สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป วันนี้ผมอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ปลูกผมที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตช่วงเรียนจบของผมเลยครับ คือต้องยอมรับตรงๆ ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เจอปัญหาเรื่องแนวผมร่นลึกเป็นรูปตัว M มาสักพักแล้ว ช่วงอายุประมาณ 21-22 ปี ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ความไม่มั่นใจมันสะสมขึ้นเรื่อยๆ ครับ เวลาส่องกระจกทีไรก็จะรู้สึกกังวลกับหน้าผากที่ดูกว้างเกินไปมาก จะเซตผมทรงไหนก็รู้สึกว่ามันไม่สุด ต้องคอยหาปอยผมมาปิดมาบังอยู่ตลอด จนสุดท้ายผมบอกกับตัวเองว่าถ้าจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยความมั่นใจ ผมต้องจัดการปัญหานี้ให้เด็ดขาด เลยเป็นที่มาของการตัดสินใจเข้าไปปรึกษาเรื่องการปลูกผมถาวรครับ
🌟ขึ้นตอนแรก >> หาข้อมูล🌟
ก็หาข้อมูลมาเยอะพอสมควร ผมทำข้อมูลมาค่อนข้างละเอียดเลยล่ะ ถึงกับต้องจดในไอแพดเลย เราจะได้เห็นภาพด้วยว่าคลินิกปลูกผมไหนดี สุดท้ายผมตัดสินใจเลือกไปปรึกษาที่
Hairsmith Clinic
🌟เจอคลินิกปลูกผมที่ใช่ >> นัดเข้าไปปรึกษาคุณหมอ
พอตัดสินใจเลือกแล้วผมก็ทักไปทำนัดปรึกษาคุณหมอครับ จะได้รู้ว่าเป็นอย่างที่เราคิดจริงมั้ย แล้วก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเลยครับ ความรู้สึกแรกไม่ใช่แค่ไปคลินิกเพื่อรักษา แต่มันเหมือนไปหาพี่ๆ ที่รู้จักกัน การบริการที่นี่อบอุ่นและเป็นมิตรมาก คุณหมอพรีมและพี่ๆ ทีมงานทุกคนดูแลดีจนผมคลายความกังวลไปได้เยอะเลย
👩⚕️ตอนปรึกษากับคุณหมอ
หมอพรีมให้คำแนะนำแบบตรงไปตรงมา ช่วยออกแบบแนวผมให้รับกับรูปหน้าของผมที่สุด โดยเน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งเคสของผมสรุปออกมาที่ 2,700 กราฟท์ ด้วยวิธี FUE ครับ พอเราโอเคกับแนวผมที่คุณหมอวาดแล้ว ผมก็ทำนัดวันเข้ามาปลูกผมเลยครับ
🌟วันปลูกผม
ตอนแรกยอมรับว่าแอบกลัวเรื่องขั้นตอนการทำและภาพลักษณ์หลังปลูกผมที่เคยเห็นในเน็ตว่ามันจะดูน่ากลัวหรือเปล่า แต่พอเอาเข้าจริงคือชิลล์กว่าที่คิดไว้มาก หมอพรีมคอยถามตลอดว่าเจ็บไหม หิวหรือเปล่า ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนเรารู้สึกว่าการปลูกผม 6-7 ชั่วโมงมันผ่านไปไวมากครับ
✨อันนี้ผ่านมา 14 วันแล้วครับ ตรงที่ปลูกดูดี มาให้คลินิกถอดสะเก็ดออกครับ ซึ่งบริการนี้ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือนเดิม
🤕หลังปลูกผมดูแลตัวเองยากมั้ย
สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำให้หลายๆ คนที่กำลังลังเลอยู่สบายใจได้เลย คือเรื่องการดูแลตัวเองหลังปลูกครับ ก่อนทำผมคิดภาพไว้ว่าต้องยุ่งยาก ต้องลางานนาน หรือต้องมีขั้นตอนประหลาดๆ เยอะแน่เลย แต่ความจริงคือมันง่ายกว่าที่คิดเยอะมากครับ ทาง Hairsmith เขามีเซ็ตดูแลตัวเองและคำแนะนำที่ชัดเจน
ช่วงแรก >> แค่ต้องระวังไม่ให้ไปกระแทกหรือแกะเกาแผลเท่านั้น ส่วนการสระผมหรือการใช้ชีวิตประจำวันอื่นๆ แทบจะปกติเลยครับ
ผ่านช่วง 14 วันแรก >> ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ให้งดว่ายน้ำ ตากแดดจัด ซาวน่า แล้วก็ทำสี ยืด ดัดผม
แผลจากการทำ FUE >> เล็กมากจนแทบมองไม่เห็น และที่สำคัญคือมันไม่ได้เจ็บอย่างที่มโนไว้เลย ผมสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแบบที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะสังเกตเห็นความผิดปกติบนหัว ซึ่งมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบผมมากๆ
ตอน 3 เดือน >> ทำได้ได้ทุกอย่าง ทำสี ยืด ดัดผม ได้หมดแล้ว ช่วงนี้สังเกตว่าผมขึ้นมาเป็นไรๆ แล้ว ก็เข้าไปให้คุณหมอเช็คตามนัดครับ คุณหมอบอกว่าผมงอกอยู่ในเกณฑ์ปกติดี แนวผมชัด หน้าเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ 3 เดือนเลย บอกก่อนว่าคลินิกนี้ทุกการนัดเจอคุณหมอไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวจบแบบจริงๆ
👨🦲➡️👱♂️ตอนนี้ปลูกผมมา 6 เดือนแล้ว
ผลลัพธ์ที่ได้มันทำให้ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจทำตั้งแต่อายุยังน้อยครับ ความรู้สึกตอนส่องกระจกตอนนี้มันต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ ผมมีความสุขมากที่เห็นแนวผมใหม่ที่ดูเนียนไปกับผมเดิมจนไม่มีใครรู้เลยว่าเคยปลูกผมมา ความสำเร็จของการปลูกผมสำหรับผมคือ การที่ไม่มีใครทักว่าไปปลูกผมมา เพราะมันดูธรรมชาติจนคนคิดว่าเป็นผมเดิมของเราเองจริงๆ การที่เรากล้าเปิดหน้าผาก กล้าเซตผมอย่างมั่นใจ มันส่งผลต่อบุคลิกภาพตอนไปทำงานและพบปะผู้คนมากๆ
พอมั่นใจขึ้นก็ได้ลองอะไรใหม่ๆ อย่างไปแคสงานวงการบันเทิง ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกจากกรอบเดิม ได้ทำตามความฝันด้วยความมั่นใจครับ
ใครที่กำลังประสบปัญหาความไม่มั่นใจแบบเดียวกับผม ผมแนะนำเลยครับว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้ ลองเข้าไปปรึกษาที่ Hairsmith ดู แล้วคุณจะรู้ว่าการมีผมหนาและแนวผมที่สวยงามมันเปลี่ยนความรู้สึกในการใช้ชีวิตได้ขนาดไหนครับ
[CR] รีวิวปลูกผม 2,700 กราฟท์ ฉบับเด็กจบใหม่ เลือกคลินิกปลูกผมที่ไหนดี
ก็หาข้อมูลมาเยอะพอสมควร ผมทำข้อมูลมาค่อนข้างละเอียดเลยล่ะ ถึงกับต้องจดในไอแพดเลย เราจะได้เห็นภาพด้วยว่าคลินิกปลูกผมไหนดี สุดท้ายผมตัดสินใจเลือกไปปรึกษาที่ Hairsmith Clinic
🌟เจอคลินิกปลูกผมที่ใช่ >> นัดเข้าไปปรึกษาคุณหมอ
พอตัดสินใจเลือกแล้วผมก็ทักไปทำนัดปรึกษาคุณหมอครับ จะได้รู้ว่าเป็นอย่างที่เราคิดจริงมั้ย แล้วก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเลยครับ ความรู้สึกแรกไม่ใช่แค่ไปคลินิกเพื่อรักษา แต่มันเหมือนไปหาพี่ๆ ที่รู้จักกัน การบริการที่นี่อบอุ่นและเป็นมิตรมาก คุณหมอพรีมและพี่ๆ ทีมงานทุกคนดูแลดีจนผมคลายความกังวลไปได้เยอะเลย
👩⚕️ตอนปรึกษากับคุณหมอ
หมอพรีมให้คำแนะนำแบบตรงไปตรงมา ช่วยออกแบบแนวผมให้รับกับรูปหน้าของผมที่สุด โดยเน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งเคสของผมสรุปออกมาที่ 2,700 กราฟท์ ด้วยวิธี FUE ครับ พอเราโอเคกับแนวผมที่คุณหมอวาดแล้ว ผมก็ทำนัดวันเข้ามาปลูกผมเลยครับ
🌟วันปลูกผม
ตอนแรกยอมรับว่าแอบกลัวเรื่องขั้นตอนการทำและภาพลักษณ์หลังปลูกผมที่เคยเห็นในเน็ตว่ามันจะดูน่ากลัวหรือเปล่า แต่พอเอาเข้าจริงคือชิลล์กว่าที่คิดไว้มาก หมอพรีมคอยถามตลอดว่าเจ็บไหม หิวหรือเปล่า ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนเรารู้สึกว่าการปลูกผม 6-7 ชั่วโมงมันผ่านไปไวมากครับ
✨อันนี้ผ่านมา 14 วันแล้วครับ ตรงที่ปลูกดูดี มาให้คลินิกถอดสะเก็ดออกครับ ซึ่งบริการนี้ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเหมือนเดิม
🤕หลังปลูกผมดูแลตัวเองยากมั้ย
สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำให้หลายๆ คนที่กำลังลังเลอยู่สบายใจได้เลย คือเรื่องการดูแลตัวเองหลังปลูกครับ ก่อนทำผมคิดภาพไว้ว่าต้องยุ่งยาก ต้องลางานนาน หรือต้องมีขั้นตอนประหลาดๆ เยอะแน่เลย แต่ความจริงคือมันง่ายกว่าที่คิดเยอะมากครับ ทาง Hairsmith เขามีเซ็ตดูแลตัวเองและคำแนะนำที่ชัดเจน
ช่วงแรก >> แค่ต้องระวังไม่ให้ไปกระแทกหรือแกะเกาแผลเท่านั้น ส่วนการสระผมหรือการใช้ชีวิตประจำวันอื่นๆ แทบจะปกติเลยครับ
ผ่านช่วง 14 วันแรก >> ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ให้งดว่ายน้ำ ตากแดดจัด ซาวน่า แล้วก็ทำสี ยืด ดัดผม
แผลจากการทำ FUE >> เล็กมากจนแทบมองไม่เห็น และที่สำคัญคือมันไม่ได้เจ็บอย่างที่มโนไว้เลย ผมสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติแบบที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะสังเกตเห็นความผิดปกติบนหัว ซึ่งมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบผมมากๆ
ตอน 3 เดือน >> ทำได้ได้ทุกอย่าง ทำสี ยืด ดัดผม ได้หมดแล้ว ช่วงนี้สังเกตว่าผมขึ้นมาเป็นไรๆ แล้ว ก็เข้าไปให้คุณหมอเช็คตามนัดครับ คุณหมอบอกว่าผมงอกอยู่ในเกณฑ์ปกติดี แนวผมชัด หน้าเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ 3 เดือนเลย บอกก่อนว่าคลินิกนี้ทุกการนัดเจอคุณหมอไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวจบแบบจริงๆ
👨🦲➡️👱♂️ตอนนี้ปลูกผมมา 6 เดือนแล้ว
ผลลัพธ์ที่ได้มันทำให้ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจทำตั้งแต่อายุยังน้อยครับ ความรู้สึกตอนส่องกระจกตอนนี้มันต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ ผมมีความสุขมากที่เห็นแนวผมใหม่ที่ดูเนียนไปกับผมเดิมจนไม่มีใครรู้เลยว่าเคยปลูกผมมา ความสำเร็จของการปลูกผมสำหรับผมคือ การที่ไม่มีใครทักว่าไปปลูกผมมา เพราะมันดูธรรมชาติจนคนคิดว่าเป็นผมเดิมของเราเองจริงๆ การที่เรากล้าเปิดหน้าผาก กล้าเซตผมอย่างมั่นใจ มันส่งผลต่อบุคลิกภาพตอนไปทำงานและพบปะผู้คนมากๆ
พอมั่นใจขึ้นก็ได้ลองอะไรใหม่ๆ อย่างไปแคสงานวงการบันเทิง ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกจากกรอบเดิม ได้ทำตามความฝันด้วยความมั่นใจครับ
ใครที่กำลังประสบปัญหาความไม่มั่นใจแบบเดียวกับผม ผมแนะนำเลยครับว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้ ลองเข้าไปปรึกษาที่ Hairsmith ดู แล้วคุณจะรู้ว่าการมีผมหนาและแนวผมที่สวยงามมันเปลี่ยนความรู้สึกในการใช้ชีวิตได้ขนาดไหนครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้