สาววัย 20 เปิดไฟนอน ทำน้ำหนักพุ่งทะลุ 100 กก. แพทย์ชี้ 'มลภาวะทางแสง' ทำให้อ้วนได้
.
"กลัวความมืดจนต้องเปิดไฟนอน รู้ตัวอีกทีทำไมถึงอ้วนขึ้น?" กรณีของหญิงสาววัยชาวจีน วัย 20 ปีจากเมืองหนิงโป ที่ติดนิสัยเปิดไฟนอนจนน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 100 กิโลกรัม ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
.
แพทย์วินิจฉัยว่า การได้รับแสงสว่างในเวลากลางคืนเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพ ทำให้ระบบเผาผลาญพังทลายและสูญเสียการควบคุมความอยากอาหาร นี่คือภาวะโรคอ้วนที่เกิดจาก "มลภาวะทางแสง"
.
งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การเปิดไฟนอนไม่เพียงแต่ทำลายคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแนบเนียน
.
◾ทำไมการ "เปิดไฟนอน" ถึงทำให้อ้วน
.
ร่างกายมนุษย์มี "นาฬิกาชีวภาพ" ที่ถูกควบคุมโดยสมอง ซึ่งไวต่อแสงสว่างมาก แสงในเวลากลางคืนจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนและทำให้ระบบเผาผลาญรวน นำไปสู่ปฏิกิริยาลูกโซ่ดังนี้
.
1) ระดับเมลาโทนินลดลง
เมลาโทนินไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยให้นอนหลับ แต่ยังช่วยควบคุมความไวต่ออินซูลินและกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน แสงไฟยามค่ำคืนทำให้การหลั่งเมลาโทนินลดลงถึง 30%–50% ประสิทธิภาพในการสลายไขมันจึงลดลงตามไปด้วย
.
2) เกิดภาวะดื้ออินซูลิน
นาฬิกาชีวภาพที่ปั่นป่วนทำให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้แย่ลง น้ำตาลในเลือดจึงถูกเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง
.
3) ฮอร์โมนความอยากอาหารเสียสมดุล
แสงสว่างตอนกลางคืนจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นความหิว หรือ เกรลิน (Ghrelin) และลดระดับฮอร์โมนความอิ่ม หรือ เลปติน (Leptin) ส่งผลให้ตื่นมาแล้วมีความอยากอาหารสูงมาก โดยเฉพาะของหวานและของทอด
.
◾ข้อเท็จจริงทางการแพทย์
.
งานวิจัยพบว่า ผู้ที่นอนหลับในห้องที่มีแสงสว่างเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูงกว่าคนที่นอนในห้องมืดสนิทถึง 22% และมักจะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า
.
◾แสงแบบไหนที่กำลังทำร้ายคุณ
.
หลายคนคิดว่า "แค่ปิดไฟดวงใหญ่ก็พอแล้ว" แต่ในความเป็นจริง แม้เราจะหลับตา แสงก็ยังสามารถทะลุผ่านเปลือกตาเข้าไปรบกวนสมองได้ แสงแฝงที่ควรระวัง ได้แก่
.
แสงสีฟ้าจากหน้าจอ จากการเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตก่อนนอน ไฟดวงเล็ก โคมไฟหัวเตียง หรือจุดไฟเล็กๆ จากสายชาร์จแบตเตอรี่ และแสงไฟจากนอกหน้าต่าง อย่างไฟถนนหรือป้ายนีออนที่ส่องเข้ามาในห้อง
.
◾4 เคล็ดลับจัดห้องนอนที่ดี
.
สภาพแวดล้อมที่มืดสนิทจะช่วยให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาซ่อมแซมร่างกายและเผาผลาญไขมันได้อย่างเต็มที่
.
1) งดรับแสงสีฟ้า 1 ชั่วโมงก่อนนอน เลิกเล่นมือถือ เปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือเป็นเล่มหรือฟังพอดแคสต์แทน
.
2) ดับไฟทุกดวง ถอดปลั๊กสายชาร์จที่มีไฟ ปิดโคมไฟกลางคืน และใช้ผ้าม่านกันแสง (Blackout) เพื่อบล็อกแสงจากภายนอก
.
3) ใส่ผ้าปิดตา (หากจำเป็น) เลือกผ้าปิดตาที่กันแสงได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมแสงสว่างรอบตัวไม่ได้
.
4) จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ ควรเข้านอนก่อน 23:00 น. เพื่อให้นอนหลับได้ 7-8 ชั่วโมง และไม่ควรอดนอนหรือนอนชดเชยมากเกินไปในวันหยุด
.
แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการน้ำหนักขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ นอกจากการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพการนอนหลับและการสัมผัสแสงสว่างในยามค่ำคืนร่วมด้วย
https://www.facebook.com/share/p/1FFeCyLZDK/
💡 สาววัย 20 เปิดไฟนอน ทำน้ำหนักพุ่งทะลุ 100 กก. แพทย์ชี้ 'มลภาวะทางแสง' ทำให้อ้วนได้
.
"กลัวความมืดจนต้องเปิดไฟนอน รู้ตัวอีกทีทำไมถึงอ้วนขึ้น?" กรณีของหญิงสาววัยชาวจีน วัย 20 ปีจากเมืองหนิงโป ที่ติดนิสัยเปิดไฟนอนจนน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 100 กิโลกรัม ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
.
แพทย์วินิจฉัยว่า การได้รับแสงสว่างในเวลากลางคืนเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพ ทำให้ระบบเผาผลาญพังทลายและสูญเสียการควบคุมความอยากอาหาร นี่คือภาวะโรคอ้วนที่เกิดจาก "มลภาวะทางแสง"
.
งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การเปิดไฟนอนไม่เพียงแต่ทำลายคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแนบเนียน
.
◾ทำไมการ "เปิดไฟนอน" ถึงทำให้อ้วน
.
ร่างกายมนุษย์มี "นาฬิกาชีวภาพ" ที่ถูกควบคุมโดยสมอง ซึ่งไวต่อแสงสว่างมาก แสงในเวลากลางคืนจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนและทำให้ระบบเผาผลาญรวน นำไปสู่ปฏิกิริยาลูกโซ่ดังนี้
.
1) ระดับเมลาโทนินลดลง
เมลาโทนินไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยให้นอนหลับ แต่ยังช่วยควบคุมความไวต่ออินซูลินและกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน แสงไฟยามค่ำคืนทำให้การหลั่งเมลาโทนินลดลงถึง 30%–50% ประสิทธิภาพในการสลายไขมันจึงลดลงตามไปด้วย
.
2) เกิดภาวะดื้ออินซูลิน
นาฬิกาชีวภาพที่ปั่นป่วนทำให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้แย่ลง น้ำตาลในเลือดจึงถูกเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง
.
3) ฮอร์โมนความอยากอาหารเสียสมดุล
แสงสว่างตอนกลางคืนจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นความหิว หรือ เกรลิน (Ghrelin) และลดระดับฮอร์โมนความอิ่ม หรือ เลปติน (Leptin) ส่งผลให้ตื่นมาแล้วมีความอยากอาหารสูงมาก โดยเฉพาะของหวานและของทอด
.
◾ข้อเท็จจริงทางการแพทย์
.
งานวิจัยพบว่า ผู้ที่นอนหลับในห้องที่มีแสงสว่างเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูงกว่าคนที่นอนในห้องมืดสนิทถึง 22% และมักจะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า
.
◾แสงแบบไหนที่กำลังทำร้ายคุณ
.
หลายคนคิดว่า "แค่ปิดไฟดวงใหญ่ก็พอแล้ว" แต่ในความเป็นจริง แม้เราจะหลับตา แสงก็ยังสามารถทะลุผ่านเปลือกตาเข้าไปรบกวนสมองได้ แสงแฝงที่ควรระวัง ได้แก่
.
แสงสีฟ้าจากหน้าจอ จากการเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตก่อนนอน ไฟดวงเล็ก โคมไฟหัวเตียง หรือจุดไฟเล็กๆ จากสายชาร์จแบตเตอรี่ และแสงไฟจากนอกหน้าต่าง อย่างไฟถนนหรือป้ายนีออนที่ส่องเข้ามาในห้อง
.
◾4 เคล็ดลับจัดห้องนอนที่ดี
.
สภาพแวดล้อมที่มืดสนิทจะช่วยให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาซ่อมแซมร่างกายและเผาผลาญไขมันได้อย่างเต็มที่
.
1) งดรับแสงสีฟ้า 1 ชั่วโมงก่อนนอน เลิกเล่นมือถือ เปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือเป็นเล่มหรือฟังพอดแคสต์แทน
.
2) ดับไฟทุกดวง ถอดปลั๊กสายชาร์จที่มีไฟ ปิดโคมไฟกลางคืน และใช้ผ้าม่านกันแสง (Blackout) เพื่อบล็อกแสงจากภายนอก
.
3) ใส่ผ้าปิดตา (หากจำเป็น) เลือกผ้าปิดตาที่กันแสงได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมแสงสว่างรอบตัวไม่ได้
.
4) จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ ควรเข้านอนก่อน 23:00 น. เพื่อให้นอนหลับได้ 7-8 ชั่วโมง และไม่ควรอดนอนหรือนอนชดเชยมากเกินไปในวันหยุด
.
แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการน้ำหนักขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ นอกจากการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพการนอนหลับและการสัมผัสแสงสว่างในยามค่ำคืนร่วมด้วย
https://www.facebook.com/share/p/1FFeCyLZDK/