ว่าไปแล้วหนูผิดมั้ยที่ "เกลียด" แม่

สวัสดีค่ะหนูอายุ 17 ปี หนูเติบโตมาแบบคนที่เกือบจะไม่ได้ลืมตาดูโลก ถ้าไม่มีผู้ใหญ่รั้งไว้ในวันที่แม่ไม่พร้อม พอยิ่งโตขึ้น ความทรงจำที่มีต่อแม่กลับมีแต่รอยช้ำ ทั้งคำด่าทอที่รุนแรง การถูกเอาไปเปรียบเทียบให้ต้องอับอายต่อหน้าคนอื่น และการถูกทิ้งไว้กับยายเพื่อหาเงินเลี้ยงหนูในขณะที่แม่ไปทำงานต่างจังหวัด แต่ตอนที่แม่กลับมาและมีงานทำ แม่ก็เลือกให้เงินน้อยขึ้น จนหนูต้องดิ้นรนหาเงินใช้เองทั้งงานกลางวันกลางคืนทำงานกลางคือเสร็จหนูต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปช่วยยายทำงานและยายจะให้เงินไปโรงเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระยาย และวันที่หนูก้าวพลาดในวัยรุ่นจนต้องหมั้นและย้ายมาอยู่กับแฟน แม่กลับตัดเยื่อใยทางการเงินทันทีด้วยคำว่า "มีครอบครัวแล้วต้องดูแลตัวเองให้ได้" ทั้งที่หนูยังเรียนอยู่หนูจึงต้องดิ้นรนสู้ชีวิตเพียงลำพังโดยไม่พึ่งพาแม่อีกเลย ในขณะที่ "พ่อน้า" ผู้ชายที่ไม่มีสายเลือดเดียวกัน กลับเป็นคนเดียวที่ดูแลและรับผิดชอบชีวิตหนูทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนทุกวันนี้ เป็นที่พึ่งเดียวที่หนูรักและผูกพันยิ่งกว่าแม่แท้ๆ ของตัวเองเสียอีก
พายุเริ่มตั้งเค้าเมื่อพ่อน้าจับได้ว่าแม่เปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรมหวงโทรศัพท์และกลับบ้านไม่ตรงเวลา จนพ่อน้าแอบเห็นแชทมือที่สามและถ่ายรูปไว้ได้ แต่แม่กลับกระชากไปลบหลักฐานทิ้งทั้งหมด หนึ่งอาทิตย์ต่อมา พ่อน้าตามเช็กพิกัดจนเจอตัวแม่จริง ๆ แต่พอกลับมาเค็นถาม แม่กลับไม่ยอมรับและเอาแต่แถไปเรื่อย
ในขณะที่พ่อน้าพยายามคุมสติและเก็บของจะแยกทาง แม่กลับไม่หยุด... กลับจงใจยั่วโมโหด้วยคำเดิม ๆ ว่า "กล้าทำก็ทำเลย" จนสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุรุนแรงและมีการแจ้งความ พ่อน้าที่ใจสลายและเครียดจัดตัดสินใจผูกคอหวังประชดความเจ็บปวดให้แม่เห็น แม้แม่จะช่วยไว้ทัน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ "ใจคน" ทั้งที่ผ่านเหตุการณ์คอขาดบาดตายมาขนาดนั้น แม่กลับปิดปากเงียบ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่บอกข่าวหนูสักคำเพียงเพื่อปกปิดความผิดเรื่องมือที่สามของตัวเอง ความเงียบของแม่ในครั้งนี้ได้ทำลายความเชื่อใจที่หนูมีให้จนหมดสิ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่