ทำใจยังไงดี เมื่อรู้ว่าพ่อจะอยู่กับเราได้อีกไม่นานแล้ว

ก่อนหน้านั้น พ่อผมอาศัยอยู่ใน กทม. ก่อนจะย้ายขึ้นมาอยู่กับผม (เชียงใหม่)
ตอนนั้นผมอายุได้ประมาณ 15-16 ยังไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร กระทั่งมาถึงงานวันศพปู่ ก็ได้รู้ว่าพ่อมีอาการเจ็บๆท้อง
พอถามว่าเจ็บมานานรึยัง เขาก็บอกเราว่าเจ็บมาเป็นปีแล้ว จนเกิดความสงสัยแม่ก็เลยพาไปตรวจ
ผลตรวจออกมา เป็นมะเร็งลำไส้ระยะสามที่กำลังจะลามไปสี่

     หลังจากผมรู้เรื่อง ผม.. ร้องไห้ในห้องหนักมากๆ มากขนาดที่ว่านึกถึงช่วงเวลามากมาย
นึกถึงช่วงเวลาที่เขาสอนปั่นจักรยาน/สอนเล่นคอม เรารักเขามากๆ,
(เกม Minecraft ที่สอนผมโหลด มันสนุกมากๆนะป๊า จนถึงตอนนี้มันได้สร้างรายได้ให้ผมแล้ว)

แต่ในตรงกันข้ามพี่ชายต่างพ่อ พี่สาวต่างพ่อกลับไม่รักเขาเพราะพวกเขาเคยมีเรื่องกันในอดีตแล้วเอามาเล่าให้เราฟัง
พวกเขาต่างก็มีความเห็นเป็นของตัวเอง จนรู้ได้ว่าพ่อเคยทำอะไรไว้บ้าง

     ระหว่างการรักษา ก็มีคุณน้าช่วย พ่อต้องไปทำเคมีบำบัด ตัดลำไส้ออกครึ่งนึง
ตอนนั้นอายุได้ 17 พ่อต้องเดินทางไป กทม. มันชวนนึกถึงสมัยเด็กอีกแล้ว ที่นานๆทีพ่อจะขึ้นมาเชียงใหม่ มาหาเรา,มาหาแม่
แต่ทุกครั้งที่จะเกิดขึ้นตลอดคือ แม่จะทะเลาะกับพ่อ ใช่ครับ แม่ผมทะเลาะกับพ่อผมมาเป็นสิบๆปีแล้ว
ผมในฐานะลูกคนนึงก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นทุกวัน เพราะพ่อจะต้องมาเป็นแพะหรือสนามอารมณ์ของแม่เสมอ
(ตลอดทุกครั้งหลังเลิกเรียน ก็จะลุ้นว่าใครมารับกันน้า 5555555)

      อาการมะเร็งลำไส้ของพ่อก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนพ่อกับแม่มั่นใจแล้วว่าจะให้หยุดยา นั่นคือช่องโหว่ของการสูญเสียน้ำตาครั้งใหญ่ของผม
ในตลอดช่วงเวลานั้น ก็นับตั้งแต่ผมได้เข้ามหาลัย กระทั่งดรอปเรียนเพราะอยากต้นหาตัวเองเพิ่มเติ่ม
อีกอย่างนึงด้วยที่ว่าสายที่เรียนไม่ได้เป็นตามที่ตั้งใจไว้,
ผมกลับมาจากมหาลัยแล้วเห็นพ่อนานซมๆ ผมก็เลยเข้าไปถาม
"ป๊าเป็นอะไร ดูเหนื่อยซมแปลกๆ"
พ่อก็บอก "ไม่มีไร มันเบื่อเฉยๆ"
ตอนนั้นผมก็ยังไม่แปลกใจอะไรเท่าไหร่ ทันใดในคืนนั้น พ่อก็โอดโอยหนักมากว่า ปวดท้องไม่ไหวแล้ว จนต้องหามไป รพ.
พบว่า พ่อกลับมามีมะเร็งในร่าง แค่ครั้งนี้มันได้แพร่ไป ปอด/ตับ เมื่อผมรู้เรื่อง ผมช็อค ผมตัวชา หูผมอื้อ สมองชา ร่างกายขยับไม่ได้เลย
ความรู้สึกหลายร้อยอย่างโถมเข้ามาในทีเดียว จนไม่ได้ตั้งตัว

      เวลาผ่านไปพักนึง พ่อก็ได้เข้ารับการรักษาอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้.. มันมากกว่าครั้งก่อน
พ่อต้องบินไปจีนเพื่อรับยารักษาพิเศษ พ่อได้รับการสั่งยามุ่งเป้าจากอินเดีย พ่อต้องตรวจ รพ.ตลอดหลายปี
ปอดพ่อใสสะอาดหลังจากรักษาไปได้ระยะนึง แต่ที่เหลืออยู่นั่นคือมะเร็งตับ รักษายากมากๆกับระยะ 4 นี้

      ย้อนกลับไปนับจากปัจจุบันประมาณปีนึง ก่อนวันเกิดผม 15สิงหา พ่อผมมาบอกสุขสันต์วันเกิดให้ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรมาก
คงเป็นวันเกิดของผมธรรมดาๆ แต่นั่นมันอาจจะเป็นการสุขสันต์วันเกิดครั้งสุดท้ายก็ได้,

      ผ่านไปแล้วหลานเดือนจนถึงตอนนี้ ผมเริ่มตระหนักถึงคำว่าชีวิตมากขึ้น หลังจากนั่งจับเข่าคุยกันกับพ่อเกี่ยวกับเรื่องโรคนี้
ว่ารักษาเท่าไหร่มันก็ไม่หายแล้วกับมะเร็งตับระยะสี่ มันเหมือนระเบิดเวลาที่จัวเลขมันจะจบลงตอนไหนก็ไม่รู้

      ผมใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานมาตั้งแต่ดรอปเรียน จนไม่ค่อยได้มีเวลามากขนาดนั้นที่จะดูแลพ่อ แต่อย่างน้อยก็ได้ใกล้ชิดกัน
ทำกิจกรรมธรรมดาๆด้วยกัน ถึงบางครั้งก็อาจจะมีช่วงที่ลำบาก แต่สุดท้ายพ่อก็ดึงผมขึ้นให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งสุดท้ายที่พ่อจะยื่นมามาดึงผมขึ้นครั้งสุดท้าย นั่นคือตอนไหน
มันไม่เหมือนกับในเกมที่เราสามารถคาดเดาได้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ เพราะชีวิตจริงมันไม่มีหลอดเลือดแบบในเกมนั่นแหละ
ผมเสียใจ ผมกังวล ผมร้องไห้ ผมรักเขา มันมากมาย รู้สึกอยากขอบคุณเขามากๆ

     ปัจจุบันผมอายุ 20 เป็นลูกชายคนที่สามของพ่อ ซึ่งเทียบกับพ่อที่อายุ 70 มันห่างกันมาก
ผมเลยอยากจะมาแชร์เรื่องราวก่อนพ่อจะเสียให้ได้รับรู้ รวมถึงผมในตอนนี้เองก็ยังทำใจไม่ได้
คุณแม่เอง หลังๆมาก็ทำดีกับพ่อแล้วเราทุกคนต่างก็พยายามทำให้พ่อยิ้มให้ได้มากที่สุด ให้เขามีความสุขมากที่สุดก่อนเขาจะจากครับ
มีความเห็นอะไร หรือเรื่องราวของตัวเองก็มาแชร์กันได้นะครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่