ระบาย หรือว่า เพราะเราเองที่ผิด

เราเป็นลูกคนโตค่ะ เราอยู่กับกับคำด่า และการตี รวมไปถึง การดูถูก การเปรียบเทียบกับเด็กรุ่นเดียวกัน ค่อนข้างหมดกำลังเลยล่ะ
เพราะครอบครัวเรา แม่เราจะเป็นคนด่ารุนแรงมาก เขาด่าและเสียงดัง ด่าทีก็มีแต่คำหยาบออกมา แม้ว่าเราแค่ออกไปเดินเล่นในซอยหมู่บ้านตอนมัธยมต้น เรายังโดนด่ายับหลังจากเขากลับมาถึงบ้าน เราโตมากับหมู่บ้านนี้ค่ะ เรารู้ทุกจุดของหมู่บ้าน เราไม่เคยเดินไปไหนไกลบ้าน เขาด่าเราว่าเราไปอ่อยผู้ชาย ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่าเราจะทำแบบนั้นไปทำไม เราไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องนั้น ก็แค่เด็กม.2 อะนะ กลายเป็นเราไม่กล้าออกไปไหน แม้แต่เพื่อนจะชวนไปเดินห้างกับครอบครัวของเขา เราก็ไม่ไปค่ะ เหตุผลเพราะแม่บอกไม่มีตัง ทำไมต้องไป ไม่เคยไปหรอ

พอเราเรียนจบ ม.3 ก็กลายเป็นสร้างทางเลือกให้เราไปเรียนอาชีวะ เราไม่อยากไปเลยเราอยากเรียนต่อ เราชอบวิทย์-คณิตมาก แต่เขาให้เราไปเรียนสายออกแบบเพราะเห็นเราชอบวาดรูปทั้งๆที่มันคืองานอดิเรกที่เราไม่คิดจะจริงจังเลย แต่ไม่จบแค่นั้งร่วมไปถึงโรงเรียนดุริยางค์ เพราะเราอยู่ดุริยางค์มาสามปี เหตุผลเพราะชมรมนี้มันสบายค่ะ มันแค่เล่นดนตรี เราอยู่เอาเกรดเฉยๆ

สิ่งที่เขาทำคือพาเราไปสมัครที่อาชีวะค่ะ ก่อนจะไปจ้างครูมาสอนดนตรีและซื้อเครื่องดนตรีที่เราเล่น แต่ว่าเราก็รู้ว่าที่บ้านก็ไม่ได้มีสถานะเงินมากขนาดนั้น เราไม่ได้ขอด้วย ช่วงนั้นเราเลยรู้สึกกลายเป็นดีใจที่ติดอาชีวะเพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปฝึกดนตรีทุกวัน เป็นการฝึกที่เราไม่เคยทำในชมรมมาก่อน เราเลยอึดอัดจนทนไม่ไหว ผ่านมาอาทิตย์กว่าถึงจะบอกว่าไม่ไหว เราไม่อยากทำแล้ว แม่เราก็หงุดหงิดมาก ด่าเราบีบคอเราเพื่อแย่งโทรศัพท์ เราคิดว่าเขาคงเอาไปปาทิ้งเหมือนครั้งก่อนๆ เราอยากให้มันจบๆก็ให้โทรศัพท์ไป

พอเราเริ่มได้เข้าเรียนที่อาชีวะ มันอยู่ในกรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางไปไกล2ชั่วโมงเพราะรถติด จากตอนแรกที่ไม่ชอบ กลับกลายเป็นว่า เราชอบมาก ติดใจมากไม่อยากลงจากรถเมล์เลย แม้แต่อยู่ที่นู้นก็รู้สึกดีนะแม้ปัญหาที่โรงเรียนจะมีบ้าง แต่เราสามารถเลือกได้ ก่อนความสนุกและความสบายใจหมดลงเมื่อจบปวช.3 เราไม่อยากต่อที่เดิมเพราะเรารู้ว่าถ้าจะเรียนสายกราฟิกจริงๆ เราต้องมีอุปกรณ์ แต่เรามีแค่ไอแพดรุ่งเก่าที่ได้จากลุง มันอัพเดทอะไรไม่ได้แล้วพื้นที่ก็เต็ม เราเลยเลือกว่า พักสักหน่อยหางานทำและค่อยไปเรียนก็ได้ อยากเป็นบาริสต้า เพราะยังไงเรารู้ว่าบ้านเราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นที่จะจ่ายเข้ามอ.ที่เราอยากไปได้

มันก็ไม่ได้เป็นตามที่เราคิดมากหรอก เราเริ่มสับสนในตัวเองแล้วว่าเรา ไม่มีสิทธิ์เลือกทางของตัวเองหรอ ถ้ามันผิดเราก็จะได้รู้เอง พอเราบอกว่าจะไปทำงานเขาก็หัวเสีย เขาบอกว่าแล้วเรื่องเรียนล่ะ จะเรียนทีหลังได้ไง โอเคเราไม่อยากฟังคำนี้แล้วเราก็หาที่เรียน เราเลือกจะไปเรียนสายภาษาแต่เขาบอกว่า จิตใจจะเรียนอย่างเดียวไม่ทำงานหรือไง ตอนนั้นเราถึงกับงง เอ้าเราทำไรผิดอีก สุดท้ายจบที่ๆเขาเลือกให้ และที่ทำงานที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตำแหน่งงานนี้ทำอะไรบ้าง

พอเรารู้เราก็เกิดอาการเครียดหลังจากผ่านไปแค่2-3เดือน ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว งานที่เกี่ยวกับรถยนต์บอกเลยว่ามียาวและบางทีคนที่ทำพลาดก็ไม่ใช่เรา มันคือช่าง และเราเป็นแค่เด็กเราไม่กล้าไปเร่งช่างที่เป็นผู้ใหญ่ ที่มีความรู้มากกว่า เราอยากทำงานที่วันเดียวจบ ส่วนเรื่องเรียน ก็เฉยๆเหมือนไปนั่งทำแบบฝึกหัดวันอาทิตย์และกลับ มันไม่มีอะไร แค่สบายใจดีที่ได้เข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง

เราอยากลาออก แต่เรากลัวจะโดนด่า เรากลัวจะโดนดุ แต่เราก็อยากออกจริงๆ พอจะทำเรื่องออก ก็กลายเป็นว่าแม่เอาญาติมากดดันเราว่าจะไม่จ่ายค่าเทอมให้ถ้าเราออกจากงาน เราไม่ได้รู้สึกกลัวหรือผิดหวัง เราไม่ได้เป็นคนเลือกที่เรียนแต่แรกแล้ว และก็ แม่เรากตอนหน้านี้เคยพาเราไปกู้เงินค่ะ มันคือยูเมะพลัสมั่ง ซึ่งยังจ่ายไม่ครบเลย เราปฏิเสธไปแล้วว่าเราไม่อยากทำ ประวัติมันจะเสีย เราไม่อยากยุ่งกับพวกบัตรเลย แต่เพราะเขาตื้อ เขาบ่น เลยยอมทำไป สุดท้ายเป็นไง พอเราจะออกจากงาน เขาก็ไม่จ่ายเลยปกติเขาก็จ่ายทุกเดือน พอเราจะออกเขาก็ทิ้งขี้ให้เราเลย โอ้โห ความผิดเราไหมเนี่ย? เราไม่เคยบอกใครเรื่องเงินกู้เลย ตาก็บอกว่าอย่าไปทำ เราต้องโกหกตาว่าไม่ได้ทำ พ่อก็ไม่อยากให้ทำ เราก็โกหกและไม่บอกพ่อ

ตอนนี้เราก็ได้แต่คิดว่า เรากำลังคิดสั้นอยู่ใช่ไหม(?) บางทีเราก็อยากเลือกที่จะหายไปจากโลกมากกว่านะ มันดูจบง่ายดี ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องร้องไห้ทุกวัน ก็ได้แค่คิดล่ะ เราไม่ได้เข้มแข็งมากขนาดนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่