ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะว่าเป็นความคิดความรู้สึกของป้าล้วนๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อ
ตรงไหนป้าเข้าใจผิด ช่วยชี้แจงให้ป้าเข้าใจหน่อย
หรือมาแชร์ประสบการณ์ ความคิดเห็นกันได้
.
เริ่มจากป้าใช้เบอร์ DTAC มาตั้งแต่เป็น World Phone 800 (หลานๆ คงเกิดไม่ทัน 555)
จนตอนนี้ DTAC ควบรวมกับ True ป้าเลยมีบทเรียนของการเห็นแก่ของถูก
.
เรื่องของป้าคือ
เมื่อเดือน ม.ค. 69 มีเซล true โทรมาเพื่อขาย package กล่อง ture id ในราคาเดือนละ 399 โดยบอกว่าเป็นแพคเกจพิเศษของลูกค้า DTAC
ด้วยความเห็นแก่ของถูก ป้าก็เลยถามแพคเกจเน็ตบ้าน เพราะที่ใช้อยู่เดิมราคาค่อนข้างแพง (พันกว่าบาท) ซึ่งตอนนี้ป้าเสียดายมากที่ยกเลิกไป
สรุปป้าตกลงซื้อแพคเกจเดือนละ 599 โดยมี กล่อง True ID, Router 2 ตัว, กล้องวงจรปิด 1 ตัว สัญญา 2 ปี
และในแพคเกจของ True ID เซลก็แจ้งว่ามี Streaming ของ True ID, True Vision, VIU, iQIYI และอื่นๆ อีกเยอะแยะ (จำได้แค่นี้เพราะเล็งไว้ว่าจะดู)
และแล้วความหายนะ ก็บังเกิด ว่ากันไปที่ละอย่างเลยละกัน
.
เริ่มจากกล่อง True ID
โฆษณาเยอะมาก ยิ่งกว่าดู YouTube แบบปกติอีก นั่งดู TV ช่องปกติ อยู่ๆ ก็มีโฆษณาขึ้นมา เหมือนดู YouTube เลย
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นโฆษณาของช่องที่ดู แต่ดูๆ ไป มันแปลกๆ แล้วก็มีโลโก้ True แปะ รวมถึงสินค้า และอื่นๆ ที่ดูแล้วไม่ใช่ช่องปกติ
ก็หาทางข้าม.....ข้ามไม่ได้ค่ะ....YouTube ยังมีให้ข้ามเมื่อครบเวลา
แก้โดยการกดเลขช่องที่จะดู....กดไม่ได้ค่ะ โฆษณายังคงอยู่ต่อไป
แก้โดยการกดปุ่ม TV บนรีโมท ก็เข้าไปหน้าเลือกช่อง คือมีโลโก้ของช่องทั้งหมดให้ป้าเลือกว่าจะดูช่องไหน...ต้องเลือกช่องใหม่ (ป้าจะดูช่องเดิม...!!!!!)
กดเข้าช่องเดิม....ตอนที่จะดูผ่านไปแล้ว
พระเอกนางเอกจีบกัน ป้าไม่ได้ดูเพราะมัวแต่ดูโฆษณาของ True บางทีกดไปก็ไปเจอโฆษณาของช่องปกติอีก
สรุปซื้อกล่องเพื่อดูโฆษณา....ถ้าแบบนั้นป้าดูยูทูปก็ได้นะซื้อยูทูปพรีเมี่ยมก็ไม่กี่สตางค์
ใครรู้กฎหมายตอบป้าหน่อย นี่มันถือว่าเป็นการริดรอนสิทธิผู้บริโภคมั๊ย
เอาเปรียบลูกค้ามาก ไปรับเงินค่าโฆษณามาแล้ว ยังมายัดเยียดให้ลูกค้าดู ไม่อยากดูก็ข้ามไม่ได้
ลูกค้าต้องเสียเงิน 399 (ตามแพคเกจแรกที่ขายป้า) แล้วยังต้องทนกับเรื่องแบบนี้หรือ
ไอ้พวกมาซื้อโฆษณาก็ไม่คิดเนอะว่ามันจะเสียภาพลักษณ์ของสินค้ามากกว่าจะทำให้ลูกค้าสนใจ
ถาม Call Center ก็บอกว่า "ขอโทษค่ะ เราไม่มีแพคเกจข้ามโฆษณา"
เฮ้ย.....หมายความว่า 1. ป้าต้องทน 2. ถ้ามีก็ต้องซื้อเพิ่ม....@##$%&*!!+)_&!????
.
ต่อมาที่แพคเกจ Streaming
ป้าก็อยากดูซีรี่ส์เกาหลี จีน และหนังดังอื่นๆ ใน Streamming พวก True ID, True Vision, VIU, iQIYI
ป้าก็เลือกเข้าไปดู True ID ให้ลงทะเบียน
เคร...ใช้ครั้งแรกเป็นเรื่องปกติ ป้ารับได้
ลงทะเบียนแล้ว เข้าไปดูหนังใน True ID
พระเจ้า....ดูเต็มได้แค่บางเรื่อง บางเรื่องดูได้แค่ไม่กี่ตอนถ้าจะดูเพิ่มต้องเสียเงินซื้อ VIP
เอ้า...ตอนขายทำไมไม่บอก หรือถ้าบอกก็ไม่ซื้อ....อั้นนี้เข้าข่ายปิดบังข้อมูลมั๊ย หรือตั้งใจไม่บอกให้ลูกค้าโง่ๆ อย่างป้าเข้าใจผิด
พอป้าเข้า True Vision
มันก็ขอเลข True Smart Card..?? ป้าไม่เคยมี ไม่เคยได้ และไม่เคยมีใครบอกป้าว่ามันต้องมี
ถาม Call Center ก็บอกว่า แพคเกจป้าไม่มี True Smart Card และดู True Vision ไม่ได้
เอ้า...แล้วตอนขายทำไมบอกว่าได้ (ป้าจำได้ว่าบอกแบบนี้เพราะมีหนังที่ป้าอยากดูอยู่)
พอป้าเข้า VIU และ iQIYI
มันก็ให้ป้าซื้อแพคเกจ....เดี๋ยวนะ ก็บอกว่าในแพคเกจป้ามี แล้วไง
นี่ป้ากดจาก True ID นะ มันควรต้องเข้าได้หรือลงทะเบียนด้วย True ID ได้ หรือมีช่องให้ลงทะเบียนด้วย True ID (อันนี้ความคิดป้า)
Call Center ตอบป้าว่า เซลไม่ได้บอกหรือคะว่า ตอนที่ติดตั้งเสร็จจะมี SMS ส่งมาให้เปิด...!!!
ทั้งเซล และช่าง ไม่มีใครซักคนบอกป้า...ป้าควรต้องรู้เอง ???
เคร...SMS ที่ส่งตอนเปิด ก็มีเยอะจนป้ารำคาญที่จะอ่าน (อันนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดป้า ไม่อ่านทุก SMS เอง ยอมรับ)
ว่าแต่....จะต้อนรับ จะอวยอะไรกันนักกันหนา....บริการให้ดี ดีกว่ามั๊ย
ป้าก็ขอให้ Call Center ส่ง SMS มาให้ใหม่
แล้วป้าก็เข้าไปคลิกตามนั้น....เฮ้อออออออออ....ยังไม่จบนะ แค่จบไปส่วนหนึ่ง
พอป้าเข้า Netflix ซึ่งป้ามีบัญชีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับ True
เปิดหนังขึ้นมาเรื่องหนึ่ง....เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน
ป้าใช้รีโมทของ True ลดเสียง มันขึ้นว่า
"enable CEC and volume control from advance option in device preference setting"
เดี๋ยวนะ...ป้าไม่รู้ว่า CEC คืออะไร (ใครรู้บอกป้าได้นะ) แต่ป้าเข้าใจคำว่า advance option ว่ามันไม่ธรรมดา
ป้าจะลดเสียง ต้องใช้ advance option เลยหรือ นี่ป้าต้องจบวิศวะ ก่อนมั๊ยถึงจะมาปรับเสียงกล่อง TV ได้ เผอิญป้าก็ไม่ได้จบวิศวะด้วย
ป้าลองใช้รีโมท TV ลดเสียง ไม่รับค่ะ ปรับเสียงไม่ได้เลย
สรุปป้าควรลงทุนซื้อจอใหญ่ๆ มาเปิดหนังกลางแปลงให้คนในซอยดูด้วยกันแล้วเก็บตังค์ท่าจะดี
.
ว่าด้วยความ "ไม่น่ารัก" ของการให้บริการ
ปัญหาทั้งหมดข้างต้น หลังจากแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองไม่สำเร็จ ป้าก็ทำดังนี้
1. โทรหาช่างที่มาติดตั้ง (ช่างให้เบอร์ไว้) ช่างตอบว่า "ผมรู้แค่บ้านไหนติดอุปกรณ์อะไร และวิธีใช้อุปกรณ์ครับ เรื่องแพคเกจผมไม่รู้ ต้องถามเซล เบอร์...(ให้ชื่อและเบอร์เซลมา)"
เคร...เป็นคำตอบที่รับได้...ป้าโทรหาเซล
2. โทรหาเซล ครั้งแรกไม่รับสาย ทักไลน์ไป ไม่อ่าน ไม่ตอบ โทรอีกครั้ง นางรับโทรศัพท์
เซล : ตอนนี้หนูลาพักผ่อน โทรเข้า Call Center นะคะ
ป้า : แต่น้องคะ Call Center มันโทรยากมากนะคะ
เซล : ใช่ค่ะ แต่โทรได้ 24 ชั่วโมงเลยค่ะ (นางพูดอย่างภาคภูมิใจ คงคิดให้ป้าโทรตอนตี 2)
ป้า : !!!???? หลังจากเหวอไป 5 นาที ก็ตั้งสติโทรหา Call Center
3. โทรเข้า Call Center เล่าปัญหาให้ฟัง ได้คำตอบว่า "เดี๋ยวผมให้ช่างโทรกลับภายใน 24 ชั่วโมง"
เอ้า...แล้วช่างไหน จะโทรหาป้า ท่างทางคงช่าง

มั๊ง..!!!
.......ป้างง ค่ะ ป้างง สรุปป้าจะพึงพาใครได้มั๊ย....!!!
แล้วป้าก็เป็นลูกจ้างนะ ไม่ใช่เจ้าของกิจการ ที่จะต้องลางานเพื่อมานั่งเฝ้าโทรศัพท์แก้ปัญหาเรื่องแพคเกจอินเทอร์เน็ต...!!!
.
Call Center โทรติดแสนจะยาก มาเข้าใจก็ตอนโทรติดครั้งที่ 4 (โทรติดครั้งที่ 4 นะ โทรจริงๆ เกือบ 20 ครั้ง)
ว่าแต่ละคนคงโทรถามครั้งละนานๆ เพราะป้าเองก็ถามไปเกือบครึ่งชั่วโมง
และต้องโทรถึง 4 ครั้งถึงจะได้ข้อสรุปว่า "ไม่ควรติดตั้ง True ตั้งแต่แรก....โง่เอง เห็นแก่ของถูก"
โปรดสังเกตว่าโทร 4 ครั้งปัญหา ยังไม่ได้ถูกแก้
คำตอบสั้นๆ ที่สรุปได้คือ ปัญหาทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 1 - 6 คือปัญหาที่ลูกค้า "ต้องทำใจยอมรับ"
เพราะ Call Center ไม่สามารถแก้อะไรได้ ถ้าผู้บริหารไม่เปลี่ยน Mind Set ที่คิดจะเอาเปรียบลูกค้า
คิดจะทำกำไร ป้าไม่ว่ามันเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ แต่คิดเอาเปรียบป้ารับไม่ได้
4. ป้าโกรธมากหาช่องทางร้องเรียน ก็ไปพบ voc@truecorp.co.th ป้าเลยส่งเมล์ไปร้องเรียน เล่าเรื่องที่ป้าเจอ
เช้าวันรุ่งขึ้น Call Center โทรหาป้า และบอกป้าเรื่อง SMS ที่เล่าไปข้างต้น
ก่อนหน้านี้ป้าโทรไปตั้งหลายที่ไม่มีใครบอกป้าเรื่องนี้ซักคนได้แต่โยนกันไปมา....นี่คือบริการ...??
แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะจบนะ แค่ป้าเริ่มทำใจได้ว่าป้าต้องสติแตกต่อไปถ้ายังไม่เลิกบริการ
ที่สำคัญป้าเมล์ไป 2 ครั้ง ตอบป้าแค่ครั้งแรกครั้งเดียว ให้ช่องทางการติดต่อมากมาย สรุปแล้วคือให้โทรเข้า Call Center อย่างเดียว
เมล์ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องจากครั้งแรก ไม่มีใครตอบเมล์ ป้าต้องโทรเข้า Call Center อยู่ดี
5. ความมั่วของการบริการ เอาจริงทุกวันนี้ป้ายังไม่รู้เลยว่าแพคเกจที่ตัวเองได้มีอะไรบ้าง เลยอาจจะด่าผิดด่าถูก
ป้าก็ผิดเองที่ไม่หาข้อมูลให้ดีก่อนจะเปลี่ยน คิดแต่ราคาถูกลงเกินครึ่ง
มาถามเพื่อนๆ ที่ใช้ก็เจอปัญหาเดียวกัน เฮ้อออออออ.....ไม่น่าเลยเรา
แอปของ true ก็มีหลายตัวจนงง หนึ่งเรื่องหนึ่งแอป SMS ก็มาจากหลายที่ เข้า app ทีก็มี OTP ที จนสับสน
ป้าแก่แล้ว คนที่บ้านป้าก็แก่ๆ ด้วยกัน ป้านี่ก็ถือเป็นความหวังของหมู่บ้านแล้วยังสติแตก
สงสารกันบ้างเถอะ ทำอะไรให้มันง่ายหน่อยได้มั๊ย
หรือคิดว่าลูกค้ามีแต่เด็กๆ
หรือคิดว่าจะใช้เน็ตลูกค้าต้องทำได้
หรือเพราะมีสัญญาทาส 2 ปี ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร ยังไงลูกค้าก็ต้องทน...!!!
เข้าไปดูว่ามีสิทธิอะไร ก็ไม่ขึ้นสิทธิ ขึ้นเฉพาะที่ป้าสมัครไว้แล้ว ไอ้ที่เหลือที่มีสิทธิแต่ยังไม่สมัคร ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง
ไหนๆ ป้าหลวมตัวไปแล้ว ก็น่าจะใช้ประโยชน์จากเงินที่ต้องจ่ายได้บ้างนะ อย่าเอาเปรียบกันมากนักเลย
6. เรื่องการยกเลิก เนื่องจากแพคเกจของป้าเป็นสัญญา 2 ปี Call Center แจ้งว่า
ถ้าจะยกเลิกมีค่าปรับ 4,000 กว่าๆ ค่ายกเลิกอีกพันกว่าๆ และค่าบริการที่ใช้ไปเกือบ 1 เดือนอีก 599 รวมแล้วประมาณ 6 พันกว่าๆ (ป้าจำเลขที่แน่นอนไม่ได้)
จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าไปต่อ ป้าต้องจ่าย 599 บาท x 24 เดือน = 14,376 บาท แลกกับการสติแตกทุกครั้งที่เกิดปัญหา
ถ้าพอแค่นี้ ป้าจ่ายอีก 6 พันกว่าๆ แต่ต้องจ่ายเลยทีเดียว และกลับไปเป็นค่ายเดิมที่ราคาสูงกว่า นี่คือต้นทุน "ค่าโง่" ของป้า
บริการก็แย่ พอจะยกเลิกยังต้องเสียเงินยกเลิกอีก ลูกค้ามีแต่เสียเปรียบ สคบ. ช่วยได้มั๊ย
ไม่ต้องแนะนำว่าทำอย่างไร เพราะฟ้องร้องไปก็มีแต่เสียเงิน (True คิดตรงนี้ไว้แล้วแหละ ดูออก เพิ่งมาดูออกตอนพลาดไปนี่สิ...!!)
ช่วยควบคุมการดำเนินงานไม่ให้เอาเปรียบลูกค้าแบบนี้ได้มั๊ย
สรุป
1. ป้าเสียใจมากที่ยกเลิกค่ายเก่าซึ่งดีมาก ไม่เคยมีปัญหา แค่แพงหน่อย (ซึ่งจริงๆ ป้าก็จ่ายได้นะ) ป้าเห็นแก่ของถูก เลยได้ของไม่มีคุณภาพ กล่อง TV ของค่ายเก่า มีโฆษณาแค่ตอนเปิดกับตอนกด Home (ซึ่งเข้าใจได้ไม่ว่ากัน) ไม่มีแทรกมาตลอดเวลาจนแทบไม่ได้ดูอะไร
2. ป้าคิดจะยังใช้เน็ตของ True อยู่ เพราะติดสัญญา 2 ปี พ้น 2 ปี ก็จะเลิก แต่คงต้องหากล่อง TV ใหม่ เพราะเน็ต True ถึงจะไม่ค่อยเสถียร ก็ยังถูกกว่าค่ายเดิม (เค้าคงคิดมาแล้วว่าลูกค้าจะต้องเลือกแบบนี้) ใครมีข้อแนะนำอะไรบอกป้าหน่อย
3. ป้าจะย้ายค่ายโทรศัพท์จาก DTAC เป็น AIS เพราะ DTAC เป็นผู้นำ True มาหาป้า : พาล
4. มีกล่อง TV แนะนำมั๊ย เอาที่ไม่มีโฆษณา หรือโฆษณาแค่พอประมาณ
ขอบคุณถ้าอ่านมาจนจบ ป้าปวดหัว
สติแตกกับ True ใครจะเปลี่ยนมาใช้อ่านทางนี้ก่อน
ตรงไหนป้าเข้าใจผิด ช่วยชี้แจงให้ป้าเข้าใจหน่อย
หรือมาแชร์ประสบการณ์ ความคิดเห็นกันได้
.
เริ่มจากป้าใช้เบอร์ DTAC มาตั้งแต่เป็น World Phone 800 (หลานๆ คงเกิดไม่ทัน 555)
จนตอนนี้ DTAC ควบรวมกับ True ป้าเลยมีบทเรียนของการเห็นแก่ของถูก
.
เรื่องของป้าคือ
เมื่อเดือน ม.ค. 69 มีเซล true โทรมาเพื่อขาย package กล่อง ture id ในราคาเดือนละ 399 โดยบอกว่าเป็นแพคเกจพิเศษของลูกค้า DTAC
ด้วยความเห็นแก่ของถูก ป้าก็เลยถามแพคเกจเน็ตบ้าน เพราะที่ใช้อยู่เดิมราคาค่อนข้างแพง (พันกว่าบาท) ซึ่งตอนนี้ป้าเสียดายมากที่ยกเลิกไป
สรุปป้าตกลงซื้อแพคเกจเดือนละ 599 โดยมี กล่อง True ID, Router 2 ตัว, กล้องวงจรปิด 1 ตัว สัญญา 2 ปี
และในแพคเกจของ True ID เซลก็แจ้งว่ามี Streaming ของ True ID, True Vision, VIU, iQIYI และอื่นๆ อีกเยอะแยะ (จำได้แค่นี้เพราะเล็งไว้ว่าจะดู)
และแล้วความหายนะ ก็บังเกิด ว่ากันไปที่ละอย่างเลยละกัน
.
เริ่มจากกล่อง True ID
โฆษณาเยอะมาก ยิ่งกว่าดู YouTube แบบปกติอีก นั่งดู TV ช่องปกติ อยู่ๆ ก็มีโฆษณาขึ้นมา เหมือนดู YouTube เลย
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นโฆษณาของช่องที่ดู แต่ดูๆ ไป มันแปลกๆ แล้วก็มีโลโก้ True แปะ รวมถึงสินค้า และอื่นๆ ที่ดูแล้วไม่ใช่ช่องปกติ
ก็หาทางข้าม.....ข้ามไม่ได้ค่ะ....YouTube ยังมีให้ข้ามเมื่อครบเวลา
แก้โดยการกดเลขช่องที่จะดู....กดไม่ได้ค่ะ โฆษณายังคงอยู่ต่อไป
แก้โดยการกดปุ่ม TV บนรีโมท ก็เข้าไปหน้าเลือกช่อง คือมีโลโก้ของช่องทั้งหมดให้ป้าเลือกว่าจะดูช่องไหน...ต้องเลือกช่องใหม่ (ป้าจะดูช่องเดิม...!!!!!)
กดเข้าช่องเดิม....ตอนที่จะดูผ่านไปแล้ว
พระเอกนางเอกจีบกัน ป้าไม่ได้ดูเพราะมัวแต่ดูโฆษณาของ True บางทีกดไปก็ไปเจอโฆษณาของช่องปกติอีก
สรุปซื้อกล่องเพื่อดูโฆษณา....ถ้าแบบนั้นป้าดูยูทูปก็ได้นะซื้อยูทูปพรีเมี่ยมก็ไม่กี่สตางค์
ใครรู้กฎหมายตอบป้าหน่อย นี่มันถือว่าเป็นการริดรอนสิทธิผู้บริโภคมั๊ย
เอาเปรียบลูกค้ามาก ไปรับเงินค่าโฆษณามาแล้ว ยังมายัดเยียดให้ลูกค้าดู ไม่อยากดูก็ข้ามไม่ได้
ลูกค้าต้องเสียเงิน 399 (ตามแพคเกจแรกที่ขายป้า) แล้วยังต้องทนกับเรื่องแบบนี้หรือ
ไอ้พวกมาซื้อโฆษณาก็ไม่คิดเนอะว่ามันจะเสียภาพลักษณ์ของสินค้ามากกว่าจะทำให้ลูกค้าสนใจ
ถาม Call Center ก็บอกว่า "ขอโทษค่ะ เราไม่มีแพคเกจข้ามโฆษณา"
เฮ้ย.....หมายความว่า 1. ป้าต้องทน 2. ถ้ามีก็ต้องซื้อเพิ่ม....@##$%&*!!+)_&!????
.
ต่อมาที่แพคเกจ Streaming
ป้าก็อยากดูซีรี่ส์เกาหลี จีน และหนังดังอื่นๆ ใน Streamming พวก True ID, True Vision, VIU, iQIYI
ป้าก็เลือกเข้าไปดู True ID ให้ลงทะเบียน
เคร...ใช้ครั้งแรกเป็นเรื่องปกติ ป้ารับได้
ลงทะเบียนแล้ว เข้าไปดูหนังใน True ID
พระเจ้า....ดูเต็มได้แค่บางเรื่อง บางเรื่องดูได้แค่ไม่กี่ตอนถ้าจะดูเพิ่มต้องเสียเงินซื้อ VIP
เอ้า...ตอนขายทำไมไม่บอก หรือถ้าบอกก็ไม่ซื้อ....อั้นนี้เข้าข่ายปิดบังข้อมูลมั๊ย หรือตั้งใจไม่บอกให้ลูกค้าโง่ๆ อย่างป้าเข้าใจผิด
พอป้าเข้า True Vision
มันก็ขอเลข True Smart Card..?? ป้าไม่เคยมี ไม่เคยได้ และไม่เคยมีใครบอกป้าว่ามันต้องมี
ถาม Call Center ก็บอกว่า แพคเกจป้าไม่มี True Smart Card และดู True Vision ไม่ได้
เอ้า...แล้วตอนขายทำไมบอกว่าได้ (ป้าจำได้ว่าบอกแบบนี้เพราะมีหนังที่ป้าอยากดูอยู่)
พอป้าเข้า VIU และ iQIYI
มันก็ให้ป้าซื้อแพคเกจ....เดี๋ยวนะ ก็บอกว่าในแพคเกจป้ามี แล้วไง
นี่ป้ากดจาก True ID นะ มันควรต้องเข้าได้หรือลงทะเบียนด้วย True ID ได้ หรือมีช่องให้ลงทะเบียนด้วย True ID (อันนี้ความคิดป้า)
Call Center ตอบป้าว่า เซลไม่ได้บอกหรือคะว่า ตอนที่ติดตั้งเสร็จจะมี SMS ส่งมาให้เปิด...!!!
ทั้งเซล และช่าง ไม่มีใครซักคนบอกป้า...ป้าควรต้องรู้เอง ???
เคร...SMS ที่ส่งตอนเปิด ก็มีเยอะจนป้ารำคาญที่จะอ่าน (อันนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดป้า ไม่อ่านทุก SMS เอง ยอมรับ)
ว่าแต่....จะต้อนรับ จะอวยอะไรกันนักกันหนา....บริการให้ดี ดีกว่ามั๊ย
ป้าก็ขอให้ Call Center ส่ง SMS มาให้ใหม่
แล้วป้าก็เข้าไปคลิกตามนั้น....เฮ้อออออออออ....ยังไม่จบนะ แค่จบไปส่วนหนึ่ง
พอป้าเข้า Netflix ซึ่งป้ามีบัญชีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับ True
เปิดหนังขึ้นมาเรื่องหนึ่ง....เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน
ป้าใช้รีโมทของ True ลดเสียง มันขึ้นว่า
"enable CEC and volume control from advance option in device preference setting"
เดี๋ยวนะ...ป้าไม่รู้ว่า CEC คืออะไร (ใครรู้บอกป้าได้นะ) แต่ป้าเข้าใจคำว่า advance option ว่ามันไม่ธรรมดา
ป้าจะลดเสียง ต้องใช้ advance option เลยหรือ นี่ป้าต้องจบวิศวะ ก่อนมั๊ยถึงจะมาปรับเสียงกล่อง TV ได้ เผอิญป้าก็ไม่ได้จบวิศวะด้วย
ป้าลองใช้รีโมท TV ลดเสียง ไม่รับค่ะ ปรับเสียงไม่ได้เลย
สรุปป้าควรลงทุนซื้อจอใหญ่ๆ มาเปิดหนังกลางแปลงให้คนในซอยดูด้วยกันแล้วเก็บตังค์ท่าจะดี
.
ว่าด้วยความ "ไม่น่ารัก" ของการให้บริการ
ปัญหาทั้งหมดข้างต้น หลังจากแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองไม่สำเร็จ ป้าก็ทำดังนี้
1. โทรหาช่างที่มาติดตั้ง (ช่างให้เบอร์ไว้) ช่างตอบว่า "ผมรู้แค่บ้านไหนติดอุปกรณ์อะไร และวิธีใช้อุปกรณ์ครับ เรื่องแพคเกจผมไม่รู้ ต้องถามเซล เบอร์...(ให้ชื่อและเบอร์เซลมา)"
เคร...เป็นคำตอบที่รับได้...ป้าโทรหาเซล
2. โทรหาเซล ครั้งแรกไม่รับสาย ทักไลน์ไป ไม่อ่าน ไม่ตอบ โทรอีกครั้ง นางรับโทรศัพท์
เซล : ตอนนี้หนูลาพักผ่อน โทรเข้า Call Center นะคะ
ป้า : แต่น้องคะ Call Center มันโทรยากมากนะคะ
เซล : ใช่ค่ะ แต่โทรได้ 24 ชั่วโมงเลยค่ะ (นางพูดอย่างภาคภูมิใจ คงคิดให้ป้าโทรตอนตี 2)
ป้า : !!!???? หลังจากเหวอไป 5 นาที ก็ตั้งสติโทรหา Call Center
3. โทรเข้า Call Center เล่าปัญหาให้ฟัง ได้คำตอบว่า "เดี๋ยวผมให้ช่างโทรกลับภายใน 24 ชั่วโมง"
เอ้า...แล้วช่างไหน จะโทรหาป้า ท่างทางคงช่าง
.......ป้างง ค่ะ ป้างง สรุปป้าจะพึงพาใครได้มั๊ย....!!!
แล้วป้าก็เป็นลูกจ้างนะ ไม่ใช่เจ้าของกิจการ ที่จะต้องลางานเพื่อมานั่งเฝ้าโทรศัพท์แก้ปัญหาเรื่องแพคเกจอินเทอร์เน็ต...!!!
.
Call Center โทรติดแสนจะยาก มาเข้าใจก็ตอนโทรติดครั้งที่ 4 (โทรติดครั้งที่ 4 นะ โทรจริงๆ เกือบ 20 ครั้ง)
ว่าแต่ละคนคงโทรถามครั้งละนานๆ เพราะป้าเองก็ถามไปเกือบครึ่งชั่วโมง
และต้องโทรถึง 4 ครั้งถึงจะได้ข้อสรุปว่า "ไม่ควรติดตั้ง True ตั้งแต่แรก....โง่เอง เห็นแก่ของถูก"
โปรดสังเกตว่าโทร 4 ครั้งปัญหา ยังไม่ได้ถูกแก้
คำตอบสั้นๆ ที่สรุปได้คือ ปัญหาทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 1 - 6 คือปัญหาที่ลูกค้า "ต้องทำใจยอมรับ"
เพราะ Call Center ไม่สามารถแก้อะไรได้ ถ้าผู้บริหารไม่เปลี่ยน Mind Set ที่คิดจะเอาเปรียบลูกค้า
คิดจะทำกำไร ป้าไม่ว่ามันเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ แต่คิดเอาเปรียบป้ารับไม่ได้
4. ป้าโกรธมากหาช่องทางร้องเรียน ก็ไปพบ voc@truecorp.co.th ป้าเลยส่งเมล์ไปร้องเรียน เล่าเรื่องที่ป้าเจอ
เช้าวันรุ่งขึ้น Call Center โทรหาป้า และบอกป้าเรื่อง SMS ที่เล่าไปข้างต้น
ก่อนหน้านี้ป้าโทรไปตั้งหลายที่ไม่มีใครบอกป้าเรื่องนี้ซักคนได้แต่โยนกันไปมา....นี่คือบริการ...??
แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะจบนะ แค่ป้าเริ่มทำใจได้ว่าป้าต้องสติแตกต่อไปถ้ายังไม่เลิกบริการ
ที่สำคัญป้าเมล์ไป 2 ครั้ง ตอบป้าแค่ครั้งแรกครั้งเดียว ให้ช่องทางการติดต่อมากมาย สรุปแล้วคือให้โทรเข้า Call Center อย่างเดียว
เมล์ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาสืบเนื่องจากครั้งแรก ไม่มีใครตอบเมล์ ป้าต้องโทรเข้า Call Center อยู่ดี
6. เรื่องการยกเลิก เนื่องจากแพคเกจของป้าเป็นสัญญา 2 ปี Call Center แจ้งว่า
ถ้าจะยกเลิกมีค่าปรับ 4,000 กว่าๆ ค่ายกเลิกอีกพันกว่าๆ และค่าบริการที่ใช้ไปเกือบ 1 เดือนอีก 599 รวมแล้วประมาณ 6 พันกว่าๆ (ป้าจำเลขที่แน่นอนไม่ได้)
จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าไปต่อ ป้าต้องจ่าย 599 บาท x 24 เดือน = 14,376 บาท แลกกับการสติแตกทุกครั้งที่เกิดปัญหา
ถ้าพอแค่นี้ ป้าจ่ายอีก 6 พันกว่าๆ แต่ต้องจ่ายเลยทีเดียว และกลับไปเป็นค่ายเดิมที่ราคาสูงกว่า นี่คือต้นทุน "ค่าโง่" ของป้า
บริการก็แย่ พอจะยกเลิกยังต้องเสียเงินยกเลิกอีก ลูกค้ามีแต่เสียเปรียบ สคบ. ช่วยได้มั๊ย
ไม่ต้องแนะนำว่าทำอย่างไร เพราะฟ้องร้องไปก็มีแต่เสียเงิน (True คิดตรงนี้ไว้แล้วแหละ ดูออก เพิ่งมาดูออกตอนพลาดไปนี่สิ...!!)
ช่วยควบคุมการดำเนินงานไม่ให้เอาเปรียบลูกค้าแบบนี้ได้มั๊ย
สรุป
1. ป้าเสียใจมากที่ยกเลิกค่ายเก่าซึ่งดีมาก ไม่เคยมีปัญหา แค่แพงหน่อย (ซึ่งจริงๆ ป้าก็จ่ายได้นะ) ป้าเห็นแก่ของถูก เลยได้ของไม่มีคุณภาพ กล่อง TV ของค่ายเก่า มีโฆษณาแค่ตอนเปิดกับตอนกด Home (ซึ่งเข้าใจได้ไม่ว่ากัน) ไม่มีแทรกมาตลอดเวลาจนแทบไม่ได้ดูอะไร
2. ป้าคิดจะยังใช้เน็ตของ True อยู่ เพราะติดสัญญา 2 ปี พ้น 2 ปี ก็จะเลิก แต่คงต้องหากล่อง TV ใหม่ เพราะเน็ต True ถึงจะไม่ค่อยเสถียร ก็ยังถูกกว่าค่ายเดิม (เค้าคงคิดมาแล้วว่าลูกค้าจะต้องเลือกแบบนี้) ใครมีข้อแนะนำอะไรบอกป้าหน่อย
3. ป้าจะย้ายค่ายโทรศัพท์จาก DTAC เป็น AIS เพราะ DTAC เป็นผู้นำ True มาหาป้า : พาล
4. มีกล่อง TV แนะนำมั๊ย เอาที่ไม่มีโฆษณา หรือโฆษณาแค่พอประมาณ
ขอบคุณถ้าอ่านมาจนจบ ป้าปวดหัว