เรื่องนี้เป็นข่าวไวรัลที่โด่งดังมากจาก เขตไป่หยุน เมืองกวางโจว ประเทศจีน ค่ะ
ซึ่งสะท้อนปัญหาคลาสสิกของ "อพาร์ตเมนต์เก่า" ในจีนที่พยายามปรับปรุงให้น่าอยู่ขึ้น แต่ต้องเจอกับเพื่อนบ้านที่เห็นต่างจนกลายเป็นดราม่าระดับขึ้นศาล
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น ซึ่งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นลงลำบาก จึงมีการลงมติสร้างลิฟต์ตามนโยบายรัฐบาล นายจาง ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 3 เป็นคนเดียวที่คัดค้านอย่างหนัก โดยให้เหตุผลว่า:
* ลิฟต์จะบังแสงแดดและลมที่เข้าห้องเขา
* เสียงการทำงานของลิฟต์จะรบกวนความเป็นส่วนตัว
* กังวลเรื่องโครงสร้างตึกจะรับน้ำหนักไม่ไหว
ในขณะที่เพื่อนบ้านคนอื่นยอมควักเนื้อจ่ายเงินสมทบ (เฉลี่ยตามความสูงชั้น)
แต่นายจางไม่ยอมจ่ายส่วนของตัวเองประมาณ 19,000 หยวน แถมยังไปยืนขวางเขตก่อสร้าง ด่าทอคนงาน และร้องเรียนหน่วยงานรัฐ
จนทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปเกือบปี เพื่อนบ้านคนอื่นจึงต้องช่วยกันหารเงินส่วนของนายจางเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้
เมื่อลิฟต์เสร็จ... ความคิดก็เปลี่ยน
พอลิฟต์สร้างเสร็จและเปิดใช้งาน นายจางพบว่าการเดินขึ้นชั้น 3 มันเหนื่อยกว่าที่คิด
เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านคนอื่นที่กดลิฟต์ขึ้นไปอย่างสบายใจ เขาจึงตัดสินใจ ถือเงิน 19,000 หยวน ไปขอจ่ายย้อนหลังเพื่อขอทำ "คีย์การ์ด" เข้าใช้ลิฟต์ด้วย
เพื่อนบ้านทั้งตึกลงมติร่วมกันว่า "ไม่รับเงิน และไม่ให้ใช้" โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่นายจางทำไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่เป็นการสร้างความลำบากและทำให้งบประมาณบานปลายจากการล่าช้า นายจางจึงไปฟ้องศาลเพื่อขอสิทธิในการใช้ลิฟต์ (เพราะเขาเป็นเจ้าของร่วมในอาคารนั้น)
⚖️ คำตัดสินของศาล (ที่น่าสนใจมาก)
ศาลกวางโจวตัดสินโดยยึดหลัก "ความยุติธรรมและสิทธิในการอยู่อาศัย" ดังนี้:
* นายจางมีสิทธิใช้ลิฟต์: เนื่องจากลิฟต์ถือเป็นส่วนกลางของอาคาร และเขามีสิทธิในการใช้สอยตามกฎหมาย
* ต้องจ่ายค่าชดเชย: แต่ศาลระบุว่านายจางต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง + ค่าชดเชยความล่าช้าที่เขาเป็นต้นเหตุ (ซึ่งยอดรวมอาจจะสูงกว่า 19,000 หยวนเดิม)
* ความสัมพันธ์ที่พังทลาย: แม้ทางกฎหมายจะได้ใช้ลิฟต์ แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่านายจางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะเพื่อนบ้านทั้งตึกเลิกคบและไม่ยอมคุยด้วยอีกเลย
> ข้อคิดจากเรื่องนี้: "กฎหมายอาจจะให้สิทธิเราในการใช้สิ่งของ แต่กฎของสังคมจะตัดสินว่าเราควรจะได้รับความเคารพจากเพื่อนบ้านหรือไม่"
ที่มาข่าว
https://view.inews.qq.com/a/20260322A02RI000
หนุ่มจีน ค้านสร้างลิฟต์ พอสร้างเสร็จจะขอใช้ ลูกบ้านลงมติ ไม่ให้ใช้!!
ซึ่งสะท้อนปัญหาคลาสสิกของ "อพาร์ตเมนต์เก่า" ในจีนที่พยายามปรับปรุงให้น่าอยู่ขึ้น แต่ต้องเจอกับเพื่อนบ้านที่เห็นต่างจนกลายเป็นดราม่าระดับขึ้นศาล
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น ซึ่งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ขึ้นลงลำบาก จึงมีการลงมติสร้างลิฟต์ตามนโยบายรัฐบาล นายจาง ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 3 เป็นคนเดียวที่คัดค้านอย่างหนัก โดยให้เหตุผลว่า:
* ลิฟต์จะบังแสงแดดและลมที่เข้าห้องเขา
* เสียงการทำงานของลิฟต์จะรบกวนความเป็นส่วนตัว
* กังวลเรื่องโครงสร้างตึกจะรับน้ำหนักไม่ไหว
ในขณะที่เพื่อนบ้านคนอื่นยอมควักเนื้อจ่ายเงินสมทบ (เฉลี่ยตามความสูงชั้น)
แต่นายจางไม่ยอมจ่ายส่วนของตัวเองประมาณ 19,000 หยวน แถมยังไปยืนขวางเขตก่อสร้าง ด่าทอคนงาน และร้องเรียนหน่วยงานรัฐ
จนทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปเกือบปี เพื่อนบ้านคนอื่นจึงต้องช่วยกันหารเงินส่วนของนายจางเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้
เมื่อลิฟต์เสร็จ... ความคิดก็เปลี่ยน
พอลิฟต์สร้างเสร็จและเปิดใช้งาน นายจางพบว่าการเดินขึ้นชั้น 3 มันเหนื่อยกว่าที่คิด
เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านคนอื่นที่กดลิฟต์ขึ้นไปอย่างสบายใจ เขาจึงตัดสินใจ ถือเงิน 19,000 หยวน ไปขอจ่ายย้อนหลังเพื่อขอทำ "คีย์การ์ด" เข้าใช้ลิฟต์ด้วย
เพื่อนบ้านทั้งตึกลงมติร่วมกันว่า "ไม่รับเงิน และไม่ให้ใช้" โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่นายจางทำไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่เป็นการสร้างความลำบากและทำให้งบประมาณบานปลายจากการล่าช้า นายจางจึงไปฟ้องศาลเพื่อขอสิทธิในการใช้ลิฟต์ (เพราะเขาเป็นเจ้าของร่วมในอาคารนั้น)
⚖️ คำตัดสินของศาล (ที่น่าสนใจมาก)
ศาลกวางโจวตัดสินโดยยึดหลัก "ความยุติธรรมและสิทธิในการอยู่อาศัย" ดังนี้:
* นายจางมีสิทธิใช้ลิฟต์: เนื่องจากลิฟต์ถือเป็นส่วนกลางของอาคาร และเขามีสิทธิในการใช้สอยตามกฎหมาย
* ต้องจ่ายค่าชดเชย: แต่ศาลระบุว่านายจางต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง + ค่าชดเชยความล่าช้าที่เขาเป็นต้นเหตุ (ซึ่งยอดรวมอาจจะสูงกว่า 19,000 หยวนเดิม)
* ความสัมพันธ์ที่พังทลาย: แม้ทางกฎหมายจะได้ใช้ลิฟต์ แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่านายจางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะเพื่อนบ้านทั้งตึกเลิกคบและไม่ยอมคุยด้วยอีกเลย
> ข้อคิดจากเรื่องนี้: "กฎหมายอาจจะให้สิทธิเราในการใช้สิ่งของ แต่กฎของสังคมจะตัดสินว่าเราควรจะได้รับความเคารพจากเพื่อนบ้านหรือไม่"
ที่มาข่าว
https://view.inews.qq.com/a/20260322A02RI000