JJNY : 3 ขนส่งเอกชน ขึ้นค่าขนส่ง│สังเวยนํ้ามันแพง! มะนาวพุ่ง│อุทัยฯ​อ่วม ปลูกข้าวโพด│สว.ถกด่วน วิกฤต│เกาหลีใต้ประกาศงบ

3 ขนส่งเอกชน แบกรับภาระน้ำมันแพงไม่ไหวประกาศขึ้นค่าขนส่งชิ้นละ 3 บาท เริ่ม 1 เม.ย.
.

.
ผู้ประกอบการขนส่งเอกชน แบกรับภาระน้ำมันแพงไม่ไหว ประกาศขึ้นค่าขนส่งชิ้นละ 3 บาท มีผลพรุ่งนี้ (1 มี.ค.) โดย KEX ระบุว่า
.
เนื่องจากในช่วงนี้ราคาน้ำมันมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งโดยตรง เพื่อให้ KEX ยังคงสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องจัดเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่มในอัตรา 3 บาท ต่อชิ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป บริษัทฯ ตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจและค่าใช้จ่ายของลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ บริษัทฯ จะพิจารณาปรับลดหรือยกเลิกโดยเร็วตามความเหมาะสมของสถานการณ์”
.
ด้าน J&T Thailand ก็ออกมาประกาศขึ้นราคาค่าขนส่งเช่นกัน โดยระบุว่า
.
J&T Express ขอเรียนแจ้งการปรับอัตราค่าบริการเพิ่มขึ้น 3 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การปรับราคาครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และเพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ขอขอบพระคุณทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนด้วยดีเสมอมา
.
เช่นเดียวกับ Flash Express ที่ออกประกาศ ปรับราคาเช่นกัน โดยระบุว่า
.
“จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานด้านการขนส่งของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องปรับอัตราค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น 3 บาท ในทุกช่องทางการให้บริการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
.

.
สังเวยนํ้ามันแพง! มะนาวราคาพุ่ง เหตุอากาศร้อน-ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่ม
https://www.dailynews.co.th/news/5737645/
.
จ.พิษณุโลก มะนาวราคาพุ่งราคาทะลุกิโลกรัมละ 130 บาท ต้นทุนค่าน้ำมันที่ใช้ขนส่งเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยสภาพอากาศร้อน ผู้บริโภคแห่ใช้มะนาวลูกลายแทน
.
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านขายมะนาว ในตลาดเทศบาล 6 จ.ณุโลก พบว่าราคามะนาวขณะนี้พุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 130 บาท ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องหันไปเลือกใช้มะนาวพิจิตร แบบลูกลายแทน ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท แม้จะมีกลิ่นไม่หอมเท่ามะนาวแป้นรำไพ แต่ยังสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารแทนได้ ในช่วงที่ราคามะนาวสูง
.
นางพนิดา เนตรสว่าง เจ้าของร้านตาแขกซื้อขายมะนาว เปิดเผยว่า ช่วงนี้ราคามะนาวปรับตัวสูง ขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้ง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่ง โดยปัจจุบันค่าขนส่งมะนาวจากกำแพงเพชรมา ยังพิษณุโลก อยู่ที่เที่ยวละ 2,000 บาท

ทำให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคต้องปรับตัว หันมาใช้มะนาวพิจิตร (แบบลูกลาย) ที่มีราคาถูกกว่า โดยมะนาวชนิดนี้มีลักษณะเปลือกหนา เม็ดเยอะ มีน้ำพอสมควร แต่ไม่มีกลิ่นหอมเท่ามะนาวแป้นรำไพ ส่งผลให้ช่วงนี้มียอดขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
..
สำหรับมะนาวคุณภาพดีอย่างมะนาวแป้นรำไพ ซึ่งมีเปลือกบาง น้ำเยอะ กลิ่นหอม และมีเม็ดน้อยถึงไม่มีเลย ขณะนี้ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 100 บาท และขนาดใหญ่พิเศษ (จัมโบ้) สูงถึงกิโลกรัมละ 130 บาท
.
อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคามะนาวจะเริ่มปรับตัวลดลงหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากผลผลิตจากสวนของชาวบ้านจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่แนวโน้มการปรับลดอาจไม่รวดเร็ว เนื่องจากต้นทุนน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง
.

.
เกษตรกรอุทัยฯ​อ่วม น้ำมันแพงดันต้นทุนพุ่ง ปลูกข้าวโพด 21 ไร่ ลงทุนทะลุแสน วอนรัฐช่วยด่วน
https://www.matichon.co.th/region/news_5658063
.
อุทัยธานี เกษตร​อ่วม น้ำมันแพงดันต้นทุนพุ่ง ปลูกข้าวโพด 21 ไร่ ลงทุนทะลุแสน วอนรัฐช่วยด่วน
.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุทัยธานีว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนการผลิตพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาปุ๋ย น้ำมัน และสารกำจัดวัชพืชที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรอย่างหนักในฤดูกาลนี้
.
โดย นางสำเริง ขยันเกษกรณ์ อายุ 53 ปี เกษตรกรในตำบลเขากวางทอง อำเภอหนองฉาง เปิดเผยว่า ปีนี้ตัดสินใจปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 21 ไร่ แทนการทำนาปรัง แต่กลับต้องแบกรับต้นทุนสูงกว่าที่คาด โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยไร่ละกว่า 5,000 บาท รวมเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 105,000 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายข้าวโพดอยู่ที่กิโลกรัมละ 6.80 บาท หรือตันละ 6,800 บาท หากต้องการให้คุ้มทุน จำเป็นต้องได้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 20 ตัน แต่ในความเป็นจริงยังต้องเผชิญต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำ ค่ารถเกี่ยวที่ปรับขึ้นเป็นไร่ละ 800 บาท รวมถึงค่าขนส่ง ทำให้แทบไม่เหลือกำไร
.
ขณะที่ราคาผลผลิตไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกขั้นตอนการผลิต จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ ลดราคาปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยและน้ำมัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
.

.
สว. ถกญัตติด่วน วิกฤต PM 2.5 แนะเร่งดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ห่วงกระทบกลุ่มเปราะบาง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5657908
.
“วุฒิสภา”ถกญัตติด่วน วิกฤต PM 2.5 “สว.นันทนา” ชี้ อากาศแม่ฮ่องสอน เลวร้ายที่สุด ไม่ใช่เชียงใหม่ อัด หลายรัฐบาลแก้ไขแต่ขาดความจริงจัง ขอ รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายสะอาด ภายใน 60 วัน ด้าน“สว.สุนทร” โชว์เด็กเลือดกำเดาไหล เห็นด้วยประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ดึงงบกลางออกมาใช้ ด้าน “หมอวี”เตือน ทุกๆ10ไมโครกรัม เสี่ยงมะเร็ง 16 % ระวัง เด็ก-ทารกในครรภ์ สมองอักเสบ พัฒนาการช้า ขณะที่“มณีรัตน์”สว.จากเชียงราย เล่าประสบการณ์ตรงโดนฝุ่นพิษ จนร้อนในแปรงฟันไม่ได้ ชี้เป็นบทพิสูจน์รัฐบาล จะปกป้องลมหายใจปชช.หรือกลุ่มเสียผลประโยชน์
.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธาน เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง วิกฤต PM 2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทย ว่า จังหวัดเชียงใหม่ไม่ใช่จังหวัดที่อากาศเลวร้ายที่สุดในโลก แต่วิธีการรายงานอันดับเมืองที่มีสภาพอากาศเลวร้ายของ IQAIR ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะรายงานเฉพาะที่เป็นเมืองใหญ่ แต่ความจริงจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือจังหวัดที่เลวร้ายกว่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยวันนี้ เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ IQ AIR รายงานว่าอยู่ในระดับ 205 แต่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ที่ 1,357 และอำเภอเวียงเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ที่ 1,071
.
น.ส.นันทนา กล่าวว่า มลพิษที่เกิดในภาคเหนือเกิดจากการเผาอย่างชัดเจน ถ้าเปิดดูจุดความร้อน HOTSPOT จะพบว่ามีเป็นพันจุด จุดเผาไหม้จำนวนมหาศาล รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้านด้านทิศตะวัน ถามว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือจะยากลำบากเพียงใด หากปล่อยให้สภาพอากาศเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหรือไม่ และท้ายที่สุดจะบันทอนเศรษฐกิจท่องเที่ยวหรือไม่
.
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษทำมาหลายรัฐบาล แต่ขาดความคืบหน้าและจริงจัง การที่ปัญหายังอยู่ เป็นการประจานว่าการดำเนินการที่ผ่านมาล้มเหลว ทั้งวิสัยทัศน์ผู้นำ ระบบราชการส่วนกลางจนถึงส่วนภูมิภาค บางจังหวัดนั่งทำงานในห้องของผู้ว่าราชการจังหวัด มีการผลักดันให้มีร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด แต่สุดท้ายยุบสภาทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไป ดังนั้น ตนจึงหวังว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้จริงใจให้ประเทศไทยมีอากาศสะอาด ควรยืนยันร่างกฎหมายนี้ขึ้นมา
.
จากนั้นสมาชิกได้อภิปราย โดยนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. อภิปรายถึงวิกฤตมลพิษที่เกิดขึ้น และแสดงภาพเด็กเลือดกำเดาไหล พร้อมตั้งคำถามว่าหากเป็นบุตรหลานในการปกครองจะแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ตนเห็นด้วยที่จะประกาศพื้นที่เป็นภัยพิบัติ เพราะจะได้สามารถนำงบกลางออกมาใช้ อย่างไรก็ตาม ขอเสนอมาตรการจัดการแก้ไขปัญหา โดยในระยะสั้นรัฐบาลจะต้องดับจุดความร้อนฮอตสปอต และแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ส่วนระยะกลาง รัฐบาลควรพิจารณากฎหมายที่ไทยมีอยู่ ทั้งร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ที่ตกไปเมื่อยุบสภาครั้งหลังสุด หรือแม้แต่กฎหมายหมอกควันข้ามแดน ยุทธศาสตร์ฟ้าใส อยากให้รัฐบาลทำจริง เพราะไม่อยากเห็นภาพเด็กเลือดกำเดาไหลอีกแล้ว
.
ด้านนายพละวัต ตันศิริ สว.อภิปรายว่า จนถึงเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจุดความร้อนฮอตสปอต 21,370 จุด อยู่ในพื้นที่เขตป่าไปแล้ว 19,000 จุด ขณะที่จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านมีเกือบหนึ่งเท่าตัวของประเทศไทย ฉะนั้น เมื่อจุดฮอตสปอตรวมกัน ทำให้ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก จึงขอเรียกร้องให้รัฐแจกหน้ากาก N95 จัดให้มีห้องปลอดฝุ่น กำกับการเผาและคัดกรองสินค้าจากพื้นที่การเผา เป็นต้น
.
ขณะที่นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว.อภิปรายว่า ฝุ่นPM2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 30 เท่า สามารถเข้าไปถึงถุงลม และกระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ตั้งแต่ไอ จาม เคืองตา เลือดกำเดาไหล หลอดเลือดอักเสบ โรคอัมพฤกษ์ เส้นเลือดตีบ เส้นเลือดแตก เส้นเลือดหัวใจอุดตัน จะมีประชากรเสียชีวิตจำนวนมากขึ้น ในระยะยาวฝุ่น PM2.5 จะทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย มีโอกาสเสี่ยงป่วยเป็นโรคNCD เบาหวาน ความดันโลหิต และสุดท้ายโรคมะเร็ง พบชัดเจนว่าถ้าสัมผัสฝุ่น PM 2.5 ทุกๆ 10 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตรที่เพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงป่วยโรคมะเร็ง 16 เปอร์เซ็นต์
.
นพ.วีระพันธ์ กล่าวด้วยว่า ในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก และทารกในครรภ์ ได้รับฝุ่นพิษนี้ ผ่านรก เข้าสมอง ทำให้สมองอักเสบ เด็กมีพัฒนาการช้าลง กลุ่มเปราะบางที่มีโรคประจำตัวความดันโลหิต เบาหวาน ทำโรคควบคุมไม่ได้ ก่อให้เกิดหลอดเลือดหัวใจที่รุนแรง มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม
.
ดังนั้นทุกชุมชนควรมีพื้นที่ปลอดภัย ออกจากบ้านควรเช็กค่าฝุ่น กลุ่มเปราะบางถ้าค่ามาตรฐานเป็นสีส้มต้องใช้หน้ากาก ซึ่งหน้ากากที่ใช้ได้ผลประสิทธิภาพ ต้อง N95 อยู่ในบ้านปิดหน้าต่าง และประตู เปิดเครื่องปรับอากาศตั้งโหมดไม่ใช้อากาศจากภายนอก ส่วนผู้ที่ออกกำลังกาย ถ้าอากาศเป็นสีส้มหรือสีแดงไม่ควรวิ่งภายนอก แต่ควรออกกำลังกายอยู่ภายในอาคารแทน”นพ.วีระพันธ์ กล่าว
.
ส่วนน.ส.มณีรัตน์ เขมะตวงศ์ สว. อภิปรายว่า ตนขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวเหนือ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในช่วงหมอกควันที่มีในช่วงปลายเดือนก.พ.ถึงเม.ย.ต้องทนอยู่กับสภาพอากาศที่ไม่อยากจะหายใจ เพราะรู้ว่าต้องหายใจเอาอะไรเข้าไป หลายปีก่อนในอำเภอหนึ่งที่ตนอยู่ที่จ.เชียงราย มีค่า PM สูงถึง900 กว่า ซึ่งเราก็อยู่กันไปแบบนั้น อยู่แบบจำใจ คนที่มีกำลังทรัพย์ก็ซื้อเครื่องฟอกอากาศ 2-3 ตัวในห้องนอนหนึ่งห้อง ทำห้องปลอดฝุ่น แต่หลายครอบครัวไม่มีสิทธิ์แม้จะเข้าถึงอากาศสะอาดได้หายใจ ฝุ่นที่มีค่าเป็นพิษสีแดงแบบนี้ไม่ต้องรอเป็นปี แค่5-7วันก็เห็นผลระยะสั้นแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่