เมื่อ "ความกตัญญู" ของครอบครัวสามี กำลังล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวและความเกรงใจ จนเราเริ่มแบกรับไม่ไหว ควรจัดการอย่างไรดี?

สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้เราตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และรู้สึกไม่ได้รับความเกรงใจจากครอบครัวสามีอย่างรุนแรง จนเริ่มกระทบกับความรู้สึกที่มีให้คู่ชีวิตค่ะ

คือ เราเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน และต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวมาก และไม่ชอบความวุ่นวายจากมนุษย์คนอื่นเลย เราสร้างตัวจากศูนย์จนทำธุรกิจสำเร็จ เป็นคนดูแลรายได้หลักของบ้าน และซื้อบ้านหลังนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ส่วนสามีภายหลังลาออกมาช่วยงานธุรกิจเราเต็มตัว ในฐานะคู่ชีวิตเขาดูแลเราดีมากค่ะ ถ้าตัดเรื่องครอบครัวเขาออกไป เราสองคนรักกันและมีความสุขมาก


ปัญหาคือทัศนคติและความไม่เกรงใจของครอบครัวสามี:

เรายอมรับตรงๆ ว่าอึดอัดกับสถานการณ์ในครอบครัวสามีมากค่ะ คือมักจะมีความคาดหวังที่เกินกำลังที่เราจะแบกรับไหวบ่อยครั้ง โดยที่ไม่ได้มองว่าเราเองก็เหนื่อยจากการทำงานหนัก และรายได้ที่นำมาดูแลท่านส่วนใหญ่คือรายได้จากธุรกิจที่เราสร้างมา ไม่ใช่เงินส่วนตัวที่สามีหามาได้เพียงลำพัง นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ที่กระทบชีวิตคู่ เช่น

•  แม้วันครบรอบแต่งงานที่เราไปตจว.กัน ท่านยังมีความคาดหวังให้สามีต้องติดต่อกลับไปตลอดเวลา (ปกติ ก็ต้องโทรคุยวันละหลายรอบวันปกติ เราก็เข้าใจนะ  ) แต่วันสำคัญ ขอเวลาส่วนตัวหน่อย
• เรากลับมาจากต่างประเทศ มีแพลนทำงานกันชัดเจน แต่ถูกแทรกโดยพี่สาวโทรมาสั่งให้ไปส่งแม่เพราะแม่อยากไปเที่ยวบ้านพี่ชาย เค้าไม่สนเลยว่าเราเดินทางมาเหนื่อยล้าหรือมีงานรออยู่แค่ไหน
• เวลาท่านมากรุงเทพฯ เพื่อรักษาตัว(มารอบนึ่ง10-30วัน) พี่สาวจะกดดันให้สามีไปหาทุกวัน ซึ่งสามีก็ทำตามจนเขาเหนื่อยล้าและกระทบงานที่บ้าน สุดท้ายภาระงานที่สามีต้องรับผิดชอบ เราก็ต้องเป็นคนแบกรับแทนเพียงเพื่อให้เขาไปเอาใจที่บ้านและ เราเห็นเขาเหนื่อยก็สงสารเขา
• ทุกคนชอบใช้ประโยคว่า "ไม่รู้แม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน" มาเป็นเหตุผลในการจัดการสิ่งต่างๆ แบบมัดมือชก โดยไม่ทันได้พิจารณาเรื่องงบประมาณหรือความสะดวกในฝั่งของเราเท่าที่ควร

ปัญหาใหญ่คือ วิกฤตสุขภาพที่เกินฐานะ:
1. คุณแม่สามี: ป่วยมะเร็งปอด พักอยู่ต่างจังหวัด แต่ต้องขึ้นมาหาหมอที่กรุงเทพฯ ทุกเดือน และมานอนบ้านเราครั้งละ 3-5 วัน ซึ่งเราอึดอัดมากเพราะเพราะความเกรงใจในการอยู่ร่วมกันค่อนข้างน้อย

2. คุณพ่อสามี: กินเหล้าสูบบุหรี่จนอายุ 70  ไม่ช่วยลูกในการดูแลตัวเองเลย ร่างกายอ่อนแรงบ่อย พี่สาวพาเข้า รพ.เอกชนพรีเมียมเพียงเพราะท่าน "เหนื่อยง่าย" ทั้งที่ไม่ได้วิกฤต หวังจะให้เราช่วยแบกรับค่าใช้จ่าย ซึ่งในขณะนี้ก็รักษาแม่อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายรอจ่ายหลายแสน

และ ปัญหาหลักของเรา คือ

พี่สาวเริ่มวางแผนจะให้พ่อแม่ย้ายมาอยู่บ้านเราถาวร อ้างว่าคอนโดตัวเองไม่สะดวกและบ้านพี่ชายไกลหมอ ทั้งที่พี่ชายอยู่ปริมณฑล (พี่สาวไม่มีครอบครัว พี่ชายมีครอบครัวแต่ฐานะไม่ดี) โดยเหตุผลว่าบ้านเรากว้าง มีฐานะ และเราทำงานที่บ้าน น่าจะดูแลได้  ซึ่งพวกเขามีงานประจำ (ซึ่งความจริงเราอยู่บ้านทั้งวัน 24 ชั่วโมงยิ่งอึดอัด และกระทบต่องานเราแน่แน่ ไม่รวมความสัมพันธ์กับสามีอีก)

สามีเราด้วยความขี้เกรงใจ เหมือนเกริ่นให้เรารับทราบ แล้วไปรับปากพี่สาวว่า "เราโอเค ไม่ติดอะไร" ทั้งทั้งที่เราติดแต่ยังหาทางออกไม่ได้ เขาเสนอแผนแบ่งกันดูแลคนละ 10 วัน ซึ่งในทางปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้เลย สุดท้ายภาระทั้งหมดก็จะตกที่เราคนเดียวถาวร และพี่สาวเค้าก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

อยากปรึกษาเพื่อนๆ ค่ะ:
• เราจะปฏิเสธการรับพ่อแม่สามีมาอยู่ถาวรอย่างไรให้ดูสมเหตุสมผล ในเมื่อพี่น้องทุกคนก็มีที่ทางของตัวเองแต่เลือกจะโยนมาให้เรา? แล้วอ้างด้วยความไม่พร้อมของตัวเอง และเอาคุณธรรมความกตัญญูมาเป็นเกาะป้องกัน ลูกจะต้องดูแลพ่อแม่ไม่อยากให้ไปอยู่สถานพยาบาลไหน
• ควรพูดยังไงให้สามีเข้าใจว่า "ความกตัญญูที่ถูกต้อง ไม่ควรทำลายความสงบสุขของคู่ชีวิต"? ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเราอดทน เสียสละกับ เรื่องครอบครัวเขาตลอด
• ในมุมมองคนนอก เราดูใจดำเกินไปไหมคะที่เราไม่อยากให้พื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำในสถานการณ์แบบนี้? ซึ่งเราติดบ้านมาก และรักความเป็นส่วนตัวสุดสุด

ปล. สำหรับเราเรายินดีช่วยตามความพอดี แต่ที่เป็นอยู่เรารู้สึกว่ามันเกินตัวไปมาก ทั้งค่ารักษาและการดูแลแบบตามใจแบบต้องที่สุดทุกอย่าง

ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ  เรากังวลว่าถ้าถึงวันนั้นจริงๆเรา เราจะอดทนกับเรื่องนี้ได้นานแค่ไหนเพราะมันก็สะสมมานานแล้ว ความสัมพันธ์เรากับสามีจะยังโอเคอยู่ไหม ตอนนี้เหนื่อยและท้อกับความไม่เกรงใจนี้มากจริงๆ ค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ตอนนี้ เท่าที่ผู้อ่านได้อ่าน เข้าใจได้ว่า ระหว่างสามี-ภรรยา คุณมีปากเสียงใหญ่สุด เพราะคุณเป็นเจ้าของเงิน เจ้าของธุรกิจ

1) เราจะปฏิเสธการรับพ่อแม่สามีมาอยู่ถาวรอย่างไรให้ดูสมเหตุสมผล ในเมื่อพี่น้องทุกคนก็มีที่ทางของตัวเองแต่เลือกจะโยนมาให้เรา? แล้วอ้างด้วยความไม่พร้อมของตัวเอง และเอาคุณธรรมความกตัญญูมาเป็นเกาะป้องกัน ลูกจะต้องดูแลพ่อแม่ไม่อยากให้ไปอยู่สถานพยาบาลไหน

- เอาเงินคุณนี่แหล่ะ ซื้อความสบายใจให้ตัวเอง ให้พ่อแม่สามีไปอยู่บ้านพักคนชรา เลือกที่ไหนก็ตามทุนทรัพย์คุณเลย ใครอยากจะไปเยี่ยมพวกท่านก็ไปเยี่ยม เมื่อท่านป่วย จำเป็นต้องไปรพ. ก็ให้คนที่ไม่ออกเงินนี่แหล่ะ พาไปรพ.ตามสิทธิ์การรักษา คนนึงออกเงิน คนอื่นก็ควรต้องพาพวกท่านไปหาหมอ

- ใครไม่เห็นด้วย ส่งพ่อแม่ไปให้พวกมันเลี้ยงซะ ไม่ใช่เงินก็ไม่ออก แล้วจะไม่ทำเxี้ยอะไรเลย มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

- ใครบังอาจรักษาเกินฐานะ พาไปรพ.เอกชน จงควักเงินจ่ายเอง ไม่ใช่เสร่ออยากให้พ่อแม่รักษาดีๆ แต่ตัวเองไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่าย

คุยกับสามีให้เรียบร้อย ถ้าสามีไม่ยอม เฉดหัวมันออกไปครับ เหนียมกับคนอื่นเยอะ แต่ไม่เกรงใจเรา ถ้าเขาเก่งมากนักก็ไปจัดการ "ขี้ในครอบครัวตัวเอง" เอง

2) ควรพูดยังไงให้สามีเข้าใจว่า "ความกตัญญูที่ถูกต้อง ไม่ควรทำลายความสงบสุขของคู่ชีวิต"? ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเราอดทน เสียสละกับ เรื่องครอบครัวเขาตลอด

- พวกคุณคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก คุณโตมาแบบไม่ได้มีครอบครัว ต้องพึ่งพาตัวเองมาตั้งแต่แรก ส่วนเขาโตมาครอบครัวครบมาตั้งแต่เด็กยันโต พื้นฐานพวกคุณสองคนไม่มีความเหมือนกันเลย จูนกันไม่ติดแน่ๆ

3) ในมุมมองคนนอก เราดูใจดำเกินไปไหมคะที่เราไม่อยากให้พื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำในสถานการณ์แบบนี้? ซึ่งเราติดบ้านมาก และรักความเป็นส่วนตัวสุดสุด

- ส่วนตัวผม ถ้าผมไม่ได้รู้สึกรัก-ชอบครอบครัวของคู่ชีวิต (หรือใช้คำว่าเกลียดไปเลยก็ได้มั้ง สำหรับกรณีคุณ) ผมจะไม่ให้พวกเขามายุ่มย่ามที่บ้านตัวเอง ผมเข้าใจคุณนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่