สังเกตมาหลายคนแล้ว พวกเดือนนี้ ขอยืมเงิน พอเดือนหน้าก็ไม่พอใช้ จะเอาที่ไหนมาคืน
ซื้อของเงินผ่อนเหมือนกัน อย่างเงินเดือน 15,000 ผ่อนโทรศัพท์เดือนละ 3,000
เหลือ 12,000 จะพอใช้ที่ไหน ก็ไปยืมคนอื่นอีก วนลูปจนเป็นปัญหาชีวิต
แล้วทำไมไม่ซื้อโทรศัพท์เครื่องละสามพันไปเลย ใช้ได้เหมือนกัน
บางคนเงินเดือน 18,000 ออกรถล่ะ บอกว่า ผ่อนเจ็ดปี เดือนละหมื่นพอไหว
ไม่คิดเลยหรือว่าเงินที่เหลือ 8,000 มันไม่พอใช้ แล้วผ่อนเจ็ดปี ดอกเบี้ยปาเข้าไป 4-5 แสน เสียฟรีๆเลย
เจ็ดปีผ่านไป รถก็เแทบไม่เหลือมูลค่าแล้ว ที่ผ่อนไปหายหมด
ทำไมไม่อดทนลำบากขึ้นรถเมล์หน่อย แล้วเก็บเงินสดไว้ จนมีพอที่จะซื้อรถมือสองเงินสดสักคัน
อยู่เมืองไทย เงินเดือน 12,000 ถ้ารู้จักใช้ ยังพอเลย ไม่อดหรอก แต่ฟุ่มเฟือยไม่ได้เท่านั้น
ค่อยๆหาทางพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น
แต่อย่าเป็นหนี้เด็ดขาด
คนรวยได้ดอกเบี้ย ส่วนคนจนเสียดอกเบี้ยในระดับ MLR+5 เลยทีเดียว
ระหว่างมีเงินสดล้านหนึ่ง กับมีหนี้ล้านหนึ่ง ส่วนต่างดอกเบี้ยอย่างน้อยแสนบาทต่อปี
คนที่ซื้อเงินผ่อน เขาแน่ใจได้อย่างไรว่า เงินในอนาคตจะมีพอ พวกขอยืมเงินก็เหมือนกัน ในเมื่อเดือนนี้ยังไม่พอใช้
ซื้อของเงินผ่อนเหมือนกัน อย่างเงินเดือน 15,000 ผ่อนโทรศัพท์เดือนละ 3,000
เหลือ 12,000 จะพอใช้ที่ไหน ก็ไปยืมคนอื่นอีก วนลูปจนเป็นปัญหาชีวิต
แล้วทำไมไม่ซื้อโทรศัพท์เครื่องละสามพันไปเลย ใช้ได้เหมือนกัน
บางคนเงินเดือน 18,000 ออกรถล่ะ บอกว่า ผ่อนเจ็ดปี เดือนละหมื่นพอไหว
ไม่คิดเลยหรือว่าเงินที่เหลือ 8,000 มันไม่พอใช้ แล้วผ่อนเจ็ดปี ดอกเบี้ยปาเข้าไป 4-5 แสน เสียฟรีๆเลย
เจ็ดปีผ่านไป รถก็เแทบไม่เหลือมูลค่าแล้ว ที่ผ่อนไปหายหมด
ทำไมไม่อดทนลำบากขึ้นรถเมล์หน่อย แล้วเก็บเงินสดไว้ จนมีพอที่จะซื้อรถมือสองเงินสดสักคัน
อยู่เมืองไทย เงินเดือน 12,000 ถ้ารู้จักใช้ ยังพอเลย ไม่อดหรอก แต่ฟุ่มเฟือยไม่ได้เท่านั้น
ค่อยๆหาทางพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น
แต่อย่าเป็นหนี้เด็ดขาด
คนรวยได้ดอกเบี้ย ส่วนคนจนเสียดอกเบี้ยในระดับ MLR+5 เลยทีเดียว
ระหว่างมีเงินสดล้านหนึ่ง กับมีหนี้ล้านหนึ่ง ส่วนต่างดอกเบี้ยอย่างน้อยแสนบาทต่อปี