การพูดภาษาแปลกๆ ของคริสเตียนบางคน เท่าที่ผมได้ฟังดูก็คือ เป็นการพูดแบบรัวลิ้น ซึ่งไม่สามารถเข้าใจความหมายได้
และไม่น่าเป็นภาษาที่มนุษย์บนโลกใช้พูดกัน ผมได้สอบถามคนที่พูดบางคนแล้ว เขาบอกว่าเป็นการพูดออกมาจากใจ
โดยที่ไม่สามารถควบคุมคำพูดได้ แต่สามารถหยุดพูดหรือเริ่มพูดใหม่ได้ หลังจากที่พูดภาษาแปลกๆ แล้วจะรู้สึกดี (มีอารมณ์ดี)
และเชื่อว่าทำให้ติดสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น
ประเด็น การพูดภาษาแปลกๆ ของพวกเขามาจากพระเจ้าหรือไม่ ? ซึ่งหมายถึงพระเจ้าได้นำให้พวกเขาพูดภาษาแปลกๆ หรือไม่ ?
คำตอบก็คือ
อาจมาจากพระเจ้าหรือไม่ก็ได้
ผมเป็นคริสเตียนมา 37 ปี ได้เห็นท่าทีของคริสเตียนในคริสตจักรต่างๆ มามากมายหลายแห่ง
โดยผมได้เข้าร่วมนมัสการพระเจ้าในคณะต่างๆ ที่สำคัญจำนวน 3 คณะ (จากทั้งหมด 4 คณะ)
ได้แก่ สภาคริสตจักรฯ แบ๊บติสต์ฯ และสหกิจคริสเตียนฯ (เหลือเซเว่นเดย์ฯ) สรุปได้ดังนี้
สภาคริสตจักรและแบ๊บติสต์ ไม่ยอมรับการพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุม เพราะเชื่อว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า
แต่ยังยอมรับการพูดภาษาแปลกๆ เป็นการส่วนตัวเพียงลำพังเท่านั้น
โดยที่คนอื่นไม่ได้ยินเสียงพูด
จึงจะถือว่าเป็นของประทานจากพระเจ้า ซึ่งได้ยึดถือตามข้อพระคัมภีร์ดังนี้
1 โครินธ์ 14:27-28
ถ้าใครจะพูดภาษาแปลกๆ จงให้พูดเพียงสองคนหรืออย่างมากที่สุดก็สามคน และให้พูดทีละคน แล้วให้อีกคนหนึ่งแปล
แต่ถ้าไม่มีใครแปลได้ก็ให้เขาอยู่เงียบๆ ในที่ประชุม
และให้พูดกับตัวเอง และทูลต่อพระเจ้า
หมายเหตุ
<และให้พูดกับตัวเอง และทูลต่อพระเจ้า> หมายถึง
ออกไปพูดนอกห้องประชุม
เพราะหากยังคงพูดกับตัวเองอยู่ในห้องประชุม คนอื่นก็ยังได้ยินเสียงพูดอยู่ดี
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเจอคริสตจักรแห่งใดที่มีการพูดภาษาแปลกๆ ในที่ในที่ประชุม
แล้วมีอีกคนหนึ่งทำการแปลภาษาแปลกๆ นั้น มีแต่เจอคริสตจักรในคณะสหกิจคริสเตียน
ที่สมาชิกหลายคนพากันพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมพร้อมกัน โดยที่ไม่มีใครแปลภาษาแปลกๆ เลย
ซึ่งพวกเขาได้กระทำผิดต่อข้อพระคัมภีร์ดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้า และเป็นความผิดบาปที่ร้ายแรง
ดังนั้นท่าทีของคริสตจักรดังกล่าวตามข้างต้น
ถือว่ามีความเชื่อผิดหรือเป็นลัทธิเทียมเท็จ
ซึ่งเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อคริสตจักรของพระเจ้า แล้วจะส่งผลให้สมาชิกไม่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า
แต่กลับเดินในทางแห่งความบาป พวกเขาจึงไม่ใช่ลูกของพระเจ้าอีกต่อไป พวกเขาจึงเป็นคริสเตียนแต่เพียงเปลือกนอก
แล้วพระเจ้าจะทำการพิพากษาพวกเขาในวาระสุดท้ายของโลก เหมือนกับชาวโลกที่เป็นคนบาปโดยทั่วไป
สรุปการพูดภาษาแปลกๆ แบ่งออกเป็น 4 กรณี
(1) การพูดภาษาแปลกๆ เป็นการส่วนตัว อาจมาจากพระเจ้า
(2) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นไม่ได้ยินเสียง อาจมาจากพระเจ้า
(3) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นได้ยินเสียง และมีการแปล
เชื่อว่ามาจากพระเจ้า
(4) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นได้ยินเสียง และไม่มีการแปล
ย่อมไม่ได้มาจากพระเจ้า
การพูดภาษาแปลกๆ มาจากพระเจ้าหรือไม่ ?
และไม่น่าเป็นภาษาที่มนุษย์บนโลกใช้พูดกัน ผมได้สอบถามคนที่พูดบางคนแล้ว เขาบอกว่าเป็นการพูดออกมาจากใจ
โดยที่ไม่สามารถควบคุมคำพูดได้ แต่สามารถหยุดพูดหรือเริ่มพูดใหม่ได้ หลังจากที่พูดภาษาแปลกๆ แล้วจะรู้สึกดี (มีอารมณ์ดี)
และเชื่อว่าทำให้ติดสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น
ประเด็น การพูดภาษาแปลกๆ ของพวกเขามาจากพระเจ้าหรือไม่ ? ซึ่งหมายถึงพระเจ้าได้นำให้พวกเขาพูดภาษาแปลกๆ หรือไม่ ?
คำตอบก็คือ อาจมาจากพระเจ้าหรือไม่ก็ได้
ผมเป็นคริสเตียนมา 37 ปี ได้เห็นท่าทีของคริสเตียนในคริสตจักรต่างๆ มามากมายหลายแห่ง
โดยผมได้เข้าร่วมนมัสการพระเจ้าในคณะต่างๆ ที่สำคัญจำนวน 3 คณะ (จากทั้งหมด 4 คณะ)
ได้แก่ สภาคริสตจักรฯ แบ๊บติสต์ฯ และสหกิจคริสเตียนฯ (เหลือเซเว่นเดย์ฯ) สรุปได้ดังนี้
สภาคริสตจักรและแบ๊บติสต์ ไม่ยอมรับการพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุม เพราะเชื่อว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า
แต่ยังยอมรับการพูดภาษาแปลกๆ เป็นการส่วนตัวเพียงลำพังเท่านั้น โดยที่คนอื่นไม่ได้ยินเสียงพูด
จึงจะถือว่าเป็นของประทานจากพระเจ้า ซึ่งได้ยึดถือตามข้อพระคัมภีร์ดังนี้
1 โครินธ์ 14:27-28
ถ้าใครจะพูดภาษาแปลกๆ จงให้พูดเพียงสองคนหรืออย่างมากที่สุดก็สามคน และให้พูดทีละคน แล้วให้อีกคนหนึ่งแปล
แต่ถ้าไม่มีใครแปลได้ก็ให้เขาอยู่เงียบๆ ในที่ประชุม และให้พูดกับตัวเอง และทูลต่อพระเจ้า
หมายเหตุ
<และให้พูดกับตัวเอง และทูลต่อพระเจ้า> หมายถึง ออกไปพูดนอกห้องประชุม
เพราะหากยังคงพูดกับตัวเองอยู่ในห้องประชุม คนอื่นก็ยังได้ยินเสียงพูดอยู่ดี
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเจอคริสตจักรแห่งใดที่มีการพูดภาษาแปลกๆ ในที่ในที่ประชุม
แล้วมีอีกคนหนึ่งทำการแปลภาษาแปลกๆ นั้น มีแต่เจอคริสตจักรในคณะสหกิจคริสเตียน
ที่สมาชิกหลายคนพากันพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมพร้อมกัน โดยที่ไม่มีใครแปลภาษาแปลกๆ เลย
ซึ่งพวกเขาได้กระทำผิดต่อข้อพระคัมภีร์ดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้า และเป็นความผิดบาปที่ร้ายแรง
ดังนั้นท่าทีของคริสตจักรดังกล่าวตามข้างต้น ถือว่ามีความเชื่อผิดหรือเป็นลัทธิเทียมเท็จ
ซึ่งเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อคริสตจักรของพระเจ้า แล้วจะส่งผลให้สมาชิกไม่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า
แต่กลับเดินในทางแห่งความบาป พวกเขาจึงไม่ใช่ลูกของพระเจ้าอีกต่อไป พวกเขาจึงเป็นคริสเตียนแต่เพียงเปลือกนอก
แล้วพระเจ้าจะทำการพิพากษาพวกเขาในวาระสุดท้ายของโลก เหมือนกับชาวโลกที่เป็นคนบาปโดยทั่วไป
สรุปการพูดภาษาแปลกๆ แบ่งออกเป็น 4 กรณี
(1) การพูดภาษาแปลกๆ เป็นการส่วนตัว อาจมาจากพระเจ้า
(2) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นไม่ได้ยินเสียง อาจมาจากพระเจ้า
(3) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นได้ยินเสียง และมีการแปล เชื่อว่ามาจากพระเจ้า
(4) การพูดภาษาแปลกๆ ในที่ประชุมโดยที่คนอื่นได้ยินเสียง และไม่มีการแปล ย่อมไม่ได้มาจากพระเจ้า