รู้จัก "ฟองสบู่ท้องถิ่น" เมื่อเรากำลังอยู่ท่ามกลางซากดาวที่ตายไปเมื่อ14ล้านปีก่อน

เรากำลังอาศัยอยู่ท่ามกลางซากของดวงดาวที่ได้ตายไปแล้ว… ใช่คุณฟังไม่ผิด เมื่อปีสองปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ได้พบว่าระบบสุริยะของเรา ทั้งดวงอาทิตย์ โลก และดาวเคราะห์อีก 7 ดวงที่เหลือ กำลังอยู่โพรงขนาดยักษ์ คล้ายกับฟองอากาศที่กำลังขยายตัว ซึ่งคาดว่าเกิดจากดาวฤกษ์ที่ระเบิดออกอย่างรุนแรงในปรากฏการณ์ที่เรียกว่าซุปเปอร์โนวาเมื่อประมาณ 14 ล้านปีที่แล้ว
.
โดยนักดาราศาสตร์เรียกโครงสร้างลักษณะคล้ายฟองอากาศนี้ว่า ‘Local Bubble’ หรือฟองสบู่ท้องถิ่น ที่ดวงอาทิตย์ได้เคลื่อนที่เข้ามาเมื่อ 5 ล้านปีที่แล้ว ตามการโคจรรอบใจกลางทางช้างเผือกแบบปกติ ซึ่งความพีคอยู่ที่ว่า ณ ตอนนี้ ช่วงที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมา มีเทคโนโลยีในการสำรวจที่ดีพอ เรากำลังอยู่ตรงกลางของฟองอากาศนี้พอดี  
.
จากข้อมูลการสังเกตพบว่า Local Bubble มีขนาดกว้างราว 1,000 ปีแสง และมีความหนาแน่นของไฮโดรเจนเพียงต่ำมาก ๆ เพียง 0.05 อะตอมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของทางช้างเผือกถึง 10 เท่า แถมมีอุณหภูมิที่สูงมากกว่าอีกด้วย โดยนักดาราศาสตร์คิดว่า Local Bubble ไม่ได้เกิดจากซูเปอร์โนวาของดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว แต่เป็นดาวฤกษ์หลายสิบดวงหรืออาจมากถึงพันดวงที่อยู่ใกล้กัน และหมดอายุขัยลงในระยะเวลาไล่เลี่ยกันพอดี ซึ่งพลังงานจากการระเบิดในที่ได้พัดพา ปัดเป่า กลุ่มแก๊สไฮโดรเจนออกไปเป็นโครงสร้างคล้ายฟองอากาศนั่นเอง
.
นอกจากนี้นักดาราศาสตร์ยังชี้ว่าหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ถึงแนวความคิดดังกล่าวคือการพบ ธาตุเหล็ก-60 ไอโซโทปธาตุเหล็กที่ไม่เหมือนกับเหล็กที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ตามแนวดินตะกอนใต้มหาสมุทรบนโลก ที่แสดงว่าระบบสุริยะได้รับธาตุเหล็กจากการระเบิดซุปเปอร์โนวา ณ จังหวะที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาแตะฝุ่นผงจากการระเบิดบริเวณขอบรอบนอกของ Local Bubble
.
จากการสังเกตการณ์ในปัจจุบันขอบของ Local Bubble กำลังแผ่ขยายตัวด้วยความเร็วกว่า 7 กิโลเมตรต่อวินาที ทำให้บริเวณขอบนอกของฟองสบู่เป็นบริเวณที่มีฝุ่นแก๊สไฮโดรเจนอัดแน่น จากการที่พัดพาไฮโดรเจนตามทางไปสะสมกันมาก เสียจนกระตุ้นให้ฝุ่นแก๊สไฮโดรเจนบีบอัดตัวกลายเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์มากมาย เช่น แหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ Ophiuchus ก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย เป็นการยืนยันทฤษฎีการกำเนิดดาวฤกษ์ไปในตัว ว่าความตายของดาวดวงหนึ่ง สามารถให้กำเนิดดาวอีกมากมายได้
.
ศาสตราจารย์ แคทเธอรีน ซัคเกอร์ (Catherine Zucker) ระบุว่านี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่ระบบสุริยะของพวกเราอยู่บริเวณใจกลางโพรงที่เกือบจะว่างเปล่ามากที่สุด ซึ่งทำให้เป็นการง่ายต่อการศึกษาความเป็นไปของดวงดาวต่าง ๆ เนื่องจากไม่มีวัตถุหรือแก๊สอะไรที่จะมาบดบังในรัศมี 1,000 ปีแสงนี้เลย โดยมีการคำนวณว่าอีกประมาณ 10-20 ล้านปีข้างหน้านี้ ระบบสุริยะของเราก็จะเคลื่อนตัวออกจาก  Local Bubble นี้ในที่สุด

.
Original by Chinapong Lienpanich,ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากเพจ: The Space Times
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่