สรุปการเดินทางผจญภ้ยของ ดอน กิโฆเต้ ภาคหนึ่ง (นิยายของหนังสือโดย มิเกล เด เซร์บันเตส)
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นลามันช่า มีชายอายุห้าสิบเศษ มีเชื้อสายสืบทอดมาจากขุนนางเก่า ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ทวนเสียบทิ้งไว้ในราวโล่หนังเก่าๆ ม้าผอมหย็องกรอดหนึ่งตัวที่ยังวิ่งได้
ใช้ชีวิตอยู่อย่างอัตคัตกินอาหารอย่างประหยัดรวมทั้งการแต่งกาย ในบ้านยังมีแม่บ้านอายุสี่สิบปีเศษคนหนึ่ง หลานสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปีอีกคนหนึ่ง นามสกุลของเขาคือ กิฆาต้า หรือ เกซาด้า
ทุกวันในวัยชรา เขาอ่านแต่นิยายอัศวิน เขาอ่านตั้งแต่ย่ำค่ำจวบย่ำรุ่ง จากฟ้าสว่างจนฟ้ามืดมิด เมื่อนอนน้อยแต่อ่านมาก สมองก็พลันเหือดแห้งถึงแก่เสียจริตลงท้าย หลงใหลอยู่แต่นิยายฝันเฟื่องว่าด้วยเวทมนตร์คาถา การศึกสงคราม การสัประยุทธ์ การท้าประลอง แลบาดแผลจากสรรพาวุธ เขาดื่มด่ำการเกี้ยวพา ความรัก ทุกข์ทรมานใจ ตลอดจนความคิดฝันทั้งปวงอันยากจะเป็นจริง ทว่า เขากลับปักใจเชื่อว่าเรื่องทั้งนั้นล้วนเป็นจริง แลจริงแท้สุดหาสิ่งใดในโลกจะจริงยิ่งกว่า เขากล่าวว่า แม้ซิดหรุย ดิอาช หรือโรดรีโก้ ดิอาช เด บีบาร์ หรือ เอลชิด อัศวินยุคกลางผู้มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 11 ชีวิตของเขากลายเป็นตำนานเล่าขานในเพลงขับวีรกรรมเรื่อง El cantar de mio Cid และอัศวินผู้นี้เป็นต้นแบบให้ ผู้เฒ่าดอนกิโฆเต้เอาเป็นต้นแบบเป็นอัศวินพเนจรออกเดินทางเร่ร่อนคอยช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ถูกรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อได้อัศวินต้นแบบมาแล้ว อัศวินเอลซิดมียอดอาชาบาเบียก้าเป็นม้าคู่ใจ เขาใช้เวลาสี่วันสุดท้ายก็ได้นาม "โรสินันเต้" เป็นชื่ออาชาคู่ใจของเขา
แล้วก๊มาถึงชื่อของเขาการนี้กินเวลาอีกแปดวัน ที่สุดก็ได้ชื่อ ดอนกิโฆเต้ ชื่อนี้มาจากอัศวินแห่งกษัตริย์อาร์เธอร์ ชื่อลานซล็อตออกเสียงในภาษาสเปนว่า ลานซาโลเต้ ชื่อของดอนก็โฆเต้ ตั้งขึ้นโดยเขียนเลียนเสียงตามนามลานซาโลเต้
แต่ชื่อดอนกิโฆเต้เลื่อนลอยไม่มีที่มาที่ไป ดังนั้นในฐานะอัศวินผู้ประเสริฐ เขาจึงเอาอย่างด้วยการพ่วงชื่อถิ่นกำเนิดต่อท้ายชื่อของตนเป็น “ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า”
บัดนี้ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า พร้อมยอดอาชาคู่ใจ โรสินันเต้ พร้อมออกเดินทางผจญภ้ยสร้างชื่อเสียงให้ปรากฏแก่ชาวโลก
แต่ว่าดอนกิโฆเต้ อัศวินที่สถาปนาตัวเองขึ้นมา ไม่ได้รับการแต่ตั้งให้เป็นอัศวินโดยผู้มีศักดิ์ฐานะที่จะแต่งตั้งได้ และต้องใช้โล่ประจำตัวหน้าเรียบเกลี้ยงไม่สามารถสร้างรูปหรือสัญลักษณ์ใด ๆ บนโล่ได้
ด้วยความเพียรที่จะบรรลุสู่ฝัน ดอนกิโฆเต้เดินทางมุ่งหน้าสู่ปราสาทที่เขาพบเป็นแห่งแรก และขออำนาจเจ้าของปราสาทแต่งตั้งเขาเป็นอัศวิน
เมื่อได้เป็นอัศวินโดยสมบูรณ์แล้ว ดอนกิโฆเต้ออกเดินทางตามฝัน ต่อสู้อุปสรรค์ต่าง ๆ โดยไม่ห่วงชีวิต โดนคู่ต่อสู้ฟันจนหูแหว่ง ถูกพวกต้อนสัตว์โหดร้ายใช้ลูกหินยิงโดนปากจนฟันร่วงเกือบหมดปาก ถูกทุบตีร่างกายที่อยู่ใต้ชุดเกราะจนลุกไม่ขึ้น แต่ด้วยปฎิธานอันแน่วแน่ว่าจะยืนหยัดต่อสู้ เพื่อสึบทอดคุณธรรมของอัศวินให้ยืนหยัดอยู่ตลอดไป
จากความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ สุดท้ายดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ก็ได้มีชื่อฉายาเป็นที่เรียกขานกันว่า อัศวินหน้าเศร้า เรียกกันว่าดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า อัศวินหน้าเศร้า
ด้วยเกียรติยศชื่อเสียงที่ได้มา ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ฉายาอัศวินหน้าเศร้า สามารถใข้โล่ที่มีตราสัญลักษณ์ของตัวเองตามชื่อฉายาว่า อัศวินหน้าเศร้า
[CR] ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า
สรุปการเดินทางผจญภ้ยของ ดอน กิโฆเต้ ภาคหนึ่ง (นิยายของหนังสือโดย มิเกล เด เซร์บันเตส)
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นลามันช่า มีชายอายุห้าสิบเศษ มีเชื้อสายสืบทอดมาจากขุนนางเก่า ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ทวนเสียบทิ้งไว้ในราวโล่หนังเก่าๆ ม้าผอมหย็องกรอดหนึ่งตัวที่ยังวิ่งได้
ใช้ชีวิตอยู่อย่างอัตคัตกินอาหารอย่างประหยัดรวมทั้งการแต่งกาย ในบ้านยังมีแม่บ้านอายุสี่สิบปีเศษคนหนึ่ง หลานสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปีอีกคนหนึ่ง นามสกุลของเขาคือ กิฆาต้า หรือ เกซาด้า
ทุกวันในวัยชรา เขาอ่านแต่นิยายอัศวิน เขาอ่านตั้งแต่ย่ำค่ำจวบย่ำรุ่ง จากฟ้าสว่างจนฟ้ามืดมิด เมื่อนอนน้อยแต่อ่านมาก สมองก็พลันเหือดแห้งถึงแก่เสียจริตลงท้าย หลงใหลอยู่แต่นิยายฝันเฟื่องว่าด้วยเวทมนตร์คาถา การศึกสงคราม การสัประยุทธ์ การท้าประลอง แลบาดแผลจากสรรพาวุธ เขาดื่มด่ำการเกี้ยวพา ความรัก ทุกข์ทรมานใจ ตลอดจนความคิดฝันทั้งปวงอันยากจะเป็นจริง ทว่า เขากลับปักใจเชื่อว่าเรื่องทั้งนั้นล้วนเป็นจริง แลจริงแท้สุดหาสิ่งใดในโลกจะจริงยิ่งกว่า เขากล่าวว่า แม้ซิดหรุย ดิอาช หรือโรดรีโก้ ดิอาช เด บีบาร์ หรือ เอลชิด อัศวินยุคกลางผู้มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 11 ชีวิตของเขากลายเป็นตำนานเล่าขานในเพลงขับวีรกรรมเรื่อง El cantar de mio Cid และอัศวินผู้นี้เป็นต้นแบบให้ ผู้เฒ่าดอนกิโฆเต้เอาเป็นต้นแบบเป็นอัศวินพเนจรออกเดินทางเร่ร่อนคอยช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ถูกรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อได้อัศวินต้นแบบมาแล้ว อัศวินเอลซิดมียอดอาชาบาเบียก้าเป็นม้าคู่ใจ เขาใช้เวลาสี่วันสุดท้ายก็ได้นาม "โรสินันเต้" เป็นชื่ออาชาคู่ใจของเขา
แล้วก๊มาถึงชื่อของเขาการนี้กินเวลาอีกแปดวัน ที่สุดก็ได้ชื่อ ดอนกิโฆเต้ ชื่อนี้มาจากอัศวินแห่งกษัตริย์อาร์เธอร์ ชื่อลานซล็อตออกเสียงในภาษาสเปนว่า ลานซาโลเต้ ชื่อของดอนก็โฆเต้ ตั้งขึ้นโดยเขียนเลียนเสียงตามนามลานซาโลเต้
แต่ชื่อดอนกิโฆเต้เลื่อนลอยไม่มีที่มาที่ไป ดังนั้นในฐานะอัศวินผู้ประเสริฐ เขาจึงเอาอย่างด้วยการพ่วงชื่อถิ่นกำเนิดต่อท้ายชื่อของตนเป็น “ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า”
บัดนี้ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า พร้อมยอดอาชาคู่ใจ โรสินันเต้ พร้อมออกเดินทางผจญภ้ยสร้างชื่อเสียงให้ปรากฏแก่ชาวโลก
แต่ว่าดอนกิโฆเต้ อัศวินที่สถาปนาตัวเองขึ้นมา ไม่ได้รับการแต่ตั้งให้เป็นอัศวินโดยผู้มีศักดิ์ฐานะที่จะแต่งตั้งได้ และต้องใช้โล่ประจำตัวหน้าเรียบเกลี้ยงไม่สามารถสร้างรูปหรือสัญลักษณ์ใด ๆ บนโล่ได้
ด้วยความเพียรที่จะบรรลุสู่ฝัน ดอนกิโฆเต้เดินทางมุ่งหน้าสู่ปราสาทที่เขาพบเป็นแห่งแรก และขออำนาจเจ้าของปราสาทแต่งตั้งเขาเป็นอัศวิน
เมื่อได้เป็นอัศวินโดยสมบูรณ์แล้ว ดอนกิโฆเต้ออกเดินทางตามฝัน ต่อสู้อุปสรรค์ต่าง ๆ โดยไม่ห่วงชีวิต โดนคู่ต่อสู้ฟันจนหูแหว่ง ถูกพวกต้อนสัตว์โหดร้ายใช้ลูกหินยิงโดนปากจนฟันร่วงเกือบหมดปาก ถูกทุบตีร่างกายที่อยู่ใต้ชุดเกราะจนลุกไม่ขึ้น แต่ด้วยปฎิธานอันแน่วแน่ว่าจะยืนหยัดต่อสู้ เพื่อสึบทอดคุณธรรมของอัศวินให้ยืนหยัดอยู่ตลอดไป
จากความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ สุดท้ายดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ก็ได้มีชื่อฉายาเป็นที่เรียกขานกันว่า อัศวินหน้าเศร้า เรียกกันว่าดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า อัศวินหน้าเศร้า
ด้วยเกียรติยศชื่อเสียงที่ได้มา ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ฉายาอัศวินหน้าเศร้า สามารถใข้โล่ที่มีตราสัญลักษณ์ของตัวเองตามชื่อฉายาว่า อัศวินหน้าเศร้า
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้