Julien Tornare ซีอีโอของ Hublot กล่าวถึงเหตุผลที่เลือก Jungkook มาเป็น Global Brand Ambassador ของแบรนด์ ท่ามกลางประเทศที่เต็มไปด้วยไอดอลมากมาย:
"ที่นี่มีป๊อปไอดอลอยู่เยอะมากครับ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่มีชื่อเสียงและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปได้ทั่วทั้งโลกจริงๆ"
The Straitstimes
‘ใครที่เกลียดผมหรือแบรนด์ โทรหาผมได้เลย’: ซีอีโอ Hublot พูดถึงคำวิจารณ์, จองกุก BTS และทิศทางใหม่ของแบรนด์
โซล – ในเช้าวันอันหนาวเหน็บของเดือนกุมภาพันธ์ ณ กรุงโซล แต่คุณ Julien Tornare กลับรู้สึกเหมือนเป็นวันคริสต์มาส ภายในห้องสวีทสุดหรูของโรงแรม Josun Palace ย่านกังนัม ซีอีโอของ Hublot เต็มไปด้วยพลังงานที่ปิดไม่มิดของชายที่กำลังจะเปิดเผยข่าวใหญ่
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า Hublot จะเปิดตัว
จองกุก แห่งวง BTS ปรากฏการณ์ K-pop ระดับโลก ในฐานะ Global Ambassador คนล่าสุด ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่ส่งสัญญาณถึงการกลับมาของวงหลังจากพักงานไป 4 ปี แต่ยังบ่งบอกถึงทิศทางที่ Tornare ต้องการจะนำพาแบรนด์ไปต่อจากนี้
ทำไมต้องเป็น "จองกุก"?
ท่ามกลางประเทศที่เต็มไปด้วยป๊อปไอดอล Tornare ชัดเจนมากว่าทำไม Hublot ถึงพุ่งเป้าไปที่จองกุกโดยเฉพาะ:
“ที่นี่มีป๊อปไอดอลอยู่เยอะมากครับ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือน ไปได้ทั่วทั้งโลกจริงๆ”
จองกุกในวัย 28 ปี หรือที่รู้จักกันในฉายา "Golden Maknae" (น้องเล็กทองคำผู้มีความสามารถรอบด้าน) ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านชาร์ตเพลงระดับโลกและแคมเปญแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง Calvin Klein มาแล้ว การก้าวเข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hublot ทำให้เขาได้ร่วมทำเนียบเดียวกับตำนานอย่าง Usain Bolt (นักวิ่ง), Novak Djokovic (นักเทนนิส) และ Lang Lang (นักเปียโนคลาสสิก)
Tornare กล่าวเสริมว่าเสน่ห์ของจองกุกคือ
"การหลอมรวม (Fusion)" ของทักษะ ทั้งการเต้น การร้อง และการแสดงบนเวที ซึ่งตรงกับปรัชญาของ Hublot พอดียิ่งกว่านั้น การดึงจองกุกมาร่วมงานยังเป็นการปักหมุดว่า Hublot จะกลับมาให้ความสำคัญกับ
"ดนตรี" ในฐานะเสาหลักของแบรนด์ เคียงคู่ไปกับกีฬาและศิลปะร่วมสมัย
การเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์: "โทรหาผมได้เลย ผมเลี้ยงข้าวเอง"
Hublot ทราบดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรักแบรนด์ ในวงการนาฬิกามักมีกลุ่มผู้วิจารณ์ที่มองว่าแบรนด์นี้ "โอ้อวดเกินไป" หรือ "เสียงดังเกินไป" แทนที่จะหลบหลังฝ่ายประชาสัมพันธ์ Tornare เลือกที่จะเผชิญหน้าโดยตรง:
“ใครก็ตามที่เกลียดผมหรือเกลียดแบรนด์ โทรหาผมได้เลยครับ ผมจะไปกินมื้อเที่ยงด้วย”
เขามองว่าความเกลียดชังมักเกิดจากความไม่รู้ หรือการเลือกโจมตีเป้าหมายที่ดูโดดเด่นแตกต่างได้ง่าย "ยิ่งในสนามมีเสียงโห่มากเท่าไหร่ นักกีฬาบางคนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น" เขากล่าว พร้อมท้าให้คนขี้สงสัยลองมาเยี่ยมชมโรงงานผลิต (Manufacture) ของแบรนด์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
อนาคตของ Hublot: 3 เครื่องยนต์หลัก
Tornare ตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย 3 ส่วนสำคัญ:
นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์: วัสดุที่กล้าหาญและไอเดียที่แหวกแนว
การตลาดที่ใช้ความรู้สึก (Emotional Marketing): ขับเคลื่อนด้วยช่วงเวลาทางวัฒนธรรมและพลังดึงดูดของซุปเปอร์สตาร์ (เช่น จองกุก)
ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกา (Watchmaking Expertise): เขาต้องการให้โลกยอมรับในฝีมือการทำกลไกและความประณีต ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่าแบรนด์ยังไม่ได้รับความชื่นชมเท่าที่ควร
เขาทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่ความหลงใหลในความหรูหราและแบรนด์ที่สวยงามจะยังคงอยู่ "หน้าที่ของผมตอนนี้คือการขับเน้นจุดแข็งของ Hublot ออกมาให้ชัดเจนที่สุด"
"มี Pop Idol เยอะมากแต่มีแค่ไม่กี่คนที่มีชื่อเสียงและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปได้ทั่วโลกจริงๆ" CEO Hublot กล่าวถึง Jungkook
"ที่นี่มีป๊อปไอดอลอยู่เยอะมากครับ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่มีชื่อเสียงและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปได้ทั่วทั้งโลกจริงๆ"
The Straitstimes
‘ใครที่เกลียดผมหรือแบรนด์ โทรหาผมได้เลย’: ซีอีโอ Hublot พูดถึงคำวิจารณ์, จองกุก BTS และทิศทางใหม่ของแบรนด์
โซล – ในเช้าวันอันหนาวเหน็บของเดือนกุมภาพันธ์ ณ กรุงโซล แต่คุณ Julien Tornare กลับรู้สึกเหมือนเป็นวันคริสต์มาส ภายในห้องสวีทสุดหรูของโรงแรม Josun Palace ย่านกังนัม ซีอีโอของ Hublot เต็มไปด้วยพลังงานที่ปิดไม่มิดของชายที่กำลังจะเปิดเผยข่าวใหญ่
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า Hublot จะเปิดตัว จองกุก แห่งวง BTS ปรากฏการณ์ K-pop ระดับโลก ในฐานะ Global Ambassador คนล่าสุด ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่ส่งสัญญาณถึงการกลับมาของวงหลังจากพักงานไป 4 ปี แต่ยังบ่งบอกถึงทิศทางที่ Tornare ต้องการจะนำพาแบรนด์ไปต่อจากนี้
ทำไมต้องเป็น "จองกุก"?
ท่ามกลางประเทศที่เต็มไปด้วยป๊อปไอดอล Tornare ชัดเจนมากว่าทำไม Hublot ถึงพุ่งเป้าไปที่จองกุกโดยเฉพาะ:
“ที่นี่มีป๊อปไอดอลอยู่เยอะมากครับ แต่มีไม่กี่คนหรอกที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือน ไปได้ทั่วทั้งโลกจริงๆ”
จองกุกในวัย 28 ปี หรือที่รู้จักกันในฉายา "Golden Maknae" (น้องเล็กทองคำผู้มีความสามารถรอบด้าน) ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านชาร์ตเพลงระดับโลกและแคมเปญแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง Calvin Klein มาแล้ว การก้าวเข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hublot ทำให้เขาได้ร่วมทำเนียบเดียวกับตำนานอย่าง Usain Bolt (นักวิ่ง), Novak Djokovic (นักเทนนิส) และ Lang Lang (นักเปียโนคลาสสิก)
Tornare กล่าวเสริมว่าเสน่ห์ของจองกุกคือ "การหลอมรวม (Fusion)" ของทักษะ ทั้งการเต้น การร้อง และการแสดงบนเวที ซึ่งตรงกับปรัชญาของ Hublot พอดียิ่งกว่านั้น การดึงจองกุกมาร่วมงานยังเป็นการปักหมุดว่า Hublot จะกลับมาให้ความสำคัญกับ "ดนตรี" ในฐานะเสาหลักของแบรนด์ เคียงคู่ไปกับกีฬาและศิลปะร่วมสมัย
การเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์: "โทรหาผมได้เลย ผมเลี้ยงข้าวเอง"
Hublot ทราบดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรักแบรนด์ ในวงการนาฬิกามักมีกลุ่มผู้วิจารณ์ที่มองว่าแบรนด์นี้ "โอ้อวดเกินไป" หรือ "เสียงดังเกินไป" แทนที่จะหลบหลังฝ่ายประชาสัมพันธ์ Tornare เลือกที่จะเผชิญหน้าโดยตรง:
“ใครก็ตามที่เกลียดผมหรือเกลียดแบรนด์ โทรหาผมได้เลยครับ ผมจะไปกินมื้อเที่ยงด้วย”
เขามองว่าความเกลียดชังมักเกิดจากความไม่รู้ หรือการเลือกโจมตีเป้าหมายที่ดูโดดเด่นแตกต่างได้ง่าย "ยิ่งในสนามมีเสียงโห่มากเท่าไหร่ นักกีฬาบางคนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น" เขากล่าว พร้อมท้าให้คนขี้สงสัยลองมาเยี่ยมชมโรงงานผลิต (Manufacture) ของแบรนด์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
อนาคตของ Hublot: 3 เครื่องยนต์หลัก
Tornare ตั้งเป้าที่จะขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย 3 ส่วนสำคัญ:
นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์: วัสดุที่กล้าหาญและไอเดียที่แหวกแนว
การตลาดที่ใช้ความรู้สึก (Emotional Marketing): ขับเคลื่อนด้วยช่วงเวลาทางวัฒนธรรมและพลังดึงดูดของซุปเปอร์สตาร์ (เช่น จองกุก)
ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกา (Watchmaking Expertise): เขาต้องการให้โลกยอมรับในฝีมือการทำกลไกและความประณีต ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่าแบรนด์ยังไม่ได้รับความชื่นชมเท่าที่ควร
เขาทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่ความหลงใหลในความหรูหราและแบรนด์ที่สวยงามจะยังคงอยู่ "หน้าที่ของผมตอนนี้คือการขับเน้นจุดแข็งของ Hublot ออกมาให้ชัดเจนที่สุด"