เมื่อที่บ้านมองว่า "เงินเดือนลูก" คือ "เงินเกษียณ" ของพ่อแม่... ผมควรจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีครับ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป
วันนี้ผมมีเรื่องอึดอัดใจอยากมาขอคำปรึกษา หรืออย่างน้อยก็ขอพื้นที่ระบายหน่อยครับ คือผมเพิ่งเริ่มทำงานมาได้ประมาณ 2-3 ปี เริ่มมีเงินเดือนขยับขยายขึ้น แต่กลายเป็นว่า "ยิ่งหาได้เยอะ ยิ่งถูกขอเยอะตาม" จนตอนนี้ผมเริ่มมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองเลยครับ
สถานการณ์ของผมตอนนี้:
ผมส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 30-40% ของเงินเดือน (ซึ่งผมเต็มใจในตอนแรก)
แต่พักหลังๆ พ่อกับแม่เริ่มขอเพิ่มเพื่อไป "ปิดงวดรถคันใหม่" และ "เลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อน"
พอผมบอกว่าเดือนนี้ไม่ไหว อยากเก็บเงินไว้แต่งงานหรือดาวน์คอนโด ท่านก็จะพูดเชิงว่า "เลี้ยงเสียข้าวสุก" หรือ "ตอนลำบากเลี้ยงมาได้ ทำไมแค่นี้ให้พ่อแม่ไม่ได้"
สิ่งที่ผมรู้สึกผิดในใจคือ:
ผมรักท่านนะครับ แต่ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็น "ตู้ ATM" มากกว่าเป็นลูก ผมไม่มีเงินเก็บส่วนตัวเลย เพื่อนรุ่นเดียวกันเริ่มผ่อนบ้าน มีชีวิตของตัวเอง แต่ผมยังต้องคอยพะวงว่าสิ้นเดือนนี้จะโดนขอเพิ่มอีกไหม
ผมเลยอยากถามความเห็นเพื่อนๆ ครับ:
การที่ลูกเลือกที่จะ "เก็บเงินเพื่ออนาคตตัวเอง" มากกว่า "ตามใจความต้องการของพ่อแม่" ถือว่าเป็นคนเนรคุณไหมครับ?
มีใครเคยเจอปัญหา "Toxic Gratitude" (ความกตัญญูที่เป็นพิษ) แบบนี้บ้าง? รับมือหรือคุยกับที่บ้านยังไงให้ไม่เสียความสัมพันธ์?
ในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้ พ่อแม่ควรคาดหวังเงินเลี้ยงดูจากลูก 100% หรือควรมีแผนเกษียณของตัวเองกันแน่ครับ?
ยอมรับว่าตอนนี้เครียดมากครับ ไม่อยากทะเลาะกับที่บ้าน แต่อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง ขอบคุณทุกความเห็นและคำแนะนำล่วงหน้าครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่