สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
คำตอบสั้นๆ คือ "เก็บไม่ได้" ครับ
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) มีสถานะคล้ายกับช่องแคบมะละกา คือเป็น "ช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ" (Strait used for international navigation) ซึ่งมีกฎเกณฑ์เฉพาะภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ครับ
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกที่น่าสนใจในมุมมองของกฎหมายและภูมิรัฐศาสตร์:
1. สิทธิการผ่านเพื่อการเปลี่ยนแถบ (Transit Passage)
ตาม UNCLOS ส่วนที่ 3 กำหนดว่าเรือและเครื่องบินทุกลำ (รวมถึงเรือรบและเรือดำน้ำ) มีสิทธิ "การผ่านเพื่อการเปลี่ยนแถบ" ซึ่งหมายถึงการเดินเรือผ่านช่องแคบอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยที่รัฐชายฝั่ง (ในที่นี้คืออิหร่านและโอมาน) ไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือขัดขวางการเดินเรือตราบใดที่การผ่านนั้นเป็นไปโดยสงบครับ
2. สถานะพิเศษของอิหร่าน
เรื่องนี้มีความซับซ้อนตรงที่ อิหร่านลงนามใน UNCLOS แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน (Ratify) * อิหร่านจึงมักจะอ้างว่าตนเองผูกพันเพียงแค่ "การผ่านโดยไม่ผิด" (Innocent Passage) ตามอนุสัญญากรุงเจนีวาปี 1958 เท่านั้น
* ซึ่ง "Innocent Passage" จะเคร่งครัดกว่า "Transit Passage" (เช่น เรือรบอาจต้องขออนุญาตก่อน)
* อย่างไรก็ตาม แม้จะอ้างสิทธินี้ อิหร่านก็ยัง ไม่มีสิทธิเก็บค่าผ่านทาง อยู่ดี เพราะกฎหมายทะเลดั้งเดิมก็ห้ามการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากการผ่านทางน่านน้ำอาณาเขต ยกเว้นจะเป็นค่าบริการเฉพาะเจาะจง (เช่น การนำร่อง)
3. ความพยายามในการเก็บเงิน (ในเชิงการเมือง)
ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามจากสมาชิกสภาของอิหร่านบางกลุ่ม เสนอให้เก็บ "ค่าธรรมเนียมความปลอดภัย" จากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ แต่ข้อเสนอนี้ไม่เคยถูกบังคับใช้จริง เพราะ:
* ผิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง: จะนำไปสู่ความขัดแย้งระดับโลกทันที
* กระทบพันธมิตร: เรือที่ผ่านช่องแคบนี้ส่วนใหญ่ขนส่งน้ำมันไปเอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย) การเก็บเงินจะกระทบกับคู่ค้าสำคัญของอิหร่านเอง
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) มีสถานะคล้ายกับช่องแคบมะละกา คือเป็น "ช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ" (Strait used for international navigation) ซึ่งมีกฎเกณฑ์เฉพาะภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ครับ
นี่คือรายละเอียดเชิงลึกที่น่าสนใจในมุมมองของกฎหมายและภูมิรัฐศาสตร์:
1. สิทธิการผ่านเพื่อการเปลี่ยนแถบ (Transit Passage)
ตาม UNCLOS ส่วนที่ 3 กำหนดว่าเรือและเครื่องบินทุกลำ (รวมถึงเรือรบและเรือดำน้ำ) มีสิทธิ "การผ่านเพื่อการเปลี่ยนแถบ" ซึ่งหมายถึงการเดินเรือผ่านช่องแคบอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยที่รัฐชายฝั่ง (ในที่นี้คืออิหร่านและโอมาน) ไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือขัดขวางการเดินเรือตราบใดที่การผ่านนั้นเป็นไปโดยสงบครับ
2. สถานะพิเศษของอิหร่าน
เรื่องนี้มีความซับซ้อนตรงที่ อิหร่านลงนามใน UNCLOS แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน (Ratify) * อิหร่านจึงมักจะอ้างว่าตนเองผูกพันเพียงแค่ "การผ่านโดยไม่ผิด" (Innocent Passage) ตามอนุสัญญากรุงเจนีวาปี 1958 เท่านั้น
* ซึ่ง "Innocent Passage" จะเคร่งครัดกว่า "Transit Passage" (เช่น เรือรบอาจต้องขออนุญาตก่อน)
* อย่างไรก็ตาม แม้จะอ้างสิทธินี้ อิหร่านก็ยัง ไม่มีสิทธิเก็บค่าผ่านทาง อยู่ดี เพราะกฎหมายทะเลดั้งเดิมก็ห้ามการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากการผ่านทางน่านน้ำอาณาเขต ยกเว้นจะเป็นค่าบริการเฉพาะเจาะจง (เช่น การนำร่อง)
3. ความพยายามในการเก็บเงิน (ในเชิงการเมือง)
ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามจากสมาชิกสภาของอิหร่านบางกลุ่ม เสนอให้เก็บ "ค่าธรรมเนียมความปลอดภัย" จากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ แต่ข้อเสนอนี้ไม่เคยถูกบังคับใช้จริง เพราะ:
* ผิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง: จะนำไปสู่ความขัดแย้งระดับโลกทันที
* กระทบพันธมิตร: เรือที่ผ่านช่องแคบนี้ส่วนใหญ่ขนส่งน้ำมันไปเอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย) การเก็บเงินจะกระทบกับคู่ค้าสำคัญของอิหร่านเอง
สมาชิกหมายเลข 3609814 ถูกใจ, tpaka ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6800009 ถูกใจ, Juste ถูกใจ, LiN2 ถูกใจ, Itti_peak ถูกใจ, จั๊กกะจี๋ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1331578 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5243826 ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมก่อนสงคราม อิหร่านถึงไม่เก็บค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุส ทั้งที่ร่องน้ำลึก อยู่ในดินแดนอิหร่าน
ถ้าเรือบรรทุกหนัก กินน้ำลึก ต้องล่องผ่านแนวนี้เท่านั้น
จะว่าไป อิหร่าน มีสิทธิคิดค่าผ่านทางนะ
แค่คิดลำละล้านดอลล่าร์
ปัจจุบันเรือผ่านปีละ 40,000 ลำ ตัดเรือที่บรรทุกไม่หนัก ไปแล่นฝั่งโอมานได้ ออก 10,000 ลำ
ก็ยังได้เงินปีละ 30,000 ล้านดอลล่าร์
หรือประมาณ ล้านล้านบาท สบายเลย
เป็นรายได้ที่ไม่มีต้นทุน ล้านล้านบาทต่อปีนี่ เอาไปพัฒนาประเทศสบาย
นี่ยังไม่รวมรายได้จากการขายน้ำมัน
ดูจากภูมิประเทศอิหร่านนี่ สามารถเป็นประเทศมหาเศรษฐียิ่งกว่า ซาอุดิอารเบียเสียอีก
ทำเลดีมากๆ เรื่องการท่องเที่ยวก็ชนะขาด ที่เที่ยวสวยกว่าซาอุมาก
ถ้าอิหร่าน ประกาศเลิกพัฒนานิวเคลียร์ ทรัมป์จะยกทัพกลับไหม
หรือว่า ข้อหานิวเคลียร์ ตั้งขั้นเพื่อหวังจะครอบครองบ่อน้ำมัน ของทรัมป์
เหมือนครั้งที่บุกอิริก อเมริกาก็บอกอิรักมีอาวุธชีวภาพร้ายแรง พอยึดประเทศได้ไม่เห็นเจออะไร
>> อิหร่านกับไทยนี่ ผูกพันกันมาก ตระกูลที่มีอิทธิพลสูงสุดของเมืองไทย ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก็คือ บุนนาค
คุมประเทศไทยตั้งแต่ รัชกาลที่ 2 - 4 ยิ่งสมัยรัชกาลที่ 4 นี่ ในหลวงต้องขอคำแนะนำในการบริหารประเทศเลยทีเดียว
ต้นตระกูลบุนนาค ก็เป็นชาวอิหร่าน เข้ามาสมัยอยุธยา
แล้วทำไม อิหร่าน ถึงไม่ยอมให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุส เขาไม่แคร์ความความสัมพันธ์ในอดีตเลยหรือ