"Saving Private Ryan" - สงครามที่แม่มโคตรจริง! เกินกว่าที่ตาจะรับไหว แต่ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!


: "Saving Private Ryan" - สงครามที่แม่มโคตรจริง! เกินกว่าที่ตาจะรับไหว แต่ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!

สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังที่ดูแล้วอึ้ง ทึ่ง เสียว จนน้ำตาคลอมาเล่าให้ฟังครับ หนังเรื่องนั้นก็คือ "Saving Private Ryan" ผลงานชิ้นโบว์แดงของท่านผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ฉายในปี 1998 นี่เองครับ ใครที่ชอบหนังสงครามแบบสมจริง ไม่ใช่แบบพระเอกเท่ระเบิด ยิงไม่โดนสักนัด เรื่องนี้คือคำตอบครับ แต่ต้องบอกก่อนว่ามัน "โหด" จริงๆ นะครับ

ฉากเปิดเรื่องนี่แหละครับคือตำนาน "หาดโอมาฮา" (Omaha Beach) ใครที่ดูแล้วไม่รู้สึกอะไรนี่ผมว่าใจแข็งมากครับ สปีลเบิร์กพาเราไปติดอยู่ในสมรภูมิแบบเต็มๆ ทุกอณูครับ เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงกรีดร้องของทหารที่บาดเจ็บ หรือแม้แต่ภาพทหารที่โดนยิงจนแขนขาขาด กระเด็นไปต่อหน้าต่อตา มันคือภาพที่ชวนสะอิดสะเอียน แต่ก็เป็นภาพที่สะท้อนความโหดร้ายของสงครามได้ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลยครับ ผมนั่งดูไปนี่แทบจะกุมขมับ หายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในนั้นจริงๆ มันไม่ใช่แค่หนัง แต่มันคือประสบการณ์ที่ถาโถมเข้ามาครับ

เรื่องราวเริ่มต้นหลังจากวัน D-Day ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีครับ ท่ามกลางความสูญเสียอันมหาศาล รัฐบาลอเมริกันได้รับข่าวว่าครอบครัวไรอัน (Ryan) ที่มีลูกชาย 3 คน เสียชีวิตในสนามรบไปแล้วถึง 2 คน โดยเหลือเพียง เจมส์ ฟรานซิส ไรอัน (James Francis Ryan) คนเดียวที่ยังรบอยู่ในแนวหน้า การตัดสินใจของกองบัญชาการคือส่งหน่วยทหารเล็กๆ นำโดย กัปตัน จอห์น มิลเลอร์ (Captain John Miller) รับบทโดย ทอม แฮงค์ส ไปตามหาตัว เจมส์ ไรอัน เพื่อส่งตัวเขากลับบ้าน ให้เป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวครับ

ฟังดูเหมือนภารกิจง่ายๆ ใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วมันไม่ง่ายเลยครับ ระหว่างทาง กัปตันมิลเลอร์และลูกทีมต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของสงครามที่ไม่เคยปรานีใคร ทุกย่างก้าวคืออันตราย ทุกการตัดสินใจอาจหมายถึงความเป็นความตายของใครสักคนครับ เราจะได้เห็นการถกเถียงกันในหมู่ทหารว่า การส่งคนไปเสี่ยงชีวิตเพื่อตามหาทหารคนเดียวเนี่ย มันคุ้มค่าจริงๆ หรือเปล่า? ทหารคนหนึ่งมีค่ามากกว่าอีกคนหนึ่งมากขนาดไหน? คำถามเหล่านี้มันชวนให้คิดตามจริงๆ ครับ

ทอม แฮงค์ส นี่แกแสดงได้สุดยอดจริงๆ ครับ ในบทกัปตันมิลเลอร์ เขาไม่ใช่ฮีโร่ที่ยิงปืนเก่งกาจ หรือพูดปลุกใจเก่งกาจ แต่เขาคือทหารคนหนึ่งที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าครับ เราจะเห็นความเหนื่อยล้า ความสิ้นหวัง แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อนร่วมรบไปวันๆ แต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดครับ การแสดงของเขาทำให้เรารู้สึกผูกพันและเอาใจช่วยตัวละครนี้มากๆ

ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้าครับ แม้บางคนอาจจะไม่ใช่ดาราตัวเป้ง แต่ทุกคนก็สวมบทบาทได้เข้าถึงบทบาทจริงๆ ครับ เราจะได้เห็นความหลากหลายของบุคลิกของทหารแต่ละนาย บางคนก็ดูจะหมดหวังเต็มที บางคนก็ยังคงมีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ บางคนก็พยายามหาเรื่องตลกมาคลายเครียด แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็คือมนุษย์ที่ติดอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

สิ่งที่ทำให้ "Saving Private Ryan" โดดเด่นมากๆ ก็คือการถ่ายทำครับ การใช้กล้องแบบสั่นๆ การจัดแสงที่มืดสลัว การจัดองค์ประกอบภาพที่ดูเหมือนหลุดมาจากสมรภูมิจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูสารคดีสงครามมากกว่าหนังครับ เสียงประกอบก็สุดยอดเช่นกัน เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงกระสุนที่เฉียดหัวไป มันทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยครับ

หนังไม่ได้มีแค่ฉากบู๊ที่สมจริงนะครับ แต่ยังมีฉากที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทหารแต่ละนาย การเสียสละ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุดครับ เราจะได้เห็นช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม ซึ่งมันยิ่งทำให้เราอินไปกับตัวละครมากขึ้นไปอีกครับ

และแน่นอนว่าฉากไคลแม็กซ์ตอนท้ายนี่ก็ทำเอาผมขนลุกครับ มันไม่ใช่แค่ฉากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความหมาย การเสียสละ และคำถามที่ยังคงค้างคาใจว่า "คุ้มค่าหรือไม่?"

"Saving Private Ryan" ไม่ใช่หนังที่ดูแล้วสบายใจครับ มันคือหนังที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงราคาของสงครามจริงๆ ราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิต เลือดเนื้อ และจิตใจของมนุษย์ครับ มันทำให้เราเห็นคุณค่าของสันติภาพ และการที่เรายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขในทุกวันนี้

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ผมแนะนำเลยครับว่าต้องดูสักครั้งในชีวิต แต่เตรียมใจไว้ด้วยนะครับว่ามันอาจจะแรงไปหน่อยสำหรับบางคน แต่เชื่อเถอะครับว่ามันเป็นหนังที่คุ้มค่าแก่การรับชมจริงๆ มันจะอยู่ในความทรงจำของคุณไปอีกนานแน่นอนครับ

ถ้าใครดูแล้วมีความเห็นยังไง มาแชร์กันได้นะครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์แน่นอนครับ แล้วเจอกันใหม่กับรีวิวหนังเรื่องต่อไปครับ สวัสดีครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่