ถ้าไม่มีโปรเจคนี้ 🥬🥦🥒ผักผลไม้ที่ปนเปื้อนสารพิษจากจีน จะทะลักเข้ามาไทยอีกเท่ไหร่?

“ปฏิบัติการนำร่อง Birder-Reject วุฒิสภา-อย.-ด่านเชียงของ” สกัดผักผลไม้พิษได้ 47 ตู้
จากการสุ่มตรวจ 158 ตู้ ณ ด่านเชียงของ เชียงราย ส่งกลับประเทศต้นทาง” #เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) เปิดเผย
.
“#ด่านอาหารและยาเชียงของ ได้สุ่มตรวจตัวอย่าง #ผักและผลไม้นำเข้า จำนวน 210 ตัวอย่างจาก 158 ตู้ ผลการทดสอบ #พบว่ามีสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ถึง 54 ตัวอย่าง (47 ตู้) โดยกลุ่มผลไม้ที่พบปัญหามากที่สุดคือ #ส้ม #ส้มแมนดาริน และ #องุ่น
.
เมื่อปรากฏผลวิเคราะห์ที่ชัดเจน ด่านอาหารและยาจึงได้ดำเนินการตามแนวทางใหม่ทันที ด้วยการแจ้งข้อบกพร่องให้ด่านศุลกากรทราบ สินค้าอันตรายทั้ง 54 ล็อตจึงถูกสกัดกั้นและผลักดันออกเพื่อกลับประเทศต้นทางหรือไปประเทศที่สามได้สำเร็จตั้งแต่หน้าด่าน”
.
#Thai-PAN เปิดเผยเมื่อ (11 มี.ค. 2569) ถึงผลการทดลองปฏิบัติการนำร่อง "Border Rejection" สกัดผักผลไม้พิษ (18-22 มกราคม 2569) ภายใต้ความร่วมมือของ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา - อย.-ด่านเชียงของ
.
“#ความสำเร็จในการสกัดกั้นสินค้าเกษตรไม่ได้มาตรฐาน ครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 จากการที่ #คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค #วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการปฏิบัติการ ณ ด่านเชียงของ #จังหวัดเชียงราย
.
นำมาสู่ #วงหารือ ครั้งสำคัญเพื่อต่อยอดแนวทาง "One Daan, One Lab, One Day" หรือการ Hold-Test-Release โดยมีหน่วยงานหลักเข้าร่วม ได้แก่ กองด่านอาหารและยา ด่านกักพืช กรมศุลกากร และตัวแทนผู้ประกอบการนำเข้า จนนำไปสู่ข้อสรุปในการใช้ #มาตรการปฏิเสธการนำเข้า (Border Rejection)" ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคขั้นสูงสุด และช่วยลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากสินค้าที่ตกมาตรฐานจะถูกปฏิเสธและผลักดันกลับตั้งแต่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในประเทศ” เครือข่ายฯ กล่าวถึงที่มาปฏิบัติการนำร่อง
.
“#สิ่งที่น่ากังวลสูงสุด คือ การตรวจพบสารเคมีอันตรายอย่าง #คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) สูงถึง 49 ตัวอย่าง ทั้งนี้ คลอร์ไพริฟอส เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่มี #ฤทธิ์ทำลายระบบประสาท เป็น #อันตรายอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาของเด็กทารกและเด็กเล็ก ด้วยความเสี่ยงระดับสูงนี้ ประเทศไทยจึงได้ประกาศแบนและกำหนดให้เป็นสารที่ “#ห้ามพบ" ตกค้างในอาหารโดยเด็ดขาด
.
ในมุมมองของภาคประชาชน ตัวแทนจากเ Thai-PAN และ #สภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งได้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จและเห็นพ้องว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินมาตรการ Border Rejection นี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นปราการด่านหน้า
.
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปอย่างรัดกุม ภาคประชาชนมองว่าในระหว่างนี้ ประเทศไทยควรเร่งพัฒนา #ระบบแจ้งเตือนภัยเร่งด่วน (Rapid Alert System) เพื่อเป็นกลไกในการทวนสอบย้อนกลับ (Traceability) และจัดการกับอาหารที่พบว่าไม่ปลอดภัยหลังจากที่เล็ดลอดผ่านด่านเข้ามาในประเทศแล้ว
.
ด้วยเหตุนี้ ทาง Thai-PAN และสภาองค์กรของผู้บริโภค จึงได้ริเริ่มพัฒนาระบบ Thai-RASFS (Thai Rapid Alert System for Food Safety) ขึ้น ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลและเครือข่ายเตือนภัยความปลอดภัยทางอาหารที่ออกแบบมาเพื่อรายงานและจัดการความเสี่ยงอย่างทันท่วงที โดยเครือข่ายภาคประชาชนเตรียมประสานความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและส่งต่อข้อมูลอย่างเร่งด่วนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป” เครือข่ายฯ ระบุ

Greenbrief
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่