- RM : เนื่องจากเป็นเพลงไตเติ้ล พวกเราจึงใช้เวลาไตร่ตรองกับมันนานที่สุดครับ พวกเราพยายามกันอยู่เป็นเดือนเพื่อที่จะสร้างเพลงที่ก้าวข้ามเพลง
'SWIM' ให้ได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย ครั้งแรกที่ผมได้ยินเพลงนี้ ผมรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ที่สะอาดและเรียบง่ายมาก เหมือนกับ
'บะหมี่เย็นเปียงยาง' (Pyongyang Naengmyeon) เลยครับ ยิ่งฟังมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกอยากที่จะ 'ว่ายไปพร้อมกับมัน' มากขึ้นเท่านั้น"
- Jin : แทนที่จะเป็นเพลงที่ดึงดูดความสนใจได้ทันทีตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันกลับเป็นเพลงที่มีพลังและติดตรึงใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งลืมไม่ลงครับ โดยเฉพาะจังหวะที่เป็นจุดเด่น (Rhythmic point) ในช่วงกลางเพลง (ที่เสียงประมาณว่า
'ต่อง-ต๊า-ดา-ดั่ง') มันน่าจดจำมากครับ เวลาฟังช่วงนั้นทีไร ผมมักจะลืมเวลาไปเลย
- J-Hope: " พวกเราพยายามอย่างหนักที่จะสร้างสรรค์การแสดงที่ทำให้คนดูยังคงได้ยินเสียงเพลงอย่างชัดเจนแม้ในขณะที่กำลังชมโชว์บนเวทีอยู่ครับ มันจะมีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเช่นท่าทางที่สื่อถึงเกลียวคลื่น หรือจุดที่เราค่อย ๆ จมลงไปราวกับกำลังดำน้ำ ในตอนแรกผมแอบกังวลว่ามันอาจจะดู 'น่าเบื่อ' ไปไหมท่ามกลางเพลงอื่น ๆ ที่มีแรงกระแทกสูง (Impact) แต่พอได้ฟังซ้ำ ๆ ผมกลับพบว่าตัวเองกลมกลืนไปกับเสียงเพลงและรู้สึกผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติครับ นอกจากนี้มันยังตอบโจทย์ธีมที่พวกเราต้องการจะสื่อสารได้ดีที่สุดด้วย เราจึงเลือกเพลงนี้เป็นเพลงไตเติ้ลครับ
- V : ท่ามกลางเพลงที่มีซาวด์หนักหน่วงรุนแรง เพลง
'SWIM' กลับให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายและอ่อนน้อมที่สุดครับ ในตอนแรกผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นเพลงที่ฟังแล้วตื่นเต้นหวือหวาอะไรขนาดนั้น แต่ยิ่งฟังไปเรื่อย ๆ ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่ผมสามารถเก็บรักษาไว้และหยิบขึ้นมาฟังได้นานๆ เลยครับ
- Jungkook : ยิ่งผมฟังเพลงนี้มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า 'นี่แหละคือสิ่งที่ใช่' เนื้อเพลงได้รวบรวมช่วงเวลาที่สะท้อนถึง 'BTS ในปัจจุบัน' เอาไว้ และการแสดงในครั้งนี้ก็จะมีจุดเด่นใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของพวกเรา ผมจึงหวังว่าทุกคนจะคอยติดตามชมกันนะครับ
ทั้งวง (Group): มันเป็นเพลงที่เหมือนกับชีวิตครับ พวกเราหวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงสำหรับทุกคนที่พยายามใช้ชีวิต (ว่ายน้ำ) ไปในแต่ละวัน ทั้งการดิ้นรนฟันฝ่า (ตีน้ำ) และการประคองตัวให้หายใจเข้าออกได้ตามปกติ มันเป็นเพลงที่จะยิ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นทุกครั้งที่ฟัง เราจึงหวังว่าเพลงนี้จะกลายเป็นแหล่งพลังใจให้ทุกคนในการก้าวผ่านชีวิตของตัวเองไปได้ และเฉกเช่นเดียวกับ
'อารีรัง' (Arirang) ที่ถูกส่งต่อกันปากต่อปากและอยู่เคียงข้างผู้คนมาอย่างยาวนาน พวกเราก็หวังว่าเพลง
'SWIM' จะตราตรึงอยู่ในใจของผู้คนไปอีกนานแสนนานเช่นกันครับ
✨ BTS เผยสาเหตุในการเลือกเพลง 'SWIM' เป็นเพลงไตเติ้ล 🏊♀️
- RM : เนื่องจากเป็นเพลงไตเติ้ล พวกเราจึงใช้เวลาไตร่ตรองกับมันนานที่สุดครับ พวกเราพยายามกันอยู่เป็นเดือนเพื่อที่จะสร้างเพลงที่ก้าวข้ามเพลง 'SWIM' ให้ได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย ครั้งแรกที่ผมได้ยินเพลงนี้ ผมรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ที่สะอาดและเรียบง่ายมาก เหมือนกับ 'บะหมี่เย็นเปียงยาง' (Pyongyang Naengmyeon) เลยครับ ยิ่งฟังมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกอยากที่จะ 'ว่ายไปพร้อมกับมัน' มากขึ้นเท่านั้น"
- Jin : แทนที่จะเป็นเพลงที่ดึงดูดความสนใจได้ทันทีตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันกลับเป็นเพลงที่มีพลังและติดตรึงใจ ยิ่งฟังก็ยิ่งลืมไม่ลงครับ โดยเฉพาะจังหวะที่เป็นจุดเด่น (Rhythmic point) ในช่วงกลางเพลง (ที่เสียงประมาณว่า 'ต่อง-ต๊า-ดา-ดั่ง') มันน่าจดจำมากครับ เวลาฟังช่วงนั้นทีไร ผมมักจะลืมเวลาไปเลย
- J-Hope: " พวกเราพยายามอย่างหนักที่จะสร้างสรรค์การแสดงที่ทำให้คนดูยังคงได้ยินเสียงเพลงอย่างชัดเจนแม้ในขณะที่กำลังชมโชว์บนเวทีอยู่ครับ มันจะมีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเช่นท่าทางที่สื่อถึงเกลียวคลื่น หรือจุดที่เราค่อย ๆ จมลงไปราวกับกำลังดำน้ำ ในตอนแรกผมแอบกังวลว่ามันอาจจะดู 'น่าเบื่อ' ไปไหมท่ามกลางเพลงอื่น ๆ ที่มีแรงกระแทกสูง (Impact) แต่พอได้ฟังซ้ำ ๆ ผมกลับพบว่าตัวเองกลมกลืนไปกับเสียงเพลงและรู้สึกผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติครับ นอกจากนี้มันยังตอบโจทย์ธีมที่พวกเราต้องการจะสื่อสารได้ดีที่สุดด้วย เราจึงเลือกเพลงนี้เป็นเพลงไตเติ้ลครับ
- V : ท่ามกลางเพลงที่มีซาวด์หนักหน่วงรุนแรง เพลง 'SWIM' กลับให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายและอ่อนน้อมที่สุดครับ ในตอนแรกผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นเพลงที่ฟังแล้วตื่นเต้นหวือหวาอะไรขนาดนั้น แต่ยิ่งฟังไปเรื่อย ๆ ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่ผมสามารถเก็บรักษาไว้และหยิบขึ้นมาฟังได้นานๆ เลยครับ
- Jungkook : ยิ่งผมฟังเพลงนี้มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า 'นี่แหละคือสิ่งที่ใช่' เนื้อเพลงได้รวบรวมช่วงเวลาที่สะท้อนถึง 'BTS ในปัจจุบัน' เอาไว้ และการแสดงในครั้งนี้ก็จะมีจุดเด่นใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของพวกเรา ผมจึงหวังว่าทุกคนจะคอยติดตามชมกันนะครับ
ทั้งวง (Group): มันเป็นเพลงที่เหมือนกับชีวิตครับ พวกเราหวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงสำหรับทุกคนที่พยายามใช้ชีวิต (ว่ายน้ำ) ไปในแต่ละวัน ทั้งการดิ้นรนฟันฝ่า (ตีน้ำ) และการประคองตัวให้หายใจเข้าออกได้ตามปกติ มันเป็นเพลงที่จะยิ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นทุกครั้งที่ฟัง เราจึงหวังว่าเพลงนี้จะกลายเป็นแหล่งพลังใจให้ทุกคนในการก้าวผ่านชีวิตของตัวเองไปได้ และเฉกเช่นเดียวกับ 'อารีรัง' (Arirang) ที่ถูกส่งต่อกันปากต่อปากและอยู่เคียงข้างผู้คนมาอย่างยาวนาน พวกเราก็หวังว่าเพลง 'SWIM' จะตราตรึงอยู่ในใจของผู้คนไปอีกนานแสนนานเช่นกันครับ