อันนี้เป็นเรื่องราวประสบการณ์ที่ผมกับแม่ได้พบเจอกับตัววันนี้และผิดหวังมาก จากโรงพยาบาลสัตว์ที่ได้ไป โดยน้องที่ผมพาไปรักษาคือน้องรอด แมวจร
สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น:
คำแนะนำและการรักษาที่ไม่เป็นไปตามที่พูด: ก่อนหน้านี้คุณหมอแนะนำให้ "ต่อท่อฉี่" เพื่อลดโอกาสติดเชื้อและช่วยเรื่องขับถ่าย โดยยืนยันว่าท่อนี้จะอยู่ได้ 3 อาทิตย์ ซึ่งแม่ผมยอมจ่ายเงินส่วนนี้เพื่อให้พอยื้อเวลาเก็บเงินก้อนเพื่อผ่าตัดแปลงเพศให้น้องในลำดับถัดไป แต่ปรากฏว่ายังไม่ถึง 1 อาทิตย์ หมอกลับบอกว่าน้องติดเชื้อแล้ว และต้องเปลี่ยนท่อใหม่ทันที ทั้งที่เคยยืนยันไว้ดิบดี รวมถึงคำพูดที่กลับไปกลับมาเรื่องระยะเวลาของท่อ (จาก 3 เหลือ 2 และเหลือ 1 อาทิตย์)
เหตุการณ์ในห้องรักษา: แม่พาน้องไปทำความสะอาดที่โรงพยาบาลทุกวัน เพราะกังวลเรื่องความสะอาดและความเสี่ยงในการติดเชื้อหากทำเอง ซึ่งยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้วันละ 200 ถึง 300 บาททุกวัน แต่หมอกลับพูดว่า "ถ้าพี่จะเอาเงินมาทำความรักษาแบบนี้เรื่อยๆ หนูว่าพี่เก็บเงินค่าทำท่อฉี่รอบหน้าดีกว่า" แม่ผมเลยบอกว่าก็ที่พี่พาน้องมารักษาที่นี่ก็เพื่อไม่ให้ติดเชื้อเพราะถ้าพี่ทำเองพี่ไม่มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อ ผมเข้าใจนะว่าเขาพยายามแนะนำทางเลือกที่ดีแต่ถ้าแม่ผมพลาดก็จะต้องเปลี่ยนท่อทันทีแทนที่จะอยู่ถึง 3 อาทิตย์ และขนาดให้หมอทำยังติดเชื้อแล้วจะเหลืออะไร รวมถึงหมออีกท่าน (ขอเรียกว่าหมอ Powder) ที่เดินเข้ามาตรวจก็พูดว่า "อ้าว ติดเชื้อแล้วนี่ แย่เลย ทีนี้จะทำยังไงดี" แล้วก็เดินออกไปโดยไม่ให้คำแนะนำที่เป็นรูปธรรม
การบริการ: สิ่งที่เป็นแผลใจที่สุดคือ "การบริการ" หลังจากทราบว่าน้องติดเชื้อและเรายังไม่มีเงินเปลี่ยนท่อใหม่ในทันที ท่าทีของหมอเปลี่ยน เมินไม่สนใจ และก็ยื่นตะกร้าน้องคืนให้ผมหลังทำความสะอาดเสร็จให้แบบส่งๆ แล้วรีบปลีกตัวไปบริการเจ้าของสุนัขพันธุ์ชิวาว่าอีกเคสด้วยความกระตือรือร้นและใส่ใจ แจ้งรายละเอียดการวินิจฉัยอย่างถ่องแท้ ผิดกับตอนที่ทำให้น้องรอดที่ดูเหนื่อยหน่ายอย่างสิ้นเชิง
ผมรู้สึกผิดหวังครับ มากด้วย โรงพยาบาลแรกที่เคยไปก็เหมือนจะเลี้ยงไข้ พอเปลี่ยนมาที่นี่เพราะหวังว่าจะดีกว่า กลับเจอทั้งการวินิจฉัยโรคที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดและการเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเราเป็นเคสแมวจรที่มีงบประมาณจำกัด
ตอนแรกเขียนยาวกว่านี้แต่ผมให้ ไปให้โปแกรมปรับย่อ จะได้เข้าใจง่าย คำพูดอาจดูแปลกแต่ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมเห็น กับสิ่งที่แม่ผมเจอ ผมพยายามที่จะพิมพ์ให้มันเป็นกลางและไม่ทำให้เขาเสียหายที่สุดแล้ว แต่มันไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็อยากให้ทุกคนได้รู้ได้เห็นเพื่อการตัดสินใจ ผมไม่อยากดราม่าจึงไม่เขียนลง facebook ขอขอบคุณทางคนที่มาอ่านด้วยนะครับ โปรดเข้าใจผมหน่อยนะ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีเงินเป็นถุงเป็นถัง ผมเองก็เข้าใจโรงพยาบาล แต่บางครั้งที่วิกฤตเกิดขึ้นมันก็ต้องการการแนะนำและวิธีแก้ไขที่ดี แถมเรื่องเงินถ้าเขาขาดทุนขึ้นมาเขาจะทำยังไงอันนั้นผมก็รู้ไม่ได้อยากให้สงสารแต่อยากให้เข้าใจ
อันนี้เผื่อกรณีมีคนถามว่า
ถ้าไม่มีเงินแล้วจะรักษาทำไม
ตอบ ผมห้ามแม่ผมไม่ได้และผมก็ไม่อยากห้ามด้วยค่อนข้างครี่งๆกลาง เพราะทั้งบ้านก็รักสัตว์กันหมด แถมน้องรอดที่ผมพูดถึงน้องก็ไม่ได้ซึมหรือไม่กินข้าวและมีท่าทีที่อยากใช้ชีวิตต่อไป ทั้งกิน ทั้งดื่ม แม้กระทั่งอ้อนน้องเองก็พยายาม ยายผมที่เหมือนจะไม่ช่วยแต่ก็หมดเยอะกว่าใครๆ อีกอย่างในตอนนั้นที่ดูแลน้องช่วงแรกๆุถ้าหยุดมันก็จบถ้าจะรักษาก็ต้องรักษาน้องให้ถึงที่สุดกลับหลังไม่ได้แล้ว
ถึงผมจะบอกว่าขอเรียกอ้อมๆ แต่นั่นก็เป็นชื่อเขานั่นแหละแค่ไม่ได้เขียนตรงๆ
[CR] โรงพยาบาลสัตว์จิตรักษ์ สุพรรณบุรี
สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น:
คำแนะนำและการรักษาที่ไม่เป็นไปตามที่พูด: ก่อนหน้านี้คุณหมอแนะนำให้ "ต่อท่อฉี่" เพื่อลดโอกาสติดเชื้อและช่วยเรื่องขับถ่าย โดยยืนยันว่าท่อนี้จะอยู่ได้ 3 อาทิตย์ ซึ่งแม่ผมยอมจ่ายเงินส่วนนี้เพื่อให้พอยื้อเวลาเก็บเงินก้อนเพื่อผ่าตัดแปลงเพศให้น้องในลำดับถัดไป แต่ปรากฏว่ายังไม่ถึง 1 อาทิตย์ หมอกลับบอกว่าน้องติดเชื้อแล้ว และต้องเปลี่ยนท่อใหม่ทันที ทั้งที่เคยยืนยันไว้ดิบดี รวมถึงคำพูดที่กลับไปกลับมาเรื่องระยะเวลาของท่อ (จาก 3 เหลือ 2 และเหลือ 1 อาทิตย์)
เหตุการณ์ในห้องรักษา: แม่พาน้องไปทำความสะอาดที่โรงพยาบาลทุกวัน เพราะกังวลเรื่องความสะอาดและความเสี่ยงในการติดเชื้อหากทำเอง ซึ่งยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้วันละ 200 ถึง 300 บาททุกวัน แต่หมอกลับพูดว่า "ถ้าพี่จะเอาเงินมาทำความรักษาแบบนี้เรื่อยๆ หนูว่าพี่เก็บเงินค่าทำท่อฉี่รอบหน้าดีกว่า" แม่ผมเลยบอกว่าก็ที่พี่พาน้องมารักษาที่นี่ก็เพื่อไม่ให้ติดเชื้อเพราะถ้าพี่ทำเองพี่ไม่มั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อ ผมเข้าใจนะว่าเขาพยายามแนะนำทางเลือกที่ดีแต่ถ้าแม่ผมพลาดก็จะต้องเปลี่ยนท่อทันทีแทนที่จะอยู่ถึง 3 อาทิตย์ และขนาดให้หมอทำยังติดเชื้อแล้วจะเหลืออะไร รวมถึงหมออีกท่าน (ขอเรียกว่าหมอ Powder) ที่เดินเข้ามาตรวจก็พูดว่า "อ้าว ติดเชื้อแล้วนี่ แย่เลย ทีนี้จะทำยังไงดี" แล้วก็เดินออกไปโดยไม่ให้คำแนะนำที่เป็นรูปธรรม
การบริการ: สิ่งที่เป็นแผลใจที่สุดคือ "การบริการ" หลังจากทราบว่าน้องติดเชื้อและเรายังไม่มีเงินเปลี่ยนท่อใหม่ในทันที ท่าทีของหมอเปลี่ยน เมินไม่สนใจ และก็ยื่นตะกร้าน้องคืนให้ผมหลังทำความสะอาดเสร็จให้แบบส่งๆ แล้วรีบปลีกตัวไปบริการเจ้าของสุนัขพันธุ์ชิวาว่าอีกเคสด้วยความกระตือรือร้นและใส่ใจ แจ้งรายละเอียดการวินิจฉัยอย่างถ่องแท้ ผิดกับตอนที่ทำให้น้องรอดที่ดูเหนื่อยหน่ายอย่างสิ้นเชิง
ผมรู้สึกผิดหวังครับ มากด้วย โรงพยาบาลแรกที่เคยไปก็เหมือนจะเลี้ยงไข้ พอเปลี่ยนมาที่นี่เพราะหวังว่าจะดีกว่า กลับเจอทั้งการวินิจฉัยโรคที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดและการเลือกปฏิบัติเพียงเพราะเราเป็นเคสแมวจรที่มีงบประมาณจำกัด
ตอนแรกเขียนยาวกว่านี้แต่ผมให้ ไปให้โปแกรมปรับย่อ จะได้เข้าใจง่าย คำพูดอาจดูแปลกแต่ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมเห็น กับสิ่งที่แม่ผมเจอ ผมพยายามที่จะพิมพ์ให้มันเป็นกลางและไม่ทำให้เขาเสียหายที่สุดแล้ว แต่มันไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็อยากให้ทุกคนได้รู้ได้เห็นเพื่อการตัดสินใจ ผมไม่อยากดราม่าจึงไม่เขียนลง facebook ขอขอบคุณทางคนที่มาอ่านด้วยนะครับ โปรดเข้าใจผมหน่อยนะ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีเงินเป็นถุงเป็นถัง ผมเองก็เข้าใจโรงพยาบาล แต่บางครั้งที่วิกฤตเกิดขึ้นมันก็ต้องการการแนะนำและวิธีแก้ไขที่ดี แถมเรื่องเงินถ้าเขาขาดทุนขึ้นมาเขาจะทำยังไงอันนั้นผมก็รู้ไม่ได้อยากให้สงสารแต่อยากให้เข้าใจ
อันนี้เผื่อกรณีมีคนถามว่า
ถ้าไม่มีเงินแล้วจะรักษาทำไม
ตอบ ผมห้ามแม่ผมไม่ได้และผมก็ไม่อยากห้ามด้วยค่อนข้างครี่งๆกลาง เพราะทั้งบ้านก็รักสัตว์กันหมด แถมน้องรอดที่ผมพูดถึงน้องก็ไม่ได้ซึมหรือไม่กินข้าวและมีท่าทีที่อยากใช้ชีวิตต่อไป ทั้งกิน ทั้งดื่ม แม้กระทั่งอ้อนน้องเองก็พยายาม ยายผมที่เหมือนจะไม่ช่วยแต่ก็หมดเยอะกว่าใครๆ อีกอย่างในตอนนั้นที่ดูแลน้องช่วงแรกๆุถ้าหยุดมันก็จบถ้าจะรักษาก็ต้องรักษาน้องให้ถึงที่สุดกลับหลังไม่ได้แล้ว
ถึงผมจะบอกว่าขอเรียกอ้อมๆ แต่นั่นก็เป็นชื่อเขานั่นแหละแค่ไม่ได้เขียนตรงๆ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้