จากดรามาคอกาแฟ ผ่านเมนูชื่อคุ้นหูคุ้นตาอย่าง เอสเปรสโซ คาปูชิโน ที่เชื่อว่าต่อให้เป็นคนไม่ดื่มกาแฟก็พอที่จะเคยได้ยินชื่อเหล่านี้กันอยู่บ้าง ส่วนคอกาแฟยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมนูเหล่านี้คุ้นลิ้นกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว หลับตาสั่งก็ยังทำกันได้
แต่ถึงอย่างไรก็ตามชื่อเมนูเหล่านี้มักจะความดรามาตามมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดข้อถกเถียงโดยเฉพาะบนสังคมออนไลน์กันแบบไม่จบไม่สิ้น จางหายไปแล้วเดี๋ยวก็เกิดขึ้นใหม่ เพราะเป็นเรื่องของความเข้าใจที่แตกต่างกันออกไป
Thai PBS จึงถือโอกาสหยิบยกเรื่องราวของเมนูกาแฟเจ้าปัญมามาบอกเล่าให้ฟังและสำรวจว่าผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนานเหล่านี้
◾️ กาแฟเอสเปรสโซเย็นมีอยู่จริงหรือไม่
ถ้ายังจำกันได้ในช่วงความนิยมของกาแฟสดพุ่งขึ้นอย่างถึงขีดสุด เอสเปรสโซเย็นคือเมนูที่ถูกสั่งกันมากที่สุดก็ว่าได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีคนตั้งคำถามกับเมนูยอดฮิตว่าเป็นเมนูที่ไม่สมควรใช้ชื่อว่าเอสเปรสโซเย็น
เพราะเมนูดังกล่าวเป็นเมนูที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เป็นการสร้างความสับสนให้กับคนดื่มกาแฟเสียเปล่า ๆ ส่วนที่ไม่มีอยู่จริงนั้นก็เป็นเพราะว่าเมนูกาแฟยอดฮิตที่เรารู้จักกัน มักถูกตั้งต้นมาจากการทำเป็นเครื่องดื่มร้อนเสียมากกว่า เช่น
▪️เอสเปรสโซ คือ กาแฟสกัดเป็นช็อต เข้มข้นที่สุด เป็นสารตั้งต้นของเมนูกาแฟ
▪️อเมริกาโน คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับน้ำร้อน
▪️ลาเต้ คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับนม ท็อปด้วยฟองนม
▪️คาปูชิโน คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับนมในปริมาณที่น้อยกว่าลาเต้ ท็อปด้วยฟองนมที่หนากว่าลาเต้
▪️มอคคา คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับช็อกโกแลต นม และท็อปฟองนมหรือวิปครีม
จะเห็นได้ว่าเมนูเอสเปรสโซในรูปแบบเครื่องดื่มร้อน คือกาแฟเข้มข้นที่ถูกสกัดออกมาเป็นช็อต เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้เมนูกาแฟอื่น ๆ ดังนั้นถ้าพูดจากตามความหมายของชื่อ เอสเปรสโซเย็นก็สมควรที่จะเป็นเอสเปรสโซช็อตผสมด้วยน้ำแข็ง ไม่ได้เป็นเมนูกาแฟหวานมันแบบที่เราคุ้นเคย
เวลาต่อมาเมื่อมีจำนวนผู้ทักท้วงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เมนูเอสเปรสโซเย็น ถูกเรียกขานใหม่ด้วยชื่อคุ้นหูว่า เอสเย็น ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและป้องกันการเข้าใจผิด
ในปัจจุบันชื่อนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการประกวดเมนูเอสเย็นระดับประเทศ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็เริ่มรับทราบว่าเอสเย็นคือเมนูกาแฟแบบไทยสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต้องหามาชิมให้ได้ ความดรามาของเมนูเอสเปรสโซเย็นจึงบรรเทาลง มีให้เห็นแค่ประปราย
◾️ ทำไมกาแฟคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม
ส่วนอีกหนึ่งกระแสที่ตีคู่กันมาแต่อาจไม่ดรามาเท่าเอสเปรสโซในยุคกาแฟสดเฟื่องฟูก็คือ ทำไมคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม คำถามนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหมู่นักกินกาแฟที่มีภาพจำในหัวว่าคาปูชิโนคือเมนูที่มีฟองนมท็อปอยู่บนกาแฟ แต่ร้านกาแฟบางร้านไม่นิยมที่จะใส่ฟองนมให้กับคาปูชิโนเย็น
เหตุผลโดยหลัก ๆ ก็คือ ฟองนมไม่สามารถคงรูปบนเครื่องดื่มเย็นได้ดีเท่าเครื่องดื่มร้อน และเรามักจะดื่มเครื่องดื่มเย็นด้วยการใช้หลอดดูด ทำให้ไม่ได้รสสัมผัสการดื่มกาแฝผ่านฟองนม คล้ายกับกาแฟลาเต้เย็นที่เรามักจะไม่เห็นฟองนมกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งที่ในสูตรลาเต้ร้อนก็มีการท็อปด้วยฟองนม
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก ทุกคนต่างมีเหตุผลเป็นของตนเอง แต่การสร้างความเข้าใจที่ตรงกันยังไม่เกิด เราจึงเห็นเหตุการณ์ดรามาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในโลกออนไลน์ ล่าสุดกับกรณีที่เกิดขึ้นกลุ่มกาแฟพิเศษที่สมาชิกในกลุ่มตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นดรามาระหว่างผู้ดื่มกาแฟ เกิดความเห็นเกือบ 300 ความคิดเห็นในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
◾️ ดรามายังคงไม่จบ ถ้าไม่เกิดความเข้าใจ
ความเข้าใจร่วมกันคือสิ่งสำคัญ กรณีของกาแฟคาปูชิโนเย็น ถ้าผู้ดื่มกาแฟมองว่าแต่ละร้านก็มีวิธีการนำเสนอกาแฟที่แตกต่างกันออกไป การมีฟองนมหรือไม่มีก็เป็นสูตรของทางร้าน ส่วนเจ้าของร้านก็สามารถอธิบายให้เหตุผลได้ว่าทำไมถึงไม่ใส่ฟองนมในเครื่องดื่มเย็น สร้างความเข้าใจกับลูกค้าตั้งแต่ก่อนสั่ง ดรามาก็อาจจะเกิดได้ยากขึ้น
การเข้าใจที่มาของกาแฟเมนูต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดี เสริมความเข้าใจสร้างอรรถรสในการดื่ม ส่วนการนำเสนอสร้างสรรค์กาแฟในรูปแบบใหม่ ๆ ก็ทำให้วงการกาแฟไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ดังนั้นดื่มกาแฟให้สุขกายสบายใจ สร้างสรรค์สังคมของนักดื่มกาแฟที่ดีร่วมกัน ย่อมดีกว่าการทำลายบรรยากาศของการดื่มกาแฟแน่นอน
https://m.facebook.com/story.php?story
กาแฟเอสเปรสโซเย็นมีอยู่จริงหรือไม่ และทำไมกาแฟคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม
แต่ถึงอย่างไรก็ตามชื่อเมนูเหล่านี้มักจะความดรามาตามมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดข้อถกเถียงโดยเฉพาะบนสังคมออนไลน์กันแบบไม่จบไม่สิ้น จางหายไปแล้วเดี๋ยวก็เกิดขึ้นใหม่ เพราะเป็นเรื่องของความเข้าใจที่แตกต่างกันออกไป
Thai PBS จึงถือโอกาสหยิบยกเรื่องราวของเมนูกาแฟเจ้าปัญมามาบอกเล่าให้ฟังและสำรวจว่าผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนานเหล่านี้
◾️ กาแฟเอสเปรสโซเย็นมีอยู่จริงหรือไม่
ถ้ายังจำกันได้ในช่วงความนิยมของกาแฟสดพุ่งขึ้นอย่างถึงขีดสุด เอสเปรสโซเย็นคือเมนูที่ถูกสั่งกันมากที่สุดก็ว่าได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีคนตั้งคำถามกับเมนูยอดฮิตว่าเป็นเมนูที่ไม่สมควรใช้ชื่อว่าเอสเปรสโซเย็น
เพราะเมนูดังกล่าวเป็นเมนูที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เป็นการสร้างความสับสนให้กับคนดื่มกาแฟเสียเปล่า ๆ ส่วนที่ไม่มีอยู่จริงนั้นก็เป็นเพราะว่าเมนูกาแฟยอดฮิตที่เรารู้จักกัน มักถูกตั้งต้นมาจากการทำเป็นเครื่องดื่มร้อนเสียมากกว่า เช่น
▪️เอสเปรสโซ คือ กาแฟสกัดเป็นช็อต เข้มข้นที่สุด เป็นสารตั้งต้นของเมนูกาแฟ
▪️อเมริกาโน คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับน้ำร้อน
▪️ลาเต้ คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับนม ท็อปด้วยฟองนม
▪️คาปูชิโน คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับนมในปริมาณที่น้อยกว่าลาเต้ ท็อปด้วยฟองนมที่หนากว่าลาเต้
▪️มอคคา คือ เอสเปรสโซช็อต ผสมกับช็อกโกแลต นม และท็อปฟองนมหรือวิปครีม
จะเห็นได้ว่าเมนูเอสเปรสโซในรูปแบบเครื่องดื่มร้อน คือกาแฟเข้มข้นที่ถูกสกัดออกมาเป็นช็อต เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้เมนูกาแฟอื่น ๆ ดังนั้นถ้าพูดจากตามความหมายของชื่อ เอสเปรสโซเย็นก็สมควรที่จะเป็นเอสเปรสโซช็อตผสมด้วยน้ำแข็ง ไม่ได้เป็นเมนูกาแฟหวานมันแบบที่เราคุ้นเคย
เวลาต่อมาเมื่อมีจำนวนผู้ทักท้วงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เมนูเอสเปรสโซเย็น ถูกเรียกขานใหม่ด้วยชื่อคุ้นหูว่า เอสเย็น ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและป้องกันการเข้าใจผิด
ในปัจจุบันชื่อนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการประกวดเมนูเอสเย็นระดับประเทศ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็เริ่มรับทราบว่าเอสเย็นคือเมนูกาแฟแบบไทยสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต้องหามาชิมให้ได้ ความดรามาของเมนูเอสเปรสโซเย็นจึงบรรเทาลง มีให้เห็นแค่ประปราย
◾️ ทำไมกาแฟคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม
ส่วนอีกหนึ่งกระแสที่ตีคู่กันมาแต่อาจไม่ดรามาเท่าเอสเปรสโซในยุคกาแฟสดเฟื่องฟูก็คือ ทำไมคาปูชิโนเย็นถึงไม่มีฟองนม คำถามนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหมู่นักกินกาแฟที่มีภาพจำในหัวว่าคาปูชิโนคือเมนูที่มีฟองนมท็อปอยู่บนกาแฟ แต่ร้านกาแฟบางร้านไม่นิยมที่จะใส่ฟองนมให้กับคาปูชิโนเย็น
เหตุผลโดยหลัก ๆ ก็คือ ฟองนมไม่สามารถคงรูปบนเครื่องดื่มเย็นได้ดีเท่าเครื่องดื่มร้อน และเรามักจะดื่มเครื่องดื่มเย็นด้วยการใช้หลอดดูด ทำให้ไม่ได้รสสัมผัสการดื่มกาแฝผ่านฟองนม คล้ายกับกาแฟลาเต้เย็นที่เรามักจะไม่เห็นฟองนมกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งที่ในสูตรลาเต้ร้อนก็มีการท็อปด้วยฟองนม
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก ทุกคนต่างมีเหตุผลเป็นของตนเอง แต่การสร้างความเข้าใจที่ตรงกันยังไม่เกิด เราจึงเห็นเหตุการณ์ดรามาเกิดขึ้นบ่อยครั้งในโลกออนไลน์ ล่าสุดกับกรณีที่เกิดขึ้นกลุ่มกาแฟพิเศษที่สมาชิกในกลุ่มตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นดรามาระหว่างผู้ดื่มกาแฟ เกิดความเห็นเกือบ 300 ความคิดเห็นในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
◾️ ดรามายังคงไม่จบ ถ้าไม่เกิดความเข้าใจ
ความเข้าใจร่วมกันคือสิ่งสำคัญ กรณีของกาแฟคาปูชิโนเย็น ถ้าผู้ดื่มกาแฟมองว่าแต่ละร้านก็มีวิธีการนำเสนอกาแฟที่แตกต่างกันออกไป การมีฟองนมหรือไม่มีก็เป็นสูตรของทางร้าน ส่วนเจ้าของร้านก็สามารถอธิบายให้เหตุผลได้ว่าทำไมถึงไม่ใส่ฟองนมในเครื่องดื่มเย็น สร้างความเข้าใจกับลูกค้าตั้งแต่ก่อนสั่ง ดรามาก็อาจจะเกิดได้ยากขึ้น
การเข้าใจที่มาของกาแฟเมนูต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดี เสริมความเข้าใจสร้างอรรถรสในการดื่ม ส่วนการนำเสนอสร้างสรรค์กาแฟในรูปแบบใหม่ ๆ ก็ทำให้วงการกาแฟไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ดังนั้นดื่มกาแฟให้สุขกายสบายใจ สร้างสรรค์สังคมของนักดื่มกาแฟที่ดีร่วมกัน ย่อมดีกว่าการทำลายบรรยากาศของการดื่มกาแฟแน่นอน
https://m.facebook.com/story.php?story