[CR] Winter in Hokkaido "Sapporo Otaru Biei Furano 5 คืน 6 วัน" 20-25 Feb. 26 (ไปเองแบบต่อเครื่องที่มะนิลา)


ทริปฮอกไกโดเป็นครั้งแรกสำหรับทุกคน อยากไปสัมผัสหิมะฉ่ำๆ กันค่ะ ก่อนเดินทางก็ลุ้นกันสุดๆ เนื่องจากวันที่ 18 มีพายุหิมะเข้าที่ฮอกไกโด รถไฟหยุดวิ่ง รถติดหลายชั่วโมง สายการบินยกเลิก กลัวทุกอย่าง คอยเปิดดูสายการบินมีแจ้งเตือนอะไรไหม พอถึงวันเดินทางทุกคนก็ลุยค่ะ ดูพยากรณ์ว่าพายุไม่มีแล้ว แต่ก็ต้องคอยเช็คเป็นราย ชม. อีกค่ะ มาเริ่มรีวิวกันเลยค่ะ

วันที่ 19-02-69 เวลา 23.50 น. ออกเดินทางสนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ (Full Service) กระเป๋าโหลดไปกลับ 30 โล ถือขึ้นเครื่อง 7 โล รวมสัมภาระตัวเอง และเลือกที่นั่งได้ค่ะ ต่อเครื่องที่มะนิลา ราคา 15,722 บาท สายการบินนี้ขึ้นชื่อว่า Delay บ่อย แต่หลังๆ มาก็เบาลงมีบินปกติขึ้นค่ะ ปกติพวกเราจะบินตรงตลอด แต่เห็นราคาจาก Trip.com แล้ว น่าสนใจมากๆ เพราะเวลาต่อเครื่องแค่ 2.30 ชม. เอง เลยตัดสินจองค่ะ ลองเสี่ยงกันดูสักครั้ง สรุปขาไปจากสุวรรณภูมิ Delay ไป 20 นาที ก็ยังพอรับได้ค่ะ เครื่องออกได้ประมาณเกือบ ชม. ก็เสิร์ฟอาหาร และมันคือเวลานอนกำลังเคลิ้มเลย อาหารที่เสิร์ฟสุดมากคิดว่าเป็นแค่น้ำขนม แต่มาเป็นมื้อหนักเลย (เสิร์ฟข้าวพอทน เสิร์ฟส้มตำพอเลย) อาหารขาไปถือว่าโอเคค่ะ แอร์ให้เลือก หมู ไก่ เนื้อ ค่ะ ส่วนเราเลือกไก่ รสชาดเหมือนข้าวคะน้าไก่ หน้าตาประมาณนี้ค่ะ ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือก น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ไวน์ เติมได้ไม่อั้นค่ะ กินเสร็จก็นอนต่อ
วันที่ 20-2-69 เวลา 04.20 น. ก็ถึงสนามบิน Ninoy Aquino International Airport (MNL) มะนิลา ลงเครื่องก็เดินไปทาง Transit/Transfer ได้เลย ไม่ต้องผ่าน ตม. พวกเราลงทะเบียน eTravel มาก่อน 72 ชม. ได้ Qr Code  สำหรับเข้าฟิลิปปินส์ ไว้สแกนเข้าค่ะ สรุปไม่มีใครขอสแกนค่ะ แค่เอกซเรย์กระเป๋า และ ตรวจพาสปอร์ตแค่นี้ และไปนั่งรอที่เกทประมาณ 2.30 ชม. ค่ะ
ถึงเวลาเครื่องออก 06.30 น. รู้สึก เอ๊ะ เอ๊ะ แล้วก็ เอ๊ะ ทำไมไม่มีเครื่องบินมาจอดรอ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ประกาศอะไร ประมาณ 7.30 น. เจ้าหน้าที่เอา แซนวิสทูน่า แซนวิสไส้กรอกไก่ แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ และ น้ำดื่ม มาแจก บอกให้กินระหว่างรอค่ะ คิดในใจเอาแล้วไง 1 ชม. แล้วฉันต้องรออีกนานแค่ไหน

เราเลือกแซนวิสทูน่า กินหมดเกลี้ยงอร่อยค่ะ (หรือหิว) กินเสร็จก็นั่งเล่นไปเรื่อยๆ จนมีประกาศมาว่า สายการบินประสพปัญหาล่าช้าเนื่องจากต้นทางยังบินไม่ได้เพราะมีหิมะ ทุกคนที่นั่งรอร้องโอ้โหกันทุกคน (OMG) เจ้าหน้าที่บอกจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ถอดใจแล้วค่ะ สายกินบินยกเลิกแน่ๆ ไม่ถึง ชม. เจ้าหน้าประกาศว่าตอนนี้ไฟล์ทที่เราจะไปกำลังบินมาแล้ว ได้เวลาเดินทางใหม่คือ 13.30 น. สรุปเครื่อง Delay 7 ชม. ทางเจ้าหน้าก็ประกาศขอโทษขอโพยทุกคนและให้เปลี่ยนเกทให้ไปนั่งรอยาวๆ ที่เกทใหม่ได้เลย ครั้งแรกเลยที่เจอปัญหานี้ แต่เข้าใจนะคะว่ามันคือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ระหว่างรอพวกเราก็เดินดูของในเกท แล้วก็มานั่งรอในเกท มาถึงเจ้าหน้าที่ก็แจก Box Set+น้ำเปล่า (คิดในใจดีจัง) อาหารที่ได้เป็นไก่ทอด+ข้าวเหนียวนุ่มๆ ค่ะ อร่อยค่ะพอกินได้ แต่บ้านเราอร่อยกว่า

ใครที่ทำประกันเดินทางมาสามารถขอเคลมได้สำหรับสายการบินล่าช้าเกิน 6 ชม. พวกเราก็ทำมาแต่ประกันของพวกเรากรณีล่าช้า คือเราต้องมีการสำรองจ่าย เช่น ค่าโรงแรม ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ตามที่จ่ายจริง นำไปเบิกเคลมได้ แต่พวกเราไม่ได้จ่ายอะไรเลยทางสายการบินซัฟพอร์ตทุกอย่างค่ะ (ใครจะทำประกันเดินทาง ตปท. ต้องศึกษาตรงนี้มาดีๆ นะคะ ประกันบางเจ้าสามารถเคลมได้เลยโดยไม่ต้องมีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น) รอบหน้าพวกเราต้องศึกษาให้ดีค่ะ เจอเหตุการณ์ครั้งนี้ครั้งแรกถึงรู้ค่ะ (เอกสารที่ขอเคลมต้องขอทางสายการบินมาอ้างอิงด้วยนะคะ ว่ามีการล่าช้าจริง)

ประมาณ 13.00 น. เครื่องที่เราจะเดินทาง มาจอดรอตรงเกทที่เราขึ้น (คิดในใจได้ไปเที่ยวแล้วโว้ย) แต่ก็รอเติมน้ำมันจนเสร็จก็ปาไป 20 นาที 13.30 น. เจ้าหน้าที่ประกาศขึ้นเครื่อง ก่อนขึ้นมีแจกข้าวหน้าเนื้ออีก (เสิร์ฟไม่พักจริงๆ)

เวลา 13.50 น. ออกเดินทาง ขึ้นเครื่องได้ไม่ถึง ชม. แอร์เสิร์ฟอาหารค่ะ รอบนี้มีให้เลือกข้าวเทอริยากิหมู ไก่ และ เบนโตะปลา เราเลือกเบนโตะปลาค่ะ รอบนี้ไม่อร่อยเลย รสชาดจืดๆ ปลาทอดก็แข็งค่ะ สับปะรถก็เปรี้ยว ดีที่ยังมีข้าวหน้าเนื้อที่ได้ตอนขึ้นเครื่องมา เอาออกมากิน ตักเข้าปากคำแรกร้อง โอ้โห!! อื้อหือ!! อยากจะบอกว่ามันอร่อยมากดูหน้าตาธรรมดาแต่อร่อยจริงๆ เนื้อเปื่อยกำลังดี
เบนโตะปลาค่ะ (กินได้แค่สลัดผักกับพุดดิ้ง)
ข้าวหน้าเนื้อที่ได้ตอนขึ้นเครื่องค่ะ คนละกล่องค่ะ หน้าตาธรรมดาแต่อร่อยมาก

กำหนดถึงสนามบินนิวชิโตเสะเวลา 19.15 น. สรุปถึง 19.40 น. (ล่าช้าเหมือนเดิมแต่ไม่เป็นไรให้อภัยค่ะ) ลงจากเครื่องก็เดินตามกันไป ผ่าน ตม. (อยากจะบอก ตม. หล่อ มว๊าก ยังวัยรุ่น ใจดี ยิ้มเก่ง ไม่ถามไรเลย เราก็แพ้รอยยิ้ม ทำไรไม่ถูกเลยค่ะ หา Qr Code Visit Japan ในมือถือกว่าจะเจอ มัวแต่มองหน้า ตม. นั่นแหล่ะค่ะ) รอรับกระเป๋าและผ่านศุลกากร ก็ปาไป 20.30 น. เราเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟค่ะ แพลนเราต้องซื้อพาสแล้วใช้เลย แต่เค้าท์เตอร์ขายพาสปิดตั้งแต่ 19.00 น. แล้ว เลยซื้อเฉพาะตั๋วรถไฟ+ที่นั่ง ได้อย่างเดียวค่ะ (เค้าขายแต่ตั๋วรถไฟไม่ขายพาสค่ะ) ราคาตั๋ว+ที่นั่ง คนละ 2070 เยนค่ะ นั่งไปประมาณ 40 นาที ก็ถึงสถานี Sapporo ค่ะ

พวกเราพักโรงแรม "Residence Hotel Stripe Sapporo" จากสถานี Sapporo ใช้ทางออก North Exit เดินประมาณ 600 เมตร อยากจะบอกว่าตอนลากกระเป๋าไปโรงแรมแต่ละคนทุลักทุเลมาก บางจุดหิมะเป็นน้ำแข็งบางจุดก็ฟูๆ ตลอดทางค่ะ ถึงที่พักก็ไปเช็คอินตรง Tablet ของโรงแรมที่ตั้งไว้ตรงทางเข้า (ทางที่พักส่งลิ้งให้เช็คอินมาล่วงหน้าแล้ว กรอกข้อมูลของทุกคน แนบพาสปอร์ต กรอกครบแล้วจะได้ Qr Code และ รหัส ที่ต้องมากรอกที่ Tablet เพื่อเอาเลขที่ห้อง และ รหัสเข้าห้องค่ะ ทางโรงแรมไม่มีพนักงานบริการนะคะ ทุกคนต้องเช็คอินด้วยตัวเองค่ะ) สำหรับเรามันง่ายมาก เลือกภาษาอังกฤษ เลือกเช็คอิน และกรอกรหัสที่ได้มา ก็จะได้เลขที่ห้องและรหัสเข้าห้องมาเลยค่ะ

เลขห้อง/รหัสเข้าห้อง จะขึ้นมาแบบนี้ค่ะ และจะมีวิธีกดรหัสเข้าห้องค่ะ
ห้องที่พวกเราจองมาเป็นห้องดีลักซ์สวีทค่ะ นอนได้ 6 คน ภายในห้องจะมีด้วยกัน 2 ห้อง คือห้องเตียงเดี่ยว นอนได้ 2 คน และอีก ห้องจะเป็นเตียง 2 ชั้น นอนได้ 4 คนค่ะ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในห้องเตียงเดี่ยวค่ะ ห้องสุขา+อาบน้ำ อยู่ห้องเดียวกัน (ค่อนข้างแคบ)  ภายในห้องมี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า อ่างล้างจาน ถ้วยจานช้อนแก้ว อำนวยความสะดวกกับพวกเรามากๆ ค่ะ และจะมีไมโครเวฟอยู่ที่ส่วนกลางด้านล่าง ใครซื้ออาหารมาแวะเวฟก่อนนำขึ้นมาบนห้องได้ค่ะ ราคาที่พักสำหรับ 5 คืน 6 วัน เป็นเงิน 19,995.40 บาท ตกคนละ 4,998.85 บาท ราคานี้ถือว่าโอเคสำหรับพวกเราค่ะ
(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ข้อมูลภาพจาก Trip.com ค่ะ)

เก็บกระเป๋าลงมาหาไรกิน (ง่ายๆ Lawson ติดกับโรงแรม) ระหว่างทางเดินมาที่พักก็มี Family 7-11 Lawson อีกค่ะ ร้านสะดวกซื้อเยอะไม่ต้องกลัวอดค่ะ
หลังจากทำไรเสร็จก็พักผ่อนกันค่ะ เพลียมากันทั้งวัน

วันที่ 21-02-69 ประมาณ 8 โมงกว่าๆ พวกเราออกจากโรงแรม เพื่อมาซื้อพาสที่ "JR Information Desk Sapporo Station" ค่ะ เวลาเปิด/ปิดที่นี่ 08.30-19.00 น. ค่ะ พวกเราเลือกซื้อคือ "Sapporo-Furano Arae Pass" ราคา 12,000 เยน ตอนซื้อแจ้งเจ้าหน้าที่เริ่มใช้ 21-24 ปกติจะเริ่มใช้ 20-23 แต่แผนวันแรกล่มจึงต้องเริ่มใช้ 21-24 ค่ะ (ใช้ได้ 4 วัน) และก็จองที่นั่งสำหรับวันที่เดินทางไปฟุราโนะกับบิเอะค่ะ
สามารถใช้เดินทางด้วยรถไฟ JR ได้ทุกขบวนไปตามพื้นที่ในรูปค่ะ  เวลาพวกเรามีน้อยเลยเลือกไปตามที่วงไว้ค่ะ
เราปริ้นเวลาสำหรับจองที่นั่งยื่นให้เจ้าหน้าที่ขายพาสจองให้เราเลย แนะนำสถานที่ไกลๆ ควรจองที่นั่งล่วงหน้าไว้นะคะ วันเดินทางจะได้สะดวกสบายไม่ต้องรีบมาสถานีค่ะ เราทำแบบนี้ประจำค่ะ (ตามรูปด้านล่าง) เจ้าหน้าที่จะให้ตั๋วพาส+ตั๋วที่นั่งมาพร้อมกัน ได้พาสมาก็แจกให้สมาชิก และตั๋วที่นั่งก็เก็บไว้ก่อนค่ะ แค่ราคาตั๋ว+ที่นั่ง ไปกลับ ของสองวันนี้ก็เกินราคาพาสที่เราซื้อแล้วถือว่าคุ้มมากๆ แล้วค่ะ
ตั๋วจองที่นั่งค่ะ ส่วนตั๋วพาสไม่ได้ถ่ายอยู่ในซองเขียวน้องนกชิมาเอนากะค่ะ

แพลนวันนี้ของพวกเราคือไป Otaru+Asari+Susukino ค่ะ หลังจากได้ตั๋วก็ใช้พาสสอดเข้าเครื่องผ่านได้เลยค่ะ

สถานที่แรก Otrau เราเลือกไปลงสถานี Minami-Otaru เพื่อที่จะเดินย้อนขึ้นไปสถานี Otaru  ตามแผนที่ด้านล่างค่ะ (เริ่มจาก 1-7)

ก่อนเดินทางดูพยากรณ์อากาศมา 0-4 องศา อยากจะบอกวันนี้แดดแรงรู้สึกร้อนด้วยค่ะ  ถ้าใส่ข้างในชั้นเดียวน่าจะพอดี หรือเป็นเพราะพวกเราเดินกันทั้งวัน (กลุ่มท่องเที่ยวในเฟสมีแต่คนถามที่ซัปโปโรสัปดาห์นี้รู้สึกร้อนขึ้นไหมคะ) หิมะที่ Otaru ไม่ฟูขาว ทางเดินกำลังจะเป็นน้ำแข็งเลย รู้สึกนอยโชคไม่เข้าข้าง แต่ไม่เป็นไรไหนๆ มาแล้วพวกเราก็จัดกันต็มที่ ถ่ายรูป กิน ช็อป ต้องคุ้มค่ะ
Otaru Music Box Museum (พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี)






ถนนสายช็อปปิ้งชาคาอิมาจิโตริ แวะช็อป แวะกิน กันตลอดทางค่ะ





Otaru Canal (คลองโอตารุ) สิ่งที่คิดหิมะขาวฟูนุ่ม สิ่งที่ได้หิมะเป็นน้ำแข็งแถมดำด้วย...ไว้ไปใหม่ค่ะ



เดี๋ยวมาต่อนนะคะ....
ชื่อสินค้า:   Winter in Hokkaido "Sapporo Otaru Biei Furano 5 คืน 6 วัน" 20-25 Feb. 26 (ไปเองแบบต่อเครื่องที่มะนิลา)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่