[The First Era — โลกยุคแรกของวันพีซ]
ผู้เขียน::จึ๊ยโป๋วว
---
[เกริ่น]
The First Era เป็นปฐมบทแรกเริ่มของ Onepiece Ending Theory(ทฤษฎีตอนจบของวันพีซ) เป็นการนำเบาะแสทั้งหมดของวันพีซมาประกอบรวมกันเป็นภาพเดียว ที่จะบอกเล่าเรื่องราววันพีซตั้งแต่ต้น - ตอนจบที่ลูฟี่ได้กลายเป็นราชาโจรสลัด
โดยเรื่องราวภายใน The First Era เกิดขึ้นจากการประกอบภาพรวมของ คัมภีร์ฮาเลย์ และเบาะแสอื่นๆ ออกมาเป็นเรื่องราวของโลกวันพีซ เมื่อ 3,000ปีก่อน ที่เป็นต้นกำเนิดของเหตุการณ์ทุกๆอย่างในวันพีซโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Second Era(โลกยุคที่2) - 100ปีแห่งความว่างเปล่า
---
[ความหมาย]
First Era - โลกวันพีซยุคแรกเริ่ม เมื่อ 3,000ปีก่อน
The Forbidden Sun(พระอาทิตย์ต้องห้าม) - แร่ธาตุพลังงานสมมติของวันพีซ อันเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีชั้นสูง ใน First Era
The Great Tech War - สงครามเทคโนโลยีชั้นสูงที่เกิดขึ้นจากความละโมบอยากครอบครอง Forbidden Sun ของ EarthPeople ใน First Era
Apocalyps Events - เหตุการณ์วันสิ้นโลกอันเป็นผลข้างเคียงจาก HighTech-War เกิดแผ่นดินไหวขนาดยักษ์จมหาทวีปดั้งเดิมลงสู่ใต้ก้นทะเล เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้ ภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล
Pre-Apocalyptic เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นโลก ที่เคยมีสภาพภูมิศาสตร์ปกติเหมือนกับโลกของเรา มีมหาทวีป ท้องทะเลยังรวมเป็นหนึ่ง(ออลบลู) ไม่มีกำแพงเรดไลน์
Post-Apocalyptic เหตุการณ์หลังวันสิ้นโลก ภูมิศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลง มหาทวีปจมลงสู่ใต้ก้นทะเล เหลือเพียงยอดภูเขาอันเป็นเกาะที่ Onepiece People ใช้อยู่อาศัยในปัจจุบัน
เกิดกำแพงเรดไลน์ ท้องทะเลถูกแบ่งแยกออกเป็น 4 ส่วน
Earth People มนุษยชาติในอดีตเมื่อ 3,000 ปีก่อนการล่มสลายจากสงครามเทคโนโลยี
Moon People ลูกหลานของ EarthPeople ที่อพยพหลบหนีจากวันสิ้นโลกขึ้นมาสร้างอาณาจักรอยู่บนดวงจันทร์
Onepiece People ลูกหลานของ EarthPeople ที่ยังเหลือรอดหลังการล่มสลายบนโลก กระจายตัวอยู่อาศัยบนเกาะต่างๆ บ้างก็วิวัฒนาการแบ่งสายออกเป็นหลายเผ่าพันธ์
---
[First Era — โลกยุคแรกของวันพีซ]
First Era คือยุคอารยธรรมดั้งเดิมของโลกในจักรวาล One Piece
ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน ก่อนที่โลกจะเกิดเหตุการณ์ล่มสลายครั้งใหญ่
โลกวันพีซในยุคนี้ มีสภาพภูมิศาสตร์คล้ายกับ โลกของเราในปัจจุบัน
มีมหาทวีปขนาดใหญ่ และท้องทะเลยังรวมเป็นหนึ่งเดียว(ออลบลู)
อารยธรรมของมนุษย์ในยุคนี้มี เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งก้าวหน้ากว่าโลกวันพีซในปัจจุบันอย่างมาก
โดยมีแหล่งพลังงานสำคัญที่เรียกว่า
The Forbidden Sun (พระอาทิตย์ต้องห้าม)
แร่ธาตุพลังงาน ที่เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีขั้นสูงและอาวุธทรงพลังในยุคนั้น(เฉกเช่นเดียวกับ น้ำมัน หรือ ยูเรเนียม แต่ให้พลังงานสูงกว่ามาก)
อย่างไรก็ตาม ความเจริญทางเทคโนโลยีกลับนำไปสู่ สงครามแห่งความละโมบ
เมื่อผู้คนพยายามแย่งชิง The Forbidden Sun เพื่อครอบครองอำนาจเหนือโลก
สงครามเทคโนโลยีครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น และนำไปสู่เหตุการณ์ Apocalyptic Event
ซึ่งส่งผลให้เกิด แผ่นดินไหวขนาดมหาศาลทั่วโลก
ภัยพิบัติครั้งนั้นได้
จมมหาทวีปดั้งเดิมลงสู่ใต้มหาสมุทร
เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกอย่างถาวร
ก่อกำเนิด กำแพงเรดไลน์ (Red Line) ซึ่งเป็นกำแพงภูเขายักษ์ที่พาดรอบโลก
สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง
หลังจากเหตุการณ์ล่มสลายนี้ โลกได้เข้าสู่สภาพ Post-Apocalyptic
หมู่เกาะต่าง ๆ ในโลกวันพีซปัจจุบัน เป็นเพียง ยอดภูเขาของมหาทวีปดั้งเดิมที่ยังโผล่พ้นน้ำ
ผู้รอดชีวิตจากอารยธรรมเดิม(Earth People) ได้กระจายตัวไปตามเกาะต่างๆ บ้างก็วิวัฒนาการจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันเกิดเป็นเผ่าพันธ์ต่างๆ
กลายเป็นบรรพบุรุษของผู้คนในโลกวันพีซปัจจุบัน Onepiece People
ในขณะเดียวกัน EarthPeople อีกส่วนได้อพยพออกจากโลก และสร้างอาณาจักรใหม่ขึ้นบนดวงจันทร์ที่มีชื่อว่า อาณาจักรเบอร์ก้า โดยลูกหลานในรุ่นต่อๆมาจะถูกเรียกขานว่า Moon People
การล่มสลายของ First Era จึงกลายเป็น จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์โลกใหม่
และนำไปสู่เหตุการณ์ในยุคต่อมา
Second Era — 100 ปีแห่งความว่างเปล่า(Void Century)
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความจริงของอดีตถูกลบออกจากประวัติศาสตร์โลก
กล่าวโดยสรุปคือ วันพีซที่เราได้อ่านกันในปัจจุบัน ก็คือ โลกของเราในอนาคตที่ล่มสลายและเปลี่ยนแปลงไปจากมหาสงครามเทคโนโลยีแห่งความละโมภของผู้คน
The First Era นั้น อ.โอดะ ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากมหานครทองคำแอตแลนติส ที่เจริญรุ่งเรืองและล่มสลายจากภัยพิบัติเพราะความละโมบของผู้คนที่ทำให่เทพเจ้าพิโรธ
---
ชั้นการตีความ
เมื่ออ้างอิงจาก คัมภีร์ฮาเลย์ ที่ห้องสมุดนกฮูกบนเกาะเอลบัฟ
โดยเนื้อหาในคัมภีร์จะมีอยู่ด้วยกัน 3บท ซึ่งในแต่ละบทจะถูกกำกับไว้ด้วยคำว่า "โลก" อันได้แก่ โลกที่หนึ่ง โลกที่สอง โลกที่สาม
จากคำพูดของ เซาโล ได้ชี้ให้เห็นว่า เนื้อหาภายในหนังสืออาจเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกวันพีซ
นั่นหมายความว่าในแต่ละบทของ คัมภีร์ฮาเลย์ คือเนื้อหาที่เป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวยุคสมัยต่างๆที่มีเหตุการณ์สำคัญถึง 3 ยุคสมัยด้วย
ซึ่งจากการพิจารณาและตีความเนื้อหาในแต่ละบททำให้ได้ข้อสรุปออกมาเป็น
โลกที่3 = การผจญภัยของกลุ่มหมวกฟาง
โลกที่2 = 100ปีแห่งความว่างเปล่า
โลกที่1 = ยุคสมัยปริศนาที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดภายในโลกของวันพีซ
ในมุมมองของผมนั้น เนื้อหาทั้ง 3บท ของคัมภีร์ฮาเลย์นี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมากกับเรื่องราวและปริศนาทั้งหมดของ วันพีซ อันจะนำสู่ข้อสรุปสำคัญถึงที่มาและตอนจบของเรื่องราวที่ อ.โอดะ ได้วางเอาไว้
โดยภายในบทความนี้จะเป็นการตีความ บทที่1 ของคัมภีร์ฮาเลย์ โดยแสดงวิธีการคิดและมุมมองจากความสามารถส่วนตัวของผมเอง
---
[เนื้อหาของโลกที่ 1]
บนผืนแผ่นดินมีเพลิงลุกโชน ผู้คนพ่ายแพ้ต่อความละโมบเอื้อมมือสัมผัสกับ "พระอาทิตย์ต้องห้าม"
เหล่าทาสร่ำร้องวิงวอน "เทพพระอาทิตย์" ปรากฎกาย
เทพแห่งผืนแผ่นดินพิโรธ ร่วมมือกับอสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ
ด้วยความตายและความมืดพวกเขาไม่อาจได้พบกันอีก
---
ภายในบทความของโลกที่ 1 นั้นจะมีคำสำคัญอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4คำ ได้แก่
•พระอาทิตย์ต้องห้าม
•เทพพระอาทิตย์
•เทพผืนแผ่นดิน
•อสรพิษเพลิงนรก
---
โดยจะขอเริ่มที่คำว่า "อสรพิษเพลิงนรก" ที่อยู่ในประโยค "อสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ" โดย
อสรพิษ = งู
เพลิงนรก = สีแดง
เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่มีลักษณะ "งูสีแดงที่กลืนโลกทั้งใบ" ในวันพีซก็ย่อมจะหนีไม่พ้น "เรดไลน์"
ดังนั้นในประโยค อสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ
เป็นการเปรียบเปรยถึง "มหากำแพงยักษ์สีแดง(เรดไลน์)ที่พาดล้อมรอบโลกวันพีซ"
คล้ายคลึงกับการที่ งูแดงกลืนที่กลืนกินโลกทั้งใบ
คำต่อมาคือ "เทพพสุธาพิโรธ"
หากพิจารณากำแพงเรดไลน์ให้ดีๆ แท้จริงมันก็คือ "ภูเขา"
ในหลักธรณีวิทยา ภูเขา ก็คือแผ่นเปลือกโลกที่เกิดการเคลื่อนที่ซ้อนทับกัน
ซึ่งการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกจะก่อให้เกิด "แผ่นดินไหว" ที่เปรียบเปรยว่า เป็นดัง เทพพสุธาพิโรธ(พสุธา=แผ่นดิน,พิโรธ=โกรธ)
เมื่อพิจารณารูปประโยคร่วมกัน
"เทพแห่งผืนแผ่นดินพิโรธร่วมมือกับอสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ"
จะได้ข้อสรุปว่า
"ในโลกที่หนึ่งได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นจนก่อให้กำแพงเรดไลน์"
ซึ่งหากพิจารณาถึงขนาดของกำแพงเรดไลน์ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ต้องรุนแรงไม่ต่างจากวันสิ้นโลกเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ภายในเนื้อเรื่องได้มีการบอกเล่าอยู่บ่อยครั้งว่า "โลกวันพีซในอดีตเคยมีแผ่นดินใหญ่" และ ทะเลออลบลู(ทะเลรวมหนึ่งเดียว)
อาจสัณนิษฐานได้ว่า
ภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซเดิมที เคยเป็นโลกที่มีทวีปใหญ่ และ ทะเลยังรวมเป็นหนึ่ง
ทว่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในครั้งนี้ ได้จมมหาทวีปลงสู่ใต้ก้นมหาสมุทร และ ก่อให้เกิดกำแพงยักษ์เรดไลน์ ที่แบ่งแยกทะเลออลบลูของโลกวันพีซ ออกเป็น ท้องทะเลทั้ง 4 ในปัจจุบัน จนกลายเป็นเพียงตำนานของความฝันซันจิ
ในระหว่างการเดินทางไปเกาะเงือกใต้ทะเล กลุ่มหมวกฟางได้พบกับ น้ำตกใต้ทะเล นั่นหมายความว่า ทะเลอาจมีอยู่ 2ชั้น
ชั้นล่างคือทะเลในโลกดั้งเดิม ส่วนชั้นบนคือทะเลใหม่ที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว
มหาทวีปที่ได้จมลงสู่ใต้ท้องทะเลอาจเป็นพื้นที่สุนิชากำลังเดินอยู่
ส่วนหมู่เกาะต่างๆในโลกวันพีซในปัจจุบัน ก็อาจเป็น เพียงแค่ยอดภูเขาสูงของมหาทวีปดั้งเดิม
ประชากรของโลกวันพีซในปัจจุบัน อาจเป็นลูกหลานของผู้คนในทวีปเก่า ที่อพยพขึ้นที่สูงก่อนน้ำท่วมโลกจากแผ่นดินไหว
นั่นจึงตอบคำถามได้ดีมากว่า ทำไมมนุษย์ถึงสามารถกระจายตัวอยู่ในแต่ละเกาะได้ ทั้งๆที่ โลกถูกตัดขาดออกจากกัน
(ประโยคเดียวก็ ให้ข้อมูลเยอะขนาดนี้แหละครับ ผมถึงได้บอกว่ามันสำคัญมาก😤)
---
คำถามสำคัญ?
"แผ่นดินไหว" ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดจาก ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ เหตุการณ์บางอย่าง?
---
คำต่อมา "พระอาทิตย์ต้องห้าม"
หากสังเกตุให้ดีๆ พระอาทิตย์ต้องห้าม กับ เทพพระอาทิตย์นิกะ คือคนละคำกัน ที่ อ.โอดะ จงใจเขียนแยกให้เห็นในบทเดียวกัน
"พระอาทิตย์ต้องห้าม จึงไม่ใช่ เทพนิกะ"
คำว่า พระอาทิตย์ นั้น สามารถนำมาตีความได้หลากหลาย ดังนั้นเราจึงต้องดูบริบทอื่นๆประกอบร่วม
ซึ่ง "บริบทร่วม" ที่เตะตาผมเป็นอย่างมากก็คือ "เทคโนโลยีและวิทยาการโบราณ"
ภายใน "โลกยุคกลางแห่งการเดินเรือ" ของมังงะวันพีซ มักปรากฎเศษซากเทคโนโลยีอยู่มากมาย อาธิ 3อาวุธโบราณ, เมืองเทคใต้ทะเลหรือเกาะเอลบัฟที่มีอายุกว่า3,000ปี ,อาณาจักรร้างเบอร์ก้าที่ดวงจันทร์ หรือ ในภาพฝาผนังเอลบัฟก็มีปรากฎเมืองจักรกลอยู่ในมุมขวาล่าง
คำถามสำคัญ?
"หากในอดีตเคยมีเทคโนโลยีระดับสูง แล้ว อะไรคือแหล่งพลังงานของมัน?"
"แหล่งพลังงาน" คือหัวใจสำคัญของการเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ยิ่งมีแหล่งพลังงานมากเท่าไหร่ วิทยาการก็จะยิ่งมีระดับสูงมากขึ้นเท่านั้น
"ผู้ใดสามารถควบคุมแหล่งพลังงานได้ ผู้นั้นก็สามารถปกครองโลกได้อย่างไม่ยากเย็น"
ด้วยเหตุนี้เอง แหล่งพลังงาน จึงมักเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดสงครามอยู่บ่อยครั้ง
ในสื่อบรรเทิงหลายแขนงมักมีการนำเสนอ พล็อตเรื่องของ ความละโมบและแหล่งพลังงาน โดยจำเพาะสื่อบรรเทิงในช่วงยุค 90's ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อ.โอดะ เติบโต
สื่อบรรเทิงในยุคนั้น จึงได้หล่อหลอมแนวคิดและมุมมองเกิดเป็น พล็อตมังงะเรื่องนึงที่ว่าด้วย
"การผจญภัยบนโลกหลังการล่มสลายจากสงครามเทคโนโลยีของโจรสลัดที่ออกตามหาวันพีซ"
ในสื่อบรรเทิงและวรรณกรรม พระอาทิตย์และไฟ มักถูกใช้เพื่อเปรียบเปรยถึง แหล่ง พลังงาน
เมื่อพิจารณาจากบริบทร่วมที่กล่าวมา
ดังนั้นในประโยคที่ว่า
"ผู้คนพ่ายแพ้ต่อความละโมบ เอื้อมมือสัมผัสพระอาทิตย์ต้องห้าม"
จึงหมายความว่า
"ผู้คนได้ก่อสงครามแห่งความละโมบ เพื่อแย่งชิงแร่พลังงานที่ชื่อ พระอาทิตย์ต้องห้าม"
---
หากพิจารณาถึงพลานุภาพของ 3อาวุธโบราณยูเรนัส ที่สามารถลบเกาะให้หายไปได้จากแค่ แหล่งพลังงาน ที่ ดร.เวก้าพังค์ สร้างเลียนแบบ
วิทธยาการอาวุธและยุทโธปกรณ์ ที่บรรพบุรุษใช้ทำสงครามในอดีตจาก พระอาทิตย์ต้องห้าม จะรุนแรงขนาดไหนกันนะ?...
---
โลกในอดีตเคยมีวิทธยาการระดับสูง หุ่นยนต์,ยานอวกาศ,อาหาร,ยารักษาโรค จาก วิทธยาการที่ถูกสร้างขึ้น เพราะมีพระอาทิตย์ต้องห้ามเป็นแร่พลังงาน
แผ่นดินไหวที่เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซในอดีต เป็น ผลที่ตามมาจาก สงครามทางเทคโนโลยีระดับสูง
ผู้คนจำนวณมากล้มตาย อาณาจักรที่เคยเจริญทางวิทยาการต่างล่มสลาย
เศษซากของ เทคโนโลยี ที่กระจัดกระจาย คืออดีตที่ถูกฝัง
บางส่วนได้หนีอพยพขึ้น ยอดภูเขาสูง และกลายมาเป็น บรรพบุรุษของประชากรในโลกวันพีซในปัจจุบัน
สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายจากภูมิศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง ได้ทำให้ประชากรมนุษย์บางกลุ่มต้อง วิวัฒนาการ เพื่อเอาตัวรอด เกิดเป็นเผ่าพันธ์ที่หลากหลาย
ตลอด 3,000 ปี ที่ผ่านมา ผู้คนต่างต้องทนทุกข์ทรมาณจาก สงครามแห่งความละโมบของบรรพบุรุษ
เมื่อ 800 ปีก่อนความหวัง ได้เกิดขึ้นจากผู้คนบางกลุ่ม พวกเขาถูกขนานนามในเวลาต่อมาในหลากหลายชื่อ
ตระกูลจันทร์เสี้ยว,ตระกูลจันทร์ครึ่ง,ผู้คนแห่ง ดี
[ทฤษฎีต้น-จบ]โลกวันพีซเมื่อ 3,000ปีก่อน - สงครามเทคโนโลยีระดับสูง(Unified theory)
ผู้เขียน::จึ๊ยโป๋วว
---
[เกริ่น]
The First Era เป็นปฐมบทแรกเริ่มของ Onepiece Ending Theory(ทฤษฎีตอนจบของวันพีซ) เป็นการนำเบาะแสทั้งหมดของวันพีซมาประกอบรวมกันเป็นภาพเดียว ที่จะบอกเล่าเรื่องราววันพีซตั้งแต่ต้น - ตอนจบที่ลูฟี่ได้กลายเป็นราชาโจรสลัด
โดยเรื่องราวภายใน The First Era เกิดขึ้นจากการประกอบภาพรวมของ คัมภีร์ฮาเลย์ และเบาะแสอื่นๆ ออกมาเป็นเรื่องราวของโลกวันพีซ เมื่อ 3,000ปีก่อน ที่เป็นต้นกำเนิดของเหตุการณ์ทุกๆอย่างในวันพีซโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Second Era(โลกยุคที่2) - 100ปีแห่งความว่างเปล่า
---
[ความหมาย]
First Era - โลกวันพีซยุคแรกเริ่ม เมื่อ 3,000ปีก่อน
The Forbidden Sun(พระอาทิตย์ต้องห้าม) - แร่ธาตุพลังงานสมมติของวันพีซ อันเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีชั้นสูง ใน First Era
The Great Tech War - สงครามเทคโนโลยีชั้นสูงที่เกิดขึ้นจากความละโมบอยากครอบครอง Forbidden Sun ของ EarthPeople ใน First Era
Apocalyps Events - เหตุการณ์วันสิ้นโลกอันเป็นผลข้างเคียงจาก HighTech-War เกิดแผ่นดินไหวขนาดยักษ์จมหาทวีปดั้งเดิมลงสู่ใต้ก้นทะเล เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้ ภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล
Pre-Apocalyptic เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นโลก ที่เคยมีสภาพภูมิศาสตร์ปกติเหมือนกับโลกของเรา มีมหาทวีป ท้องทะเลยังรวมเป็นหนึ่ง(ออลบลู) ไม่มีกำแพงเรดไลน์
Post-Apocalyptic เหตุการณ์หลังวันสิ้นโลก ภูมิศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลง มหาทวีปจมลงสู่ใต้ก้นทะเล เหลือเพียงยอดภูเขาอันเป็นเกาะที่ Onepiece People ใช้อยู่อาศัยในปัจจุบัน
เกิดกำแพงเรดไลน์ ท้องทะเลถูกแบ่งแยกออกเป็น 4 ส่วน
Earth People มนุษยชาติในอดีตเมื่อ 3,000 ปีก่อนการล่มสลายจากสงครามเทคโนโลยี
Moon People ลูกหลานของ EarthPeople ที่อพยพหลบหนีจากวันสิ้นโลกขึ้นมาสร้างอาณาจักรอยู่บนดวงจันทร์
Onepiece People ลูกหลานของ EarthPeople ที่ยังเหลือรอดหลังการล่มสลายบนโลก กระจายตัวอยู่อาศัยบนเกาะต่างๆ บ้างก็วิวัฒนาการแบ่งสายออกเป็นหลายเผ่าพันธ์
---
[First Era — โลกยุคแรกของวันพีซ]
First Era คือยุคอารยธรรมดั้งเดิมของโลกในจักรวาล One Piece
ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน ก่อนที่โลกจะเกิดเหตุการณ์ล่มสลายครั้งใหญ่
โลกวันพีซในยุคนี้ มีสภาพภูมิศาสตร์คล้ายกับ โลกของเราในปัจจุบัน
มีมหาทวีปขนาดใหญ่ และท้องทะเลยังรวมเป็นหนึ่งเดียว(ออลบลู)
อารยธรรมของมนุษย์ในยุคนี้มี เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งก้าวหน้ากว่าโลกวันพีซในปัจจุบันอย่างมาก
โดยมีแหล่งพลังงานสำคัญที่เรียกว่า
The Forbidden Sun (พระอาทิตย์ต้องห้าม)
แร่ธาตุพลังงาน ที่เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีขั้นสูงและอาวุธทรงพลังในยุคนั้น(เฉกเช่นเดียวกับ น้ำมัน หรือ ยูเรเนียม แต่ให้พลังงานสูงกว่ามาก)
อย่างไรก็ตาม ความเจริญทางเทคโนโลยีกลับนำไปสู่ สงครามแห่งความละโมบ
เมื่อผู้คนพยายามแย่งชิง The Forbidden Sun เพื่อครอบครองอำนาจเหนือโลก
สงครามเทคโนโลยีครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น และนำไปสู่เหตุการณ์ Apocalyptic Event
ซึ่งส่งผลให้เกิด แผ่นดินไหวขนาดมหาศาลทั่วโลก
ภัยพิบัติครั้งนั้นได้
จมมหาทวีปดั้งเดิมลงสู่ใต้มหาสมุทร
เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกอย่างถาวร
ก่อกำเนิด กำแพงเรดไลน์ (Red Line) ซึ่งเป็นกำแพงภูเขายักษ์ที่พาดรอบโลก
สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง
หลังจากเหตุการณ์ล่มสลายนี้ โลกได้เข้าสู่สภาพ Post-Apocalyptic
หมู่เกาะต่าง ๆ ในโลกวันพีซปัจจุบัน เป็นเพียง ยอดภูเขาของมหาทวีปดั้งเดิมที่ยังโผล่พ้นน้ำ
ผู้รอดชีวิตจากอารยธรรมเดิม(Earth People) ได้กระจายตัวไปตามเกาะต่างๆ บ้างก็วิวัฒนาการจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันเกิดเป็นเผ่าพันธ์ต่างๆ
กลายเป็นบรรพบุรุษของผู้คนในโลกวันพีซปัจจุบัน Onepiece People
ในขณะเดียวกัน EarthPeople อีกส่วนได้อพยพออกจากโลก และสร้างอาณาจักรใหม่ขึ้นบนดวงจันทร์ที่มีชื่อว่า อาณาจักรเบอร์ก้า โดยลูกหลานในรุ่นต่อๆมาจะถูกเรียกขานว่า Moon People
การล่มสลายของ First Era จึงกลายเป็น จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์โลกใหม่
และนำไปสู่เหตุการณ์ในยุคต่อมา
Second Era — 100 ปีแห่งความว่างเปล่า(Void Century)
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความจริงของอดีตถูกลบออกจากประวัติศาสตร์โลก
กล่าวโดยสรุปคือ วันพีซที่เราได้อ่านกันในปัจจุบัน ก็คือ โลกของเราในอนาคตที่ล่มสลายและเปลี่ยนแปลงไปจากมหาสงครามเทคโนโลยีแห่งความละโมภของผู้คน
The First Era นั้น อ.โอดะ ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากมหานครทองคำแอตแลนติส ที่เจริญรุ่งเรืองและล่มสลายจากภัยพิบัติเพราะความละโมบของผู้คนที่ทำให่เทพเจ้าพิโรธ
---
ชั้นการตีความ
เมื่ออ้างอิงจาก คัมภีร์ฮาเลย์ ที่ห้องสมุดนกฮูกบนเกาะเอลบัฟ
โดยเนื้อหาในคัมภีร์จะมีอยู่ด้วยกัน 3บท ซึ่งในแต่ละบทจะถูกกำกับไว้ด้วยคำว่า "โลก" อันได้แก่ โลกที่หนึ่ง โลกที่สอง โลกที่สาม
จากคำพูดของ เซาโล ได้ชี้ให้เห็นว่า เนื้อหาภายในหนังสืออาจเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกวันพีซ
นั่นหมายความว่าในแต่ละบทของ คัมภีร์ฮาเลย์ คือเนื้อหาที่เป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวยุคสมัยต่างๆที่มีเหตุการณ์สำคัญถึง 3 ยุคสมัยด้วย
ซึ่งจากการพิจารณาและตีความเนื้อหาในแต่ละบททำให้ได้ข้อสรุปออกมาเป็น
โลกที่3 = การผจญภัยของกลุ่มหมวกฟาง
โลกที่2 = 100ปีแห่งความว่างเปล่า
โลกที่1 = ยุคสมัยปริศนาที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดภายในโลกของวันพีซ
ในมุมมองของผมนั้น เนื้อหาทั้ง 3บท ของคัมภีร์ฮาเลย์นี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมากกับเรื่องราวและปริศนาทั้งหมดของ วันพีซ อันจะนำสู่ข้อสรุปสำคัญถึงที่มาและตอนจบของเรื่องราวที่ อ.โอดะ ได้วางเอาไว้
โดยภายในบทความนี้จะเป็นการตีความ บทที่1 ของคัมภีร์ฮาเลย์ โดยแสดงวิธีการคิดและมุมมองจากความสามารถส่วนตัวของผมเอง
---
[เนื้อหาของโลกที่ 1]
บนผืนแผ่นดินมีเพลิงลุกโชน ผู้คนพ่ายแพ้ต่อความละโมบเอื้อมมือสัมผัสกับ "พระอาทิตย์ต้องห้าม"
เหล่าทาสร่ำร้องวิงวอน "เทพพระอาทิตย์" ปรากฎกาย
เทพแห่งผืนแผ่นดินพิโรธ ร่วมมือกับอสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ
ด้วยความตายและความมืดพวกเขาไม่อาจได้พบกันอีก
---
ภายในบทความของโลกที่ 1 นั้นจะมีคำสำคัญอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4คำ ได้แก่
•พระอาทิตย์ต้องห้าม
•เทพพระอาทิตย์
•เทพผืนแผ่นดิน
•อสรพิษเพลิงนรก
---
โดยจะขอเริ่มที่คำว่า "อสรพิษเพลิงนรก" ที่อยู่ในประโยค "อสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ" โดย
อสรพิษ = งู
เพลิงนรก = สีแดง
เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่มีลักษณะ "งูสีแดงที่กลืนโลกทั้งใบ" ในวันพีซก็ย่อมจะหนีไม่พ้น "เรดไลน์"
ดังนั้นในประโยค อสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ
เป็นการเปรียบเปรยถึง "มหากำแพงยักษ์สีแดง(เรดไลน์)ที่พาดล้อมรอบโลกวันพีซ"
คล้ายคลึงกับการที่ งูแดงกลืนที่กลืนกินโลกทั้งใบ
คำต่อมาคือ "เทพพสุธาพิโรธ"
หากพิจารณากำแพงเรดไลน์ให้ดีๆ แท้จริงมันก็คือ "ภูเขา"
ในหลักธรณีวิทยา ภูเขา ก็คือแผ่นเปลือกโลกที่เกิดการเคลื่อนที่ซ้อนทับกัน
ซึ่งการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกจะก่อให้เกิด "แผ่นดินไหว" ที่เปรียบเปรยว่า เป็นดัง เทพพสุธาพิโรธ(พสุธา=แผ่นดิน,พิโรธ=โกรธ)
เมื่อพิจารณารูปประโยคร่วมกัน
"เทพแห่งผืนแผ่นดินพิโรธร่วมมือกับอสรพิษเพลิงนรกกลืนกินโลกทั้งใบ"
จะได้ข้อสรุปว่า
"ในโลกที่หนึ่งได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นจนก่อให้กำแพงเรดไลน์"
ซึ่งหากพิจารณาถึงขนาดของกำแพงเรดไลน์ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ต้องรุนแรงไม่ต่างจากวันสิ้นโลกเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ภายในเนื้อเรื่องได้มีการบอกเล่าอยู่บ่อยครั้งว่า "โลกวันพีซในอดีตเคยมีแผ่นดินใหญ่" และ ทะเลออลบลู(ทะเลรวมหนึ่งเดียว)
อาจสัณนิษฐานได้ว่า
ภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซเดิมที เคยเป็นโลกที่มีทวีปใหญ่ และ ทะเลยังรวมเป็นหนึ่ง
ทว่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในครั้งนี้ ได้จมมหาทวีปลงสู่ใต้ก้นมหาสมุทร และ ก่อให้เกิดกำแพงยักษ์เรดไลน์ ที่แบ่งแยกทะเลออลบลูของโลกวันพีซ ออกเป็น ท้องทะเลทั้ง 4 ในปัจจุบัน จนกลายเป็นเพียงตำนานของความฝันซันจิ
ในระหว่างการเดินทางไปเกาะเงือกใต้ทะเล กลุ่มหมวกฟางได้พบกับ น้ำตกใต้ทะเล นั่นหมายความว่า ทะเลอาจมีอยู่ 2ชั้น
ชั้นล่างคือทะเลในโลกดั้งเดิม ส่วนชั้นบนคือทะเลใหม่ที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว
มหาทวีปที่ได้จมลงสู่ใต้ท้องทะเลอาจเป็นพื้นที่สุนิชากำลังเดินอยู่
ส่วนหมู่เกาะต่างๆในโลกวันพีซในปัจจุบัน ก็อาจเป็น เพียงแค่ยอดภูเขาสูงของมหาทวีปดั้งเดิม
ประชากรของโลกวันพีซในปัจจุบัน อาจเป็นลูกหลานของผู้คนในทวีปเก่า ที่อพยพขึ้นที่สูงก่อนน้ำท่วมโลกจากแผ่นดินไหว
นั่นจึงตอบคำถามได้ดีมากว่า ทำไมมนุษย์ถึงสามารถกระจายตัวอยู่ในแต่ละเกาะได้ ทั้งๆที่ โลกถูกตัดขาดออกจากกัน
(ประโยคเดียวก็ ให้ข้อมูลเยอะขนาดนี้แหละครับ ผมถึงได้บอกว่ามันสำคัญมาก😤)
---
คำถามสำคัญ?
"แผ่นดินไหว" ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดจาก ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ เหตุการณ์บางอย่าง?
---
คำต่อมา "พระอาทิตย์ต้องห้าม"
หากสังเกตุให้ดีๆ พระอาทิตย์ต้องห้าม กับ เทพพระอาทิตย์นิกะ คือคนละคำกัน ที่ อ.โอดะ จงใจเขียนแยกให้เห็นในบทเดียวกัน
"พระอาทิตย์ต้องห้าม จึงไม่ใช่ เทพนิกะ"
คำว่า พระอาทิตย์ นั้น สามารถนำมาตีความได้หลากหลาย ดังนั้นเราจึงต้องดูบริบทอื่นๆประกอบร่วม
ซึ่ง "บริบทร่วม" ที่เตะตาผมเป็นอย่างมากก็คือ "เทคโนโลยีและวิทยาการโบราณ"
ภายใน "โลกยุคกลางแห่งการเดินเรือ" ของมังงะวันพีซ มักปรากฎเศษซากเทคโนโลยีอยู่มากมาย อาธิ 3อาวุธโบราณ, เมืองเทคใต้ทะเลหรือเกาะเอลบัฟที่มีอายุกว่า3,000ปี ,อาณาจักรร้างเบอร์ก้าที่ดวงจันทร์ หรือ ในภาพฝาผนังเอลบัฟก็มีปรากฎเมืองจักรกลอยู่ในมุมขวาล่าง
คำถามสำคัญ?
"หากในอดีตเคยมีเทคโนโลยีระดับสูง แล้ว อะไรคือแหล่งพลังงานของมัน?"
"แหล่งพลังงาน" คือหัวใจสำคัญของการเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี ยิ่งมีแหล่งพลังงานมากเท่าไหร่ วิทยาการก็จะยิ่งมีระดับสูงมากขึ้นเท่านั้น
"ผู้ใดสามารถควบคุมแหล่งพลังงานได้ ผู้นั้นก็สามารถปกครองโลกได้อย่างไม่ยากเย็น"
ด้วยเหตุนี้เอง แหล่งพลังงาน จึงมักเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดสงครามอยู่บ่อยครั้ง
ในสื่อบรรเทิงหลายแขนงมักมีการนำเสนอ พล็อตเรื่องของ ความละโมบและแหล่งพลังงาน โดยจำเพาะสื่อบรรเทิงในช่วงยุค 90's ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อ.โอดะ เติบโต
สื่อบรรเทิงในยุคนั้น จึงได้หล่อหลอมแนวคิดและมุมมองเกิดเป็น พล็อตมังงะเรื่องนึงที่ว่าด้วย
"การผจญภัยบนโลกหลังการล่มสลายจากสงครามเทคโนโลยีของโจรสลัดที่ออกตามหาวันพีซ"
ในสื่อบรรเทิงและวรรณกรรม พระอาทิตย์และไฟ มักถูกใช้เพื่อเปรียบเปรยถึง แหล่ง พลังงาน
เมื่อพิจารณาจากบริบทร่วมที่กล่าวมา
ดังนั้นในประโยคที่ว่า
"ผู้คนพ่ายแพ้ต่อความละโมบ เอื้อมมือสัมผัสพระอาทิตย์ต้องห้าม"
จึงหมายความว่า
"ผู้คนได้ก่อสงครามแห่งความละโมบ เพื่อแย่งชิงแร่พลังงานที่ชื่อ พระอาทิตย์ต้องห้าม"
---
หากพิจารณาถึงพลานุภาพของ 3อาวุธโบราณยูเรนัส ที่สามารถลบเกาะให้หายไปได้จากแค่ แหล่งพลังงาน ที่ ดร.เวก้าพังค์ สร้างเลียนแบบ
วิทธยาการอาวุธและยุทโธปกรณ์ ที่บรรพบุรุษใช้ทำสงครามในอดีตจาก พระอาทิตย์ต้องห้าม จะรุนแรงขนาดไหนกันนะ?...
---
โลกในอดีตเคยมีวิทธยาการระดับสูง หุ่นยนต์,ยานอวกาศ,อาหาร,ยารักษาโรค จาก วิทธยาการที่ถูกสร้างขึ้น เพราะมีพระอาทิตย์ต้องห้ามเป็นแร่พลังงาน
แผ่นดินไหวที่เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกวันพีซในอดีต เป็น ผลที่ตามมาจาก สงครามทางเทคโนโลยีระดับสูง
ผู้คนจำนวณมากล้มตาย อาณาจักรที่เคยเจริญทางวิทยาการต่างล่มสลาย
เศษซากของ เทคโนโลยี ที่กระจัดกระจาย คืออดีตที่ถูกฝัง
บางส่วนได้หนีอพยพขึ้น ยอดภูเขาสูง และกลายมาเป็น บรรพบุรุษของประชากรในโลกวันพีซในปัจจุบัน
สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายจากภูมิศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง ได้ทำให้ประชากรมนุษย์บางกลุ่มต้อง วิวัฒนาการ เพื่อเอาตัวรอด เกิดเป็นเผ่าพันธ์ที่หลากหลาย
ตลอด 3,000 ปี ที่ผ่านมา ผู้คนต่างต้องทนทุกข์ทรมาณจาก สงครามแห่งความละโมบของบรรพบุรุษ
เมื่อ 800 ปีก่อนความหวัง ได้เกิดขึ้นจากผู้คนบางกลุ่ม พวกเขาถูกขนานนามในเวลาต่อมาในหลากหลายชื่อ
ตระกูลจันทร์เสี้ยว,ตระกูลจันทร์ครึ่ง,ผู้คนแห่ง ดี