เป็นหนังปิงปองที่โคตรเดือด มันได้ทั้งแพชชั่น
และเหมือนกระจกสะท้อนความเห็นแก่ตัวที่เราปกปิดไว้
#รีวิวหนัง Marty Supreme
.
1/.
Marty Supreme
ถ้ามองในฐานะที่เป็นหนังแนว motivation ต้องบอกเลยว่ามันทรงพลังมาก
จากแพชชั่นของตัวละครมาร์ตี้
.
2/
ถ้ามองในแง่ความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
อิมาร์ตี้นี่ก็เลี่ยหู้สุดๆ เพราะเป้าหมายเดียวที่เขามองคือ
ความสำเร็จในการตีปิงปองอย่างเดียว
โดยไม่สนว่าจะต้องใช้วิธีไหน
มันคือคน asshole ที่สมบูรณ์แบบ
ใช้คน โกงคน ทิ้งคน เพื่อให้ได้ความ Supreme ของตัวเองจริงๆ
.
3/
แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เราเกลียดตัวละครตัวนี้ง่าย ๆ
คนดูเหมือนถูกดูดให้เข้าไปสู่โลกของมาร์ตี้จริงๆ
ความเร็วของหนัง และสถาณการณ์ต่างๆ
มันเหมือนบังคับให้เราเห็นว่า ถ้าเป็นเราล่ะ
จะหาวิธีอื่นที่ดีกว่าามาร์ตี้ได้ไหม ในเมื่อโลกไม่ได้ให้รางวัลกับคนดี…
แต่ให้รางวัลกับคนที่ชนะ
คนที่ขึ้นไปอยู่ข้างบนสุดอาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุด
แต่เป็นคนที่ ต้องกล้าพอ ต้องบ้าพอ
และไม่แคร์พอ และสุดท้ายความเห็นแก่ตัวแบบนี้ มันก็อยู่ในตัวเราทุกคน
.
4/
มาร์ตี้ทำให้เราเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จ
มักมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือพวกเขาเชื่อในตัวเอง
แม้วันที่ทั้งโลกคิดว่าพวกเขาบ้า
และความฝันไม่ได้น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ
ความฝันสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจ
เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง ซึ่งเรามักเห็นได้ในโลกความจริงรอบตัวเรา
ว่าไม่ใช่แค่มาร์ตี้เท่านั้นที่เป็นคนแบบนี้
.
5/
ต้องกราบการกำกับของพี่น้องซาฟดี
และการแสดง ทิโมธี ชาลาเมต์ ที่เล่นกับความรู้สึกของคนดู
ได้แรงมากตลอดสองชั่วโมงครึ่ง
สามารถ “สะกด” ให้คนดูรู้สึกเจ็บ อึดอัด
สะเทือนใจกับโชคชะตา และโกรธตัวเอกไปพร้อมกัน
.
6/
แล้วยิ่งฉากแข่งปิงปองเนี่ย
ไม่น่าเชื่อว่ากีฬานี้จะทำให้อะดีนาลีนสูบฉีดมาก
ตอนนัดชิง กับตอนแข่งที่ญี่ปุ่นเนี่ย โอ้วโหววว
ลุ้นเกร็งจนมดลูกแทบไหลออกมาจากช่องคลอด 5555
.
7/
ความทะเยอะทะยานของชายคนนี้มันสาดใส่ตาเรา
แพชชั่นมันออกจากตัวทิมมี่มาเคลือบร่างกายคนของคนดูอย่างเราอ่ะ
ดูแล้วไฟลุกโชนสุดๆ ดูหนังจบ 5 ทุ่มแต่ไม่อยากกลับบ้าน
อยากไปทำงานต่อแล้วอ่ะ ฮึกเหิมคะนองใจสุด 555
ใครที่ยังไม่ถึงฝัน ยังวิ่งไม่พอ มารับพลังงานจากเรื่องนี้ได้เลย
.
8/
แล้วสิ่งที่ชอบมากคือการที่หนังมันเลือกทางออกของตัวละครแบบนี้
อยากชนะ อยากสำเร็จจนต้องทำร้ายคนที่รัก
ทำลายคนใกล้ตัว ทุ่มเททุกอย่าง ในที่สุดก็สมใจ
แต่

ก็ไร้ความหมาย ก็ต้องกลับมาหาคนที่รักเขาและร้องไห้
เรื่องนี้ทำให้เราเกลียดตัวเอก... แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาร้องไห้ให้เขา
.
9/
หนังบอกเราว่า บางทีความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ไม่ใช่การชนะโต๊ะปิงปอง
แต่คือการยอมรับว่าคุณเคยเห็นแก่ตัวขนาดไหน
เราอาจมีมาร์ตี้ในตัวเองสักช่วงหนึ่งของชีวิต
เราอาจเคยเป็นใครสักคนที่อยากถูกใครหลายคนจดจำ
อยากเป็นคนที่ทุกคนมองมาที่ฉัน
อยากเป็นคนที่สำเร็จ จนเผลอทำร้ายใครรอบตัวไปหรือไม่
และความฝันของคุณกำลังฆ่าคุณอยู่รึเปล่า?
.
10/
จนเรารู้สึกว่า นี่คือตอนจบของหนังอีกเรื่อง
ที่ทรงพลังมากพอที่จะทำให้ทิมมี่
สมควรที่จะชนะออสการ์นักแสดงนำชายจากเรื่องนี้ไปเถอะ
.
เดือดสัสๆ
[SR] Marty Supreme หนังปิงปองที่โคตรเดือด ได้ทั้งแพชชั่น และเหมือนกระจกสะท้อนความเห็นแก่ตัวที่เราปกปิดไว้
และเหมือนกระจกสะท้อนความเห็นแก่ตัวที่เราปกปิดไว้
#รีวิวหนัง Marty Supreme
.
1/.
Marty Supreme
ถ้ามองในฐานะที่เป็นหนังแนว motivation ต้องบอกเลยว่ามันทรงพลังมาก
จากแพชชั่นของตัวละครมาร์ตี้
.
2/
ถ้ามองในแง่ความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
อิมาร์ตี้นี่ก็เลี่ยหู้สุดๆ เพราะเป้าหมายเดียวที่เขามองคือ
ความสำเร็จในการตีปิงปองอย่างเดียว
โดยไม่สนว่าจะต้องใช้วิธีไหน
มันคือคน asshole ที่สมบูรณ์แบบ
ใช้คน โกงคน ทิ้งคน เพื่อให้ได้ความ Supreme ของตัวเองจริงๆ
.
3/
แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เราเกลียดตัวละครตัวนี้ง่าย ๆ
คนดูเหมือนถูกดูดให้เข้าไปสู่โลกของมาร์ตี้จริงๆ
ความเร็วของหนัง และสถาณการณ์ต่างๆ
มันเหมือนบังคับให้เราเห็นว่า ถ้าเป็นเราล่ะ
จะหาวิธีอื่นที่ดีกว่าามาร์ตี้ได้ไหม ในเมื่อโลกไม่ได้ให้รางวัลกับคนดี…
แต่ให้รางวัลกับคนที่ชนะ
คนที่ขึ้นไปอยู่ข้างบนสุดอาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุด
แต่เป็นคนที่ ต้องกล้าพอ ต้องบ้าพอ
และไม่แคร์พอ และสุดท้ายความเห็นแก่ตัวแบบนี้ มันก็อยู่ในตัวเราทุกคน
.
4/
มาร์ตี้ทำให้เราเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จ
มักมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือพวกเขาเชื่อในตัวเอง
แม้วันที่ทั้งโลกคิดว่าพวกเขาบ้า
และความฝันไม่ได้น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ
ความฝันสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจ
เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง ซึ่งเรามักเห็นได้ในโลกความจริงรอบตัวเรา
ว่าไม่ใช่แค่มาร์ตี้เท่านั้นที่เป็นคนแบบนี้
.
5/
ต้องกราบการกำกับของพี่น้องซาฟดี
และการแสดง ทิโมธี ชาลาเมต์ ที่เล่นกับความรู้สึกของคนดู
ได้แรงมากตลอดสองชั่วโมงครึ่ง
สามารถ “สะกด” ให้คนดูรู้สึกเจ็บ อึดอัด
สะเทือนใจกับโชคชะตา และโกรธตัวเอกไปพร้อมกัน
.
6/
แล้วยิ่งฉากแข่งปิงปองเนี่ย
ไม่น่าเชื่อว่ากีฬานี้จะทำให้อะดีนาลีนสูบฉีดมาก
ตอนนัดชิง กับตอนแข่งที่ญี่ปุ่นเนี่ย โอ้วโหววว
ลุ้นเกร็งจนมดลูกแทบไหลออกมาจากช่องคลอด 5555
.
7/
ความทะเยอะทะยานของชายคนนี้มันสาดใส่ตาเรา
แพชชั่นมันออกจากตัวทิมมี่มาเคลือบร่างกายคนของคนดูอย่างเราอ่ะ
ดูแล้วไฟลุกโชนสุดๆ ดูหนังจบ 5 ทุ่มแต่ไม่อยากกลับบ้าน
อยากไปทำงานต่อแล้วอ่ะ ฮึกเหิมคะนองใจสุด 555
ใครที่ยังไม่ถึงฝัน ยังวิ่งไม่พอ มารับพลังงานจากเรื่องนี้ได้เลย
.
8/
แล้วสิ่งที่ชอบมากคือการที่หนังมันเลือกทางออกของตัวละครแบบนี้
อยากชนะ อยากสำเร็จจนต้องทำร้ายคนที่รัก
ทำลายคนใกล้ตัว ทุ่มเททุกอย่าง ในที่สุดก็สมใจ
แต่
เรื่องนี้ทำให้เราเกลียดตัวเอก... แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาร้องไห้ให้เขา
.
9/
หนังบอกเราว่า บางทีความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ไม่ใช่การชนะโต๊ะปิงปอง
แต่คือการยอมรับว่าคุณเคยเห็นแก่ตัวขนาดไหน
เราอาจมีมาร์ตี้ในตัวเองสักช่วงหนึ่งของชีวิต
เราอาจเคยเป็นใครสักคนที่อยากถูกใครหลายคนจดจำ
อยากเป็นคนที่ทุกคนมองมาที่ฉัน
อยากเป็นคนที่สำเร็จ จนเผลอทำร้ายใครรอบตัวไปหรือไม่
และความฝันของคุณกำลังฆ่าคุณอยู่รึเปล่า?
.
10/
จนเรารู้สึกว่า นี่คือตอนจบของหนังอีกเรื่อง
ที่ทรงพลังมากพอที่จะทำให้ทิมมี่
สมควรที่จะชนะออสการ์นักแสดงนำชายจากเรื่องนี้ไปเถอะ
.
เดือดสัสๆ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้