ขอมาแชร์ประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครองนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกอยู่ช่วง ม.4–ม.5 แล้วตั้งเป้าเข้าคณะแพทยศาสตร์เหมือนกัน
ช่วงปีที่แล้ว ลูกเราอยู่ ม.4 แล้วเริ่มจริงจังกับการเตรียมตัวเข้าคณะแพทย์ โดยเฉพาะ รอบ Portfolio เพราะหลายมหาวิทยาลัยเริ่มดู คะแนนภาษาอังกฤษค่อนข้างสูง อย่าง IELTS ประมาณ 7.5–8.0 บวกกับ portfolio และ interview ที่ต้องทำได้ดีด้วย
ตอนแรกเราคิดง่ายมากค่ะ
แค่ให้ลูกไปเรียน IELTS เพิ่ม เดี๋ยวคะแนนก็น่าจะขึ้น
แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเลย
ปัญหาที่เจอจริง ๆ ระหว่างทาง
1. ลูกพื้นฐานภาษาอังกฤษดี แต่สอบ IELTS แล้วคะแนนยังไม่ถึง
ลูกเราเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่เด็ก พูดอ่านเขียนได้หมด
แต่พอไปสอบ IELTS จริง คะแนนก็ยังอยู่ประมาณ 6.5–7.0 เท่านั้น
ซึ่งถ้าจะยื่นรอบ Portfolio หลายที่ คะแนนระดับนี้ยังถือว่า แข่งขันยากมาก
ตอนนั้นลูกเริ่มไม่มั่นใจเหมือนกันค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองก็เรียนมาเยอะแล้ว
2. เคยเรียน IELTS หลายที่ แต่คะแนนไม่ขยับ
ก่อนหน้านี้ลูกเคยเรียน IELTS มาแล้วหลายแบบ เช่น
คลาสใหญ่ในสถาบัน
คอร์สวิดีโอออนไลน์
ตะลุยข้อสอบ
ตอนแรกเราคิดว่าเรียนเยอะ ๆ เดี๋ยวคะแนนก็ขึ้น
แต่พอมานั่งวิเคราะห์จริง ๆ ถึงรู้ว่า
ไม่มีใครช่วยดูจุดอ่อนของลูกจริง ๆ เลย
เช่น
Writing ยังเรียบเรียงไม่ค่อยเป็น structure แบบที่ examiners ต้องการ
Speaking ตอบได้ แต่ยังไม่มี strategy ให้คะแนนพุ่ง
บางอย่างแก้ไม่ตรงจุด เลยวนอยู่ที่คะแนนเดิม
เรียนไปนานมาก แต่ผลลัพธ์แทบไม่เปลี่ยน
3. ไม่มีใครช่วยดูภาพรวมของการเตรียมตัว
อีกเรื่องที่ผู้ปกครองหลายคนอาจเจอเหมือนกันคือ
การเตรียมเข้าคณะแพทย์ ไม่ได้มีแค่ IELTS
ยังมีเรื่อง
การวางแผนสอบ IELTS ให้ทันรอบยื่น
การทำ Portfolio ให้เหมาะกับสายแพทย์
การเตรียม Interview
ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าไม่มีคนช่วยดูภาพรวม
บางทีเด็กก็จะทำแบบ ลองผิดลองถูก
และเวลาในช่วง ม.4–ม.5 มันผ่านไปเร็วมากจริง ๆ
Pain Point ที่ผู้ปกครองหลายคนพูดเหมือนกัน
หลังจากคุยกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน
เราพบว่าหลายบ้านมีปัญหาคล้ายกันมาก
คือเด็กไม่ได้ต้องการแค่
“ติว IELTS”
แต่ต้องการ mentor ที่เข้าใจเส้นทางแพทย์จริง ๆ
เช่น
ควรพัฒนาตัวเองด้านไหนเพิ่ม
ควรทำผลงานแบบไหนใน portfolio
เวลาสัมภาษณ์ควรเล่า story ของตัวเองยังไง
เพราะรอบ Portfolio จริง ๆ แล้ว
การสื่อสารตัวตนของเด็กสำคัญมาก
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้
สุดท้ายเราถึงเข้าใจว่า
การเตรียมตัวสำหรับคณะแพทย์ โดยเฉพาะรอบ Portfolio
ถ้าเริ่มตั้งแต่ ม.4–ม.5 แล้วมีคนช่วยวางแผนแบบ รายบุคคล
มันจะต่างจากการเรียนคอร์สทั่วไปมาก
เพราะเด็กจะรู้ว่าต้องดัน IELTS ไปถึงระดับไหนต้องสอบช่วงเวลาไหน
ต้องสร้าง portfolio แบบไหนให้ตรงกับสายแพทย์และต้องเตรียม interview ยังไง
ทำให้การเตรียมตัว มีทิศทางชัดเจนขึ้นเยอะเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์นี้ค่ะ
เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนกำลังอยู่ในจุดเดียวกันบางครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกไม่เก่งพอ
แต่อยู่ที่ ยังไม่มีคนช่วยดูเส้นทางให้ชัดเจนเท่านั้นเองถ้ามีบ้านไหนกำลังเตรียมเส้นทางนี้อยู่เหมือนกัน
มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ 😊
[SR] เตรียมตัวเข้าคณะแพทย์ โดยเฉพาะ รอบ Portfolio
ช่วงปีที่แล้ว ลูกเราอยู่ ม.4 แล้วเริ่มจริงจังกับการเตรียมตัวเข้าคณะแพทย์ โดยเฉพาะ รอบ Portfolio เพราะหลายมหาวิทยาลัยเริ่มดู คะแนนภาษาอังกฤษค่อนข้างสูง อย่าง IELTS ประมาณ 7.5–8.0 บวกกับ portfolio และ interview ที่ต้องทำได้ดีด้วย
ตอนแรกเราคิดง่ายมากค่ะ
แค่ให้ลูกไปเรียน IELTS เพิ่ม เดี๋ยวคะแนนก็น่าจะขึ้น
แต่พอเอาเข้าจริง มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเลย
ปัญหาที่เจอจริง ๆ ระหว่างทาง
1. ลูกพื้นฐานภาษาอังกฤษดี แต่สอบ IELTS แล้วคะแนนยังไม่ถึง
ลูกเราเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่เด็ก พูดอ่านเขียนได้หมด
แต่พอไปสอบ IELTS จริง คะแนนก็ยังอยู่ประมาณ 6.5–7.0 เท่านั้น
ซึ่งถ้าจะยื่นรอบ Portfolio หลายที่ คะแนนระดับนี้ยังถือว่า แข่งขันยากมาก
ตอนนั้นลูกเริ่มไม่มั่นใจเหมือนกันค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองก็เรียนมาเยอะแล้ว
2. เคยเรียน IELTS หลายที่ แต่คะแนนไม่ขยับ
ก่อนหน้านี้ลูกเคยเรียน IELTS มาแล้วหลายแบบ เช่น
คลาสใหญ่ในสถาบัน
คอร์สวิดีโอออนไลน์
ตะลุยข้อสอบ
ตอนแรกเราคิดว่าเรียนเยอะ ๆ เดี๋ยวคะแนนก็ขึ้น
แต่พอมานั่งวิเคราะห์จริง ๆ ถึงรู้ว่า
ไม่มีใครช่วยดูจุดอ่อนของลูกจริง ๆ เลย
เช่น
Writing ยังเรียบเรียงไม่ค่อยเป็น structure แบบที่ examiners ต้องการ
Speaking ตอบได้ แต่ยังไม่มี strategy ให้คะแนนพุ่ง
บางอย่างแก้ไม่ตรงจุด เลยวนอยู่ที่คะแนนเดิม
เรียนไปนานมาก แต่ผลลัพธ์แทบไม่เปลี่ยน
3. ไม่มีใครช่วยดูภาพรวมของการเตรียมตัว
อีกเรื่องที่ผู้ปกครองหลายคนอาจเจอเหมือนกันคือ
การเตรียมเข้าคณะแพทย์ ไม่ได้มีแค่ IELTS
ยังมีเรื่อง
การวางแผนสอบ IELTS ให้ทันรอบยื่น
การทำ Portfolio ให้เหมาะกับสายแพทย์
การเตรียม Interview
ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าไม่มีคนช่วยดูภาพรวม
บางทีเด็กก็จะทำแบบ ลองผิดลองถูก
และเวลาในช่วง ม.4–ม.5 มันผ่านไปเร็วมากจริง ๆ
Pain Point ที่ผู้ปกครองหลายคนพูดเหมือนกัน
หลังจากคุยกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน
เราพบว่าหลายบ้านมีปัญหาคล้ายกันมาก
คือเด็กไม่ได้ต้องการแค่
“ติว IELTS”
แต่ต้องการ mentor ที่เข้าใจเส้นทางแพทย์จริง ๆ
เช่น
ควรพัฒนาตัวเองด้านไหนเพิ่ม
ควรทำผลงานแบบไหนใน portfolio
เวลาสัมภาษณ์ควรเล่า story ของตัวเองยังไง
เพราะรอบ Portfolio จริง ๆ แล้ว
การสื่อสารตัวตนของเด็กสำคัญมาก
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้
สุดท้ายเราถึงเข้าใจว่า
การเตรียมตัวสำหรับคณะแพทย์ โดยเฉพาะรอบ Portfolio
ถ้าเริ่มตั้งแต่ ม.4–ม.5 แล้วมีคนช่วยวางแผนแบบ รายบุคคล
มันจะต่างจากการเรียนคอร์สทั่วไปมาก
เพราะเด็กจะรู้ว่าต้องดัน IELTS ไปถึงระดับไหนต้องสอบช่วงเวลาไหน
ต้องสร้าง portfolio แบบไหนให้ตรงกับสายแพทย์และต้องเตรียม interview ยังไง
ทำให้การเตรียมตัว มีทิศทางชัดเจนขึ้นเยอะเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์นี้ค่ะ
เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนกำลังอยู่ในจุดเดียวกันบางครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกไม่เก่งพอ
แต่อยู่ที่ ยังไม่มีคนช่วยดูเส้นทางให้ชัดเจนเท่านั้นเองถ้ามีบ้านไหนกำลังเตรียมเส้นทางนี้อยู่เหมือนกัน
มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ 😊
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้