CBDC โดนใบแดง! เจาะลึกเกมแก้ทาง BRICS เมื่อทรัมป์เลือกใช้ Stablecoin เป็นบอดี้การ์ดดอลลาร์!!



Fed CBDC ทำไมรัฐบาลถึงโดน "ใบแดง"?
ปกติเวลาโลกเปลี่ยนไปใช้เงินดิจิทัล รัฐบาลส่วนใหญ่จะอยากทำเอง (เรียกว่า CBDC) แต่ในอเมริกา สภาคองเกรสเพิ่งจะเบรกตัวโก่งด้วยร่างกฎหมาย ROAD to Housing Act เพราะเขากลัวว่า
1. รัฐบาลจะกลายเป็น "นักสืบ" ถ้า Fed ทำเงินดิจิทัลเอง รัฐจะรู้หมดว่าคุณซื้อกาแฟที่ไหน โอนเงินให้ใครตอนกี่โมง มันคือการสอดแนมแบบ 24 ชั่วโมงที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
2. อำนาจล้นมือ แทนที่จะให้ธนาคารดูแลเงิน กลายเป็นรัฐคุมเบ็ดเสร็จ นักการเมืองเลยบอกว่า "หยุด! ห้ามทำเด็ดขาด"

คู่แข่งบีบหน้าบีบหลัง (BRICS & จีน)
ในขณะที่อเมริกาเถียงกันเอง เพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยถูกกันอย่างกลุ่ม BRICS (นำโดยรัสเซีย-จีน) กำลังสร้างระบบ mBridge ซึ่งมันคือ "ทางลัด" ให้แต่ละประเทศโอนเงินหากันได้โดย "ไม่ต้องง้อดอลลาร์"
จีน ใช้เงินหยวนดิจิทัล (e-CNY) นำไปก่อนแล้ว เป้าหมายเพื่อโค่นแชมป์ดอลลาร์ ให้ตกรุ่นไปซะ

แผนแก้เกมสุดแสบ "ยืมมือเอกชน"
เมื่อรัฐบาลทำเองไม่ได้ (เพราะโดนด่า) และจะอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ (เพราะจะแพ้จีน) รัฐบาลทรัมป์เลยเลือกเดินหมากใหม่ที่ฉลาดกว่าเดิม "ในเมื่อรัฐทำไม่ได้ ก็ให้เอกชนทำสิ!"
นี่คือเหตุผลที่อเมริกาหันมาสนับสนุนคริปโตและ Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์) ของบริษัทเอกชนแทนเพราะ
1. ดูดี รัฐบาลไม่ต้องโดนด่าว่าแอบส่องบัญชีใคร เพราะเอกชนเป็นคนรันระบบ
2. เร็ว พวกเจ้าพ่อวอลล์สตรีทและบริษัทเทคโนโลยีทำงานไวกว่ารัฐบาลเยอะ
3. ขยายอำนาจ เมื่อคนทั่วโลกใช้เหรียญดิจิทัลที่อิงกับดอลลาร์ (แม้จะเป็นของเอกชน) ดอลลาร์ก็ยังเป็นใหญ่ในโลกดิจิทัลอยู่ดี

บทสรุป
การที่สภาคองเกรสสั่งแบนไม่ให้ธนาคารกลางทำเงินดิจิทัล ไม่ได้แปลว่าโลกดิจิทัลจะหยุดลง แต่มันคือการเปลี่ยนตัวแสดง
จากเดิมรัฐบาลคุมเงิน กลายเป็นกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ + AI + ระบบคริปโตเอกชน เป็นคนคุมแทน
เราอาจจะสบายใจที่รัฐบาลไม่รู้ความลับทางการเงินของเรา แต่เรากำลังก้าวเข้าไปอยู่ใน "กรงทองดิจิทัล" ที่บริษัทระดับโลกเป็นคนถือกุญแจ นี่ไม่ใช่การล่มสลายของดอลลาร์ครับ แต่มันคือการ "อัปเกรด" ให้ดอลลาร์กลายร่างเป็นดิจิทัลผ่านมือเอกชน เพื่อครองโลกต่อไปในแบบที่เราแทบไม่รู้ตัว




แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่