
ย้ำเตือนผู้ขับขี่ หลังพ้นวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ จะสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน ดีเดย์ 1 เมษายน จับปรับจริงตามกฎหมายจราจรทั่วประเทศ
เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน หลังจากก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน บังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชนเป็นสำคัญ ผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินการ 3 ระยะ โดยปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 ระยะ “เตือนก่อนปรับ” ซึ่งจะใช้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
หลังจากนี้ 1 เมษายน ระยะที่ 2 ตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจร ใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประกอบไปด้วย
1. ความเร็วเกินกำหนด ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายระบุ
2. ขับรถย้อนศร
3. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร / ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย
4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
5.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ใบขับขี่หมดอายุ หรือถูกระงับ
6. แซงในที่คับขัน แซงบนสะพาน ทางโค้ง หรือเส้นทึบ
7. เมาแล้วขับ
8.ไม่สวมหมวกนิรภัย สำหรับผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
9. รถไม่ปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ
10.ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ แชทหรือโทรโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริม (Hands-free)
สำหรับระยะที่ 1 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) เผยข้อมูล มีการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ไปแล้วกว่า 99,297 ครั้ง โดย 5 อันดับข้อหาที่มีการตักเตือนมากที่สุด ได้แก่:
1. ไม่สวมหมวกนิรภัย (47.3%)
2. ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (16.8%)
3. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (9.8%)
4. ขับรถเร็วเกินกฎหมายกําหนด (7.0%)
5. อื่นๆ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (4.6%)
ขอบคุณข้อมูล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เตรียมพร้อม! เช็ก 10 ข้อหา เริ่ม 1 เม.ย.นี้ ตร.จับปรับจริง
ย้ำเตือนผู้ขับขี่ หลังพ้นวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ จะสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน ดีเดย์ 1 เมษายน จับปรับจริงตามกฎหมายจราจรทั่วประเทศ
เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน หลังจากก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน บังคับใช้กฎหมาย และเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชนเป็นสำคัญ ผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินการ 3 ระยะ โดยปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 ระยะ “เตือนก่อนปรับ” ซึ่งจะใช้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
หลังจากนี้ 1 เมษายน ระยะที่ 2 ตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจร ใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประกอบไปด้วย
1. ความเร็วเกินกำหนด ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายระบุ
2. ขับรถย้อนศร
3. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร / ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย
4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
5.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ใบขับขี่หมดอายุ หรือถูกระงับ
6. แซงในที่คับขัน แซงบนสะพาน ทางโค้ง หรือเส้นทึบ
7. เมาแล้วขับ
8.ไม่สวมหมวกนิรภัย สำหรับผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
9. รถไม่ปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ
10.ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ แชทหรือโทรโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริม (Hands-free)
สำหรับระยะที่ 1 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) เผยข้อมูล มีการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ไปแล้วกว่า 99,297 ครั้ง โดย 5 อันดับข้อหาที่มีการตักเตือนมากที่สุด ได้แก่:
1. ไม่สวมหมวกนิรภัย (47.3%)
2. ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ (16.8%)
3. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (9.8%)
4. ขับรถเร็วเกินกฎหมายกําหนด (7.0%)
5. อื่นๆ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน (4.6%)
ขอบคุณข้อมูล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ