5 ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค ส่งหนังสือแจ้งร้านค้า เตือนราคาสินค้าพุ่งแน่เดือนเมษายน หลังพิษ สงครามตะวันออกกลาง
เอาไม่อยู่แล้ว 5 ยักษ์ใหญ่ ร่อนหนังสือแจ้งยี่ปัวะ ขึ้นราคาสินค้าแน่ เม.ย. พิษสงครามต้นทุนพุ่ง... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5700306/
รัฐบาลเอาไม่อยู่! 5 ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค ส่งหนังสือแจ้งร้านค้า เตือนราคาสินค้าพุ่งแน่เดือนเมษายน หลังพิษ #สงครามตะวันออกกลาง ฉุดต้นทุนวัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์ทะลุเพดาน
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกและค้าส่งเปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 ราย ได้ทยอยส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังร้านค้าและคู่ค้าทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ วัตถุดิบการผลิต บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สาระสำคัญของหนังสือเหล่านี้สอดคล้องกันในทิศทางเดียว คือ สต็อกสินค้าในราคาเดิมอาจมีเพียงพอถึงแค่เดือนเมษายน 2569 เท่านั้น และหลังจากนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาสินค้าจะต้องปรับขึ้น พร้อมกันนี้ยังเตือนให้ร้านค้าเร่งสำรองสต็อกสินค้าไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อโดยไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดได้...
รายละเอียดหนังสือแจ้งเตือนแยกตามบริษัท
1. บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แจ้งเมื่อ 13 มีนาคม 2569
เนสท์เล่ (ไทย) เป็นหนึ่งในบริษัทแรกที่ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์หลายรายถึงปัญหาความไม่เพียงพอของวัตถุดิบที่มีความเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันดิบ อันเป็นผลพวงโดยตรงจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้การจัดหาบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดพลาสติกและฟิล์มพลาสติกไม่เป็นไปตามแผน
บริษัทแจ้งว่าการส่งมอบสินค้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไปมีโอกาสที่จะเกิดการขาดส่ง พร้อมระบุว่าจะส่งผู้แทนฝ่ายขายและทีมซัพพลายเชนเข้าหารือร่วมกับคู่ค้าเพื่อวางมาตรการรับมือต่อไป
2. บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งเมื่อ 13 มีนาคม 2569
F&N แดรี่ส์ส่งหนังสือแจ้งในวันเดียวกับเนสท์เล่ โดยชี้แจงว่าบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีการประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งประสานงานกับซัพพลายเออร์เพื่อล็อกสัญญาและเพิ่มระดับสต็อกวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าแล้ว
อย่างไรก็ดี บริษัทระบุชัดเจนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าต้องปรับตัวขึ้นในอนาคต จึงขอความร่วมมือจากร้านค้าในการประเมินความต้องการและสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าให้เพียงพอต่อการจัดจำหน่าย พร้อมยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
3. บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด แจ้งเมื่อ 17 มีนาคม 2569
ยูนิลีเวอร์ ไทย ส่งหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท
ยูนิลีเวอร์คาดการณ์อย่างชัดเจนว่าผลกระทบด้านราคาจะเริ่มปรากฏตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยยอมรับว่ายังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของผลกระทบได้ ทั้งนี้ บริษัทได้เร่งกระบวนการผลิตและเพิ่มระดับสต็อกความปลอดภัย (Safety Stock) ในช่วงเดือนมีนาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถสำรองสินค้าก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นในเดือนถัดไป
4. บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) แจ้ง 18 มีนาคม 2569
สหพัฒนพิบูล ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่รวมถึงมาม่าและสินค้าในเครือสหพัฒน์ ออกหนังสือแจ้งเตือนล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการทหารและภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในทุกมิติ ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทแจ้งว่าอาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าพร้อมจำหน่ายอาจลดลงจากระดับปกติ รวมถึงการจัดส่งอาจเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด โดยยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะสิ้นสุดเมื่อใด พร้อมแนะนำให้ร้านค้าพิจารณาสำรองสต็อกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
5. บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC แจ้งเดือน มีนาคม 2569
BJC ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลายกลุ่ม ทั้งเครื่องใช้ในครัวเรือน ของใช้ส่วนบุคคล อาหารและเครื่องดื่ม ออกหนังสือแจ้งว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านปริมาณวัตถุดิบที่มีจำกัด ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
BJC คาดการณ์ว่าผลกระทบจะเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป และยังไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดได้ โดยยอมรับว่าอาจมีผลกระทบด้านราคาในอนาคต พร้อมเชิญชวนให้ร้านค้าติดต่อผู้แทนฝ่ายขายเพื่อเตรียมสต็อกสินค้าให้พร้อมล่วงหน้า
การที่บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ทั้ง 5 ราย ต่างส่งหนังสือแจ้งคู่ค้าในลักษณะเดียวกันภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่สะสมมาถึงจุดที่ยากจะยืนราคาเดิมได้อีกต่อไป แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ปรับตัวขึ้นกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แต่แรงกระแทกจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อทั้งน้ำมัน เม็ดพลาสติก และโลจิสติกส์โลก กำลังกลายเป็นปัจจัยที่ยากจะควบคุมได้จากนโยบายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
ประชาชนและร้านค้าจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาวางแผนบริหารสต็อกสินค้าให้รอบคอบก่อนที่การปรับราคาในเดือนเมษายน 2569 จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
... สามารถติดตามต่อได้ที่ :
https://www.dailynews.co.th/news/5700306/
#วิกฤติน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ราคาสินค้า #กักตุนสินค้า
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
5 ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค ส่งหนังสือแจ้งร้านค้า เตือนราคาสินค้าพุ่งแน่เดือนเมษายน หลังพิษ สงครามตะวันออกกลาง
5 ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค ส่งหนังสือแจ้งร้านค้า เตือนราคาสินค้าพุ่งแน่เดือนเมษายน หลังพิษ สงครามตะวันออกกลาง
เอาไม่อยู่แล้ว 5 ยักษ์ใหญ่ ร่อนหนังสือแจ้งยี่ปัวะ ขึ้นราคาสินค้าแน่ เม.ย. พิษสงครามต้นทุนพุ่ง... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5700306/
รัฐบาลเอาไม่อยู่! 5 ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภค ส่งหนังสือแจ้งร้านค้า เตือนราคาสินค้าพุ่งแน่เดือนเมษายน หลังพิษ #สงครามตะวันออกกลาง ฉุดต้นทุนวัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์ทะลุเพดาน
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกและค้าส่งเปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 ราย ได้ทยอยส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังร้านค้าและคู่ค้าทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ วัตถุดิบการผลิต บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สาระสำคัญของหนังสือเหล่านี้สอดคล้องกันในทิศทางเดียว คือ สต็อกสินค้าในราคาเดิมอาจมีเพียงพอถึงแค่เดือนเมษายน 2569 เท่านั้น และหลังจากนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาสินค้าจะต้องปรับขึ้น พร้อมกันนี้ยังเตือนให้ร้านค้าเร่งสำรองสต็อกสินค้าไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อโดยไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดได้...
รายละเอียดหนังสือแจ้งเตือนแยกตามบริษัท
1. บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แจ้งเมื่อ 13 มีนาคม 2569
เนสท์เล่ (ไทย) เป็นหนึ่งในบริษัทแรกที่ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์หลายรายถึงปัญหาความไม่เพียงพอของวัตถุดิบที่มีความเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันดิบ อันเป็นผลพวงโดยตรงจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้การจัดหาบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดพลาสติกและฟิล์มพลาสติกไม่เป็นไปตามแผน
บริษัทแจ้งว่าการส่งมอบสินค้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไปมีโอกาสที่จะเกิดการขาดส่ง พร้อมระบุว่าจะส่งผู้แทนฝ่ายขายและทีมซัพพลายเชนเข้าหารือร่วมกับคู่ค้าเพื่อวางมาตรการรับมือต่อไป
2. บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งเมื่อ 13 มีนาคม 2569
F&N แดรี่ส์ส่งหนังสือแจ้งในวันเดียวกับเนสท์เล่ โดยชี้แจงว่าบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีการประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งประสานงานกับซัพพลายเออร์เพื่อล็อกสัญญาและเพิ่มระดับสต็อกวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าแล้ว
อย่างไรก็ดี บริษัทระบุชัดเจนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าต้องปรับตัวขึ้นในอนาคต จึงขอความร่วมมือจากร้านค้าในการประเมินความต้องการและสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าให้เพียงพอต่อการจัดจำหน่าย พร้อมยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
3. บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด แจ้งเมื่อ 17 มีนาคม 2569
ยูนิลีเวอร์ ไทย ส่งหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท
ยูนิลีเวอร์คาดการณ์อย่างชัดเจนว่าผลกระทบด้านราคาจะเริ่มปรากฏตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยยอมรับว่ายังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของผลกระทบได้ ทั้งนี้ บริษัทได้เร่งกระบวนการผลิตและเพิ่มระดับสต็อกความปลอดภัย (Safety Stock) ในช่วงเดือนมีนาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถสำรองสินค้าก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นในเดือนถัดไป
4. บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) แจ้ง 18 มีนาคม 2569
สหพัฒนพิบูล ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่รวมถึงมาม่าและสินค้าในเครือสหพัฒน์ ออกหนังสือแจ้งเตือนล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการทหารและภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในทุกมิติ ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทแจ้งว่าอาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าพร้อมจำหน่ายอาจลดลงจากระดับปกติ รวมถึงการจัดส่งอาจเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด โดยยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะสิ้นสุดเมื่อใด พร้อมแนะนำให้ร้านค้าพิจารณาสำรองสต็อกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
5. บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC แจ้งเดือน มีนาคม 2569
BJC ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหลายกลุ่ม ทั้งเครื่องใช้ในครัวเรือน ของใช้ส่วนบุคคล อาหารและเครื่องดื่ม ออกหนังสือแจ้งว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านปริมาณวัตถุดิบที่มีจำกัด ราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
BJC คาดการณ์ว่าผลกระทบจะเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป และยังไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดได้ โดยยอมรับว่าอาจมีผลกระทบด้านราคาในอนาคต พร้อมเชิญชวนให้ร้านค้าติดต่อผู้แทนฝ่ายขายเพื่อเตรียมสต็อกสินค้าให้พร้อมล่วงหน้า
การที่บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ทั้ง 5 ราย ต่างส่งหนังสือแจ้งคู่ค้าในลักษณะเดียวกันภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่สะสมมาถึงจุดที่ยากจะยืนราคาเดิมได้อีกต่อไป แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ปรับตัวขึ้นกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน แต่แรงกระแทกจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อทั้งน้ำมัน เม็ดพลาสติก และโลจิสติกส์โลก กำลังกลายเป็นปัจจัยที่ยากจะควบคุมได้จากนโยบายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
ประชาชนและร้านค้าจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาวางแผนบริหารสต็อกสินค้าให้รอบคอบก่อนที่การปรับราคาในเดือนเมษายน 2569 จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5700306/
#วิกฤติน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #ราคาสินค้า #กักตุนสินค้า
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์