของ Harajuku ทันที

ย่านนี้ในแพลนใส่มาค่อนข้างละเอียดมาก
ทั้ง Takeshita Street, Kiddy Land, ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านกาชาปอง ห้าง WITH HARAJUKU ต่าง ๆ

มันเป็นย่านที่เดินเพลินมาก
ไม่ต้องซื้อของก็ยังสนุก
เพราะแต่ละร้าน แต่ละคน แต่ละมุม มันมีอะไรให้ดูไปหมด

ใครเป็นสายแฟชั่น สายของน่ารัก สายรองเท้า หรือชอบเดินดูความเป็นวัยรุ่นญี่ปุ่น
น่าจะชอบย่านนี้มาก  

🐕 Shibuya

จากนั้นก็ไปต่อ Shibuya

เอาจริง Shibuya คือย่านที่ไม่ต้องอธิบายเยอะ
มันมีพลังของมันเอง

ต่อให้แค่เดินเฉย ๆ
ก็ยังรู้สึกสนุกได้
เพราะรอบตัวมันมีแต่ความเป็นเมืองใหญ่ ความทันสมัย คนเยอะ ร้านเยอะ แสงเยอะ ทุกอย่างมันดูมีชีวิต

สรุป Day 4

วันนี้เหมาะกับคนที่ชอบ “เดินเมือง”
ไม่เน้นรีบ ไม่เน้นวิ่งแลนด์มาร์กหนัก ๆ
แต่เน้นซึมบรรยากาศและเดินเพลิน

เป็นอีกวันที่ถ้าขาไม่พัง ก็สนุกมากแน่ ๆ 😂



Day 5 — วันย้ายโหมดเข้าสู่ฟูจิ นั่ง Fuji Excursion ไปคาวากุจิโกะเต็มตัว 🚆🗻

วันนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงที่ใช้ JR Tokyo Wide Pass จริงจัง
และมีการจองที่นั่ง Fuji Excursion ไว้เรียบร้อยแล้ว ออกจาก Shinjuku ตอนเช้าไป Kawaguchiko

นี่เป็นวันที่อารมณ์ทริปเปลี่ยนชัดมาก
จากโตเกียวที่คนแน่น ๆ รถไฟแน่น ๆ
กลายเป็นเมืองที่ทุกคนมาด้วยเป้าหมายคล้ายกันคือ “ดูฟูจิ”

แค่ได้นั่งรถไฟออกจากเมืองใหญ่ไปเรื่อย ๆ
มันก็มีความรู้สึกเหมือนทริปเข้าสู่ช่วงไฮไลต์แล้ว

ในแพลนมีทั้ง
    •    จุดถ่ายรูปรอบสถานี
    •    Lawson มุมฮิต
    •    ร้านอาหาร
    •    โรงแรม Fuji Kawaguchiko Resort Hotel
    •    ซูเปอร์ใกล้ที่พัก  

ส่วนตัวคิดว่าวันนี้ไม่ต้องแน่นมากก็ดีแล้ว
เพราะแค่ย้ายโลเคชัน ได้เห็นวิว ได้เข้าที่พัก ได้เดินเล่นแถวคาวากุจิโกะ
มันก็เพียงพอจะทำให้รู้สึกว่าคุ้มแล้ว




สรุป Day 5

เป็นวันของการ “เปลี่ยนโหมด”
จากเที่ยวเมือง มาเป็นเที่ยวธรรมชาติ

แค่ได้มานอนแถวฟูจิ ก็รู้สึกว่าทริปนี้พิเศษขึ้นเยอะมาก



Day 6 — วันพีกของทริป! ขับรถเที่ยวรอบฟูจิ วิวแน่นมาก สวยจนเหนื่อยยังยอม 🚗🍁🗻

ถ้าถามว่าไฮไลต์ของทั้งทริปคือวันไหน
สำหรับผมตอบได้เลยว่า วันนี้

เพราะในแพลนคือจัดเต็มมาก เป็นวันเช่ารถขับเที่ยวรอบฟูจิแบบจริงจัง

ลิสต์สถานที่คือเห็นแล้วอยากมีพลังเพิ่มอีก 200% เช่น
    •    Yamanakako
    •    Oshino Hakkai
    •    Mt. Fuji 5th Station
    •    Oishi Park / Natural Living Center
    •    Momiji Corridor
    •    Kachi Kachi Ropeway
    •    ล่องเรือ Ensoleille
    •    Chureito Pagoda
    •    ถนน Fuji-michi
    •    และมี Fuji-Q Highland แทรกมาด้วย



คืออ่านแพลนแล้วเห็นภาพเลยว่า
ถ้าวันนั้นอากาศดี ฟ้าเปิด ฟูจิชัด
น่าจะเป็นหนึ่งในวันที่สวยที่สุดของทริปแน่นอน

ผมชอบตรงที่มันไม่ได้มีแค่ “ไปดูฟูจิ 1 มุมแล้วจบ”
แต่มันเป็นการไปดูฟูจิหลายเวอร์ชันมาก
    •    ฟูจิคู่ทะเลสาบ
    •    ฟูจิคู่ใบไม้แดง
    •    ฟูจิคู่เจดีย์
    •    ฟูจิคู่ถนน
    •    ฟูจิแบบมองจากกระเช้า
    •    ฟูจิแบบขับรถไปเรื่อย ๆ

มันเลยดูไม่ซ้ำเลยแม้จะเป็นภูเขาเดียวกัน

พอเที่ยวเต็มวันแล้วก็นั่ง Fuji Excursion กลับ Shinjuku ตอนเย็น แล้วค่อยกลับที่พักอีกที

สรุป Day 6

วันนี้คือวันแบบ
เหนื่อยได้ แต่ยอม เพราะวิวมันคุ้ม

ถ้าใครรักญี่ปุ่นสายธรรมชาติ รักวิว รักฟูจิ
วันแบบนี้คือความสุขล้วน ๆ



Day 7 — วันกลับแบบไม่รีบเกิน ไม่ลุ้นเกิน จบทริปสวย ๆ ✈️

วันสุดท้ายในแพลนมีจอง Skyliner กลับสนามบินไว้แล้ว
ออกจาก Keisei-Ueno 13:37 ถึงสนามบินประมาณ 14:27 สำหรับไฟลต์ 17:30

ส่วนตัวว่าเวลาค่อนข้างโอเคเลย
ไม่ช้าเกินจนเสี่ยง
ไม่เร็วเกินจนต้องไปนั่งแห้งอยู่สนามบินนานมาก

วันกลับแบบนี้ชอบตรงที่มันไม่ต้องพยายามยัดโปรแกรมเพิ่ม
แค่เก็บของ เช็กเอาต์ เดินทางกลับแบบสบาย ๆ
แล้วเก็บความรู้สึกดี ๆ ของทริปไว้ดีกว่า
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่