คุกๆๆ โอนเงินผิด ไม่คืน โอนต่อให้เมีย ใช้จนหมด อ้าง ทวงจนรำคาญเลยไม่คืน สุดท้าย โดนจับข้อหายักยอกทรัพย์ โทษอาจติดคุก๓ปี

โอนผิดบัญชี 27,000 บาท ทวงถามแค่ 10 นาที แต่เจ้าของบัญชีอ้าง "รำคาญเลยไม่คืน" จบที่หมายจับยักยอกทรัพย์

[ ลำดับเหตุการณ์ ]
เช้าวันที่ 30 สิงหาคม 2568 น.ส.บุญจิรา หญิงวัย 50 ปี เปิดแอปพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือเพื่อทำรายการโอนเงินจำนวน 27,000 บาท ให้แก่ช่างที่เพิ่งซ่อมหลังคาบ้าน
เงิน 27,000 บาท เดินทางข้ามระบบธนาคารภายในพริบตา ไปฝังอยู่ในบัญชีของชายที่เธอไม่รู้จักเลย นั่นคือ "นายเอ" ชายวัย 35 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อรู้ตัวว่าโอนผิด น.ส.บุญจิรารีบดำเนินการทันที เธอค้นหาข้อมูลติดต่อจากแอปพลิเคชันและทักหานายเอผ่านไลน์ในเวลาเพียงประมาณ 10 นาทีหลังจากทำรายการ ด้วยข้อความสั้นกระชับว่า "โอนเงินไปผิด เข้าบัญชี 27,000"
หวังว่าฝั่งตรงข้ามจะเข้าใจและช่วยโอนเงินคืนให้
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ ชายคนนั้นอ่านข้อความทุกตัวอักษร แล้วเลือกที่จะ... เงียบ
[ สัญญาณอันตราย ]

ชั่วโมงผ่านไป วันผ่านไป น.ส.บุญจิราส่งข้อความทักทวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอเห็นเครื่องหมาย "อ่านแล้ว" ปรากฏขึ้นทุกครั้ง แต่ไม่มีคำตอบใดกลับมาเลย
ความกังวลใจเริ่มเพิ่มพูน เพราะ 27,000 บาท ไม่ใช่เงินเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป นั่นคือค่าแรงช่างที่ต้องจ่ายให้เสร็จสิ้น และเงินที่เธอตั้งใจเก็บหอมรอมริบมา
กระทั่งวันที่ 31 สิงหาคม 2568 หรือ 1 วันหลังจากนั้น นายเอจึงตอบกลับมาเป็นครั้งแรก แต่เนื้อหาในข้อความ 2 ข้อความนั้น กลับเป็นการปฏิเสธในทำนองว่า "ไม่ทราบเรื่องเงินที่โอนเข้ามา"
นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับ น.ส.บุญจิรา เธอแน่ใจแล้วว่านายเอรู้เรื่องดี แต่เลือกที่จะไม่คืนเงิน เธอจึงตัดสินใจเดินหน้าตามกฎหมายทันที
[ จากสถานีตำรวจสู่หมายจับ ]

น.ส.บุญจิราเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีกับนายเอ ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ พร้อมนำหลักฐานสำคัญมาประกอบ ทั้งสลิปการโอนเงิน สกรีนช็อตการสนทนาทางไลน์ที่แสดงให้เห็นว่านายเอ "อ่านแล้ว" แต่ไม่ตอบ และข้อความที่ตอบกลับมาในภายหลัง
กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินไปตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคาร ยืนยันว่าเงินจำนวน 27,000 บาท เข้าบัญชีของนายเอจริง และมีการเคลื่อนย้ายเงินออกจากบัญชีดังกล่าวในเวลาต่อมา จนท้ายที่สุด ศาลแขวงบางบอนออกหมายจับที่ 137/2569 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2569 ในข้อหายักยอกทรัพย์

[ วันจับกุม: หน้าหมู่บ้านย่านทุ่งครุ ]

วันที่ 26 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม นำทีมเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สารวัตรสืบสวน และ จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ผู้บังคับหมู่สืบสวน เคลื่อนกำลังไปยังพื้นที่เป้าหมาย
พวกเขาพบนายเอบริเวณหน้าหมู่บ้านพลีโน่ ซอยประชาอุทิศ 76 แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ชายวัย 35 ปีถูกจับกุมอย่างราบรื่นตามหมายจับศาล ก่อนถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

[ คำสารภาพที่สร้างความตะลึง ]
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบปากคำ นายเอให้การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คำอธิบายของเขาสร้างความตะลึงให้กับทุกคนที่ได้ยิน
นายเออ้างว่า รู้สึก หมั่นไส้ น.ส.บุญจิรา ที่โอนเงินผิดแล้วยังทวงถามอยู่บ่อยครั้งจนรู้สึกว่าน่ารำราญ ด้วยความรู้สึกนั้น เขาจึงรีบโอนเงิน 27,000 บาท ทั้งหมดให้แฟนสาวของตัวเองทันที และเงินจำนวนนั้นถูกใช้จ่ายหมดสิ้นแล้ว ไม่มีเหลือให้คืน

ประโยคเดียวที่ว่า "ทวงจนรำคาญเลยไม่คืน"
กลายเป็นประโยคที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่บิดเบือนต่อการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น และนั่นคือสิ่งที่นำเขาไปสู่การถูกบังคับใช้ด้วยกฎหมายต่อไป



อ่านบริบทกฎหมาย คำสารภาพ บทเรียน เหตุจูงใจ สรุป ฯลฯ ได้ที่นี่

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่