อาการปวดขมับไม่ได้มีแค่แบบเดียว และสาเหตุก็แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ การสังเกตลักษณะการปวดจะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ถูกจุดมากขึ้น
1. ปวดขมับจากความเครียด (แบบรัดตึง)
นี่คือสาเหตุยอดฮิตของสาวออฟฟิศเลยค่ะ จะรู้สึกเหมือนมีผ้ามามัดรอบหัว หรือปวดตื้อๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง มักเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ และหนังศีรษะ พักผ่อนน้อย หรือจ้องหน้าจอนานเกินไป วิธีแก้คือต้องลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและพักสายตาบ้างนะคะ
2. ปวดขมับแบบไมเกรน (แบบตุ๊บๆ)
ถ้าใครปวดขมับข้างเดียวแบบตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจร แถมบางทีก็แพ้แสงจ้าหรือเสียงดังร่วมด้วย นี่คืออาการของไมเกรนค่ะ มักจะมาในช่วงที่เราฮอร์โมนเปลี่ยน (เช่น ช่วงมีประจำเดือน) หรือเจอสิ่งกระตุ้นอย่างกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ หรืออากาศที่ร้อนจัด
3. ปวดจากการบดเคี้ยวหรือกัดฟัน
บางครั้งอาการปวดขมับไม่ได้มาจากสมองนะคะ แต่มาจาก "กราม" ค่ะ สาวๆ หลายคนเผลอกัดฟันตอนนอนหรือเคี้ยวของแข็งบ่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขมับที่เชื่อมต่อกับกรามทำงานหนักเกินไป จนกลายเป็นอาการปวดร้าวขึ้นไปที่ขมับได้ค่ะ
4. ปวดจากสายตา
การใช้สายตาเพ่งอะไรนานๆ หรือสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น สายตาเอียง แล้วยังไม่ได้ตัดแว่นที่พอดี จะทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและขมับล้า จนเกิดอาการปวดร้าวขึ้นมาที่ขมับได้บ่อยครั้งในช่วงเย็นของวัน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มปวดขมับ
ประคบเย็นหรือประคบอุ่น : หากปวดแบบไมเกรน การประคบเย็นที่ขมับจะช่วยได้ดี แต่ถ้าปวดจากความเครียด กล้ามเนื้อตึง การประคบอุ่นที่บ่าและต้นคอจะช่วยให้ผ่อนคลายค่ะ
นวดคลึงเบาๆ : ใช้ปลายนิ้วนวดวนเป็นวงกลมบริเวณขมับและท้ายทอย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ดื่มน้ำให้เพียงพอ : บางครั้งร่างกายขาดน้ำก็ทำให้ปวดหัวได้นะคะ ลองจิบน้ำเปล่าระหว่างวันให้มากขึ้น
ปรับสภาพแวดล้อม : ลดไฟให้สลัวลง หลีกเลี่ยงเสียงดัง และวางมือถือลงชั่วคราวค่ะ
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ?
ถ้าอาการปวดขมับนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดจนอาเจียน มองเห็นภาพซ้อน หรือทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้นเลย แนะนำว่าอย่าฝืนนะคะ ควรไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดจะดีที่สุดค่ะ
ปวดขมับ... สัญญาณเตือนที่สาวๆ ไม่ควรละเลย
1. ปวดขมับจากความเครียด (แบบรัดตึง)
นี่คือสาเหตุยอดฮิตของสาวออฟฟิศเลยค่ะ จะรู้สึกเหมือนมีผ้ามามัดรอบหัว หรือปวดตื้อๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง มักเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ และหนังศีรษะ พักผ่อนน้อย หรือจ้องหน้าจอนานเกินไป วิธีแก้คือต้องลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและพักสายตาบ้างนะคะ
2. ปวดขมับแบบไมเกรน (แบบตุ๊บๆ)
ถ้าใครปวดขมับข้างเดียวแบบตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจร แถมบางทีก็แพ้แสงจ้าหรือเสียงดังร่วมด้วย นี่คืออาการของไมเกรนค่ะ มักจะมาในช่วงที่เราฮอร์โมนเปลี่ยน (เช่น ช่วงมีประจำเดือน) หรือเจอสิ่งกระตุ้นอย่างกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ หรืออากาศที่ร้อนจัด
3. ปวดจากการบดเคี้ยวหรือกัดฟัน
บางครั้งอาการปวดขมับไม่ได้มาจากสมองนะคะ แต่มาจาก "กราม" ค่ะ สาวๆ หลายคนเผลอกัดฟันตอนนอนหรือเคี้ยวของแข็งบ่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขมับที่เชื่อมต่อกับกรามทำงานหนักเกินไป จนกลายเป็นอาการปวดร้าวขึ้นไปที่ขมับได้ค่ะ
4. ปวดจากสายตา
การใช้สายตาเพ่งอะไรนานๆ หรือสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น สายตาเอียง แล้วยังไม่ได้ตัดแว่นที่พอดี จะทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและขมับล้า จนเกิดอาการปวดร้าวขึ้นมาที่ขมับได้บ่อยครั้งในช่วงเย็นของวัน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มปวดขมับ
ประคบเย็นหรือประคบอุ่น : หากปวดแบบไมเกรน การประคบเย็นที่ขมับจะช่วยได้ดี แต่ถ้าปวดจากความเครียด กล้ามเนื้อตึง การประคบอุ่นที่บ่าและต้นคอจะช่วยให้ผ่อนคลายค่ะ
นวดคลึงเบาๆ : ใช้ปลายนิ้วนวดวนเป็นวงกลมบริเวณขมับและท้ายทอย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ดื่มน้ำให้เพียงพอ : บางครั้งร่างกายขาดน้ำก็ทำให้ปวดหัวได้นะคะ ลองจิบน้ำเปล่าระหว่างวันให้มากขึ้น
ปรับสภาพแวดล้อม : ลดไฟให้สลัวลง หลีกเลี่ยงเสียงดัง และวางมือถือลงชั่วคราวค่ะ
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ?
ถ้าอาการปวดขมับนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดจนอาเจียน มองเห็นภาพซ้อน หรือทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้นเลย แนะนำว่าอย่าฝืนนะคะ ควรไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดจะดีที่สุดค่ะ