สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิป.... ทุกๆคนก็คงเคยคิดว่า "ความรัก" ที่ใฝ่หานั้นมันต้องเป็นแบบนี้ เป็นคนนี้ คนรวย คนที่แทบไม่ต้องร้องขอเขาก็ทำให้
และ " คนที่ใช่ " คนที่อยู่ในความทรงจำ ไปที่ไหนก็นึกถึง อยู่ตรงไหนก็นึกถึง
*** คนที่ใช่คือใคร ? ***
อันนี้ก็พูดไม่ได้ ไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะคำว่า " คนที่ใช่ " ของแต่ละคนไม่เหมือ่นกัน และวันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องราวของคนที่ใช่ แต่ผิดเวลา และวันนี้เธอก็ได้จากผมไปแล้ว มันก็คงเหลือแค่ความทรงจำ ความรู้สึกในที่ ที่เราเคยไปด้วยกัน และจะได้จดจำไว้ว่าเธอคือคนนึกที่เข้ามาในชีวิตของผม แล้วทำให้ผม มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เคยมีมา....
ย้อนไปเมื่อปี 2568 ช่วงเดือนสิงหาคม ผมได้เจอ ผญ.คนนึงที่เป็นพนักงานใหม่เข้ามาในบริษัท ในตำแหน่ง HRMS และผมก็ได้ทำงานอยู่ที่นั่นเช่นกันเธอมีชื่อว่า "เตย" เตยน่าจะอายุ 30+ เธอเป็นคนจังหวัดหนองคาย ซึ่งเตยก็มีลูกแล้ว แต่สถานะทางครอบครัวยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ในวันที่เจอครั้งแรกทางฝ่ายบุคคลก็แนะนำให้ผมได้รู้จักเตย ก็เป็นไปตามธรรมเนียบ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จนมีวันนึงนางอยากทานของเปรี้ยว ผมจึงออกตัวเลยว่า
"เดี๋ยวผมไปเอาตะลิงปิงมา พร้อมทำน้ำจิ๊มเด็ดๆมาให้.... " นั่นคือบทสนธนาแรกของผมกับเตย
และมีคืนนึงเกือบๆ 3 ทุ่มละ ผมเลิกงานและรู้สึกเหนื่อยอยากดื่มจึงไปชวนน้องที่แผนกเดียวกัน แต่น้องไม่ไปเพราะน้องเขาติดสาวอยู่ 555+ แต่ผมเหลือบตาไปเห็นเตย ผมจึกชวนเขา...
ผม " พี่ไปกินเบียร์ป้ะ เดี๋ยวผมจ่ายเอง พี่สะดวกไหม "
อาเตย " ไปกินแถวไหนเหรอ?"
ผม " แถวนี้ใกล้ๆ ไปป่าว ถ้าไม่สะดวกผมไปคนเดียวได้ "
อาเตย " โอเค พี่เลิก 4 ทุ่มนะ รอได้ไหม "
ผม " ได้พี่ เดี๋ยวผมรอ "
นั่นแหละมันคือจุดเรื่มต้นความรู้สึกของผม......
อาเตยเลิกงานแล้วผมก็พานางไปร้านที่ผมไปดื่มประจำเธอซ้อนท้ายมอไซค์ไปกับผม
เมื่อถึงร้าน เราก็สั่งอาหาร สั่งเครื่องดื่มมาปกติ เมื่อเราดื่มจนดึกพอแล้ว ประมาณเที่ยงคืนได้เรากำลังจะกลับเรียกเด็กทางร้านมาเช็คบิลน้องที่กำลังเช็คบิลก็บอกว่า
" มีคนจ่ายให้แล้วค่ะ....โต๊ะ 11 "
ไอ้เราก็งงกับอาเตย อาเตยก็บอกว่า
อาเตย " น่าจะเป็นโต๊ะนั้นที่เขานั่งมองพี่อยู่พักนึงแหละ "
ผม " อย่างนี้ก็หวานเจี๊ยบสิ กินฟรีๆ 555+ "
พวกเราต่างพากันขำ
อาเตย " เธอฉันอยากไปร้องเพลงอ้ะ แถวนี้มีคาราโอเกะไหม? "
ผม " มีพี่ พี่อยากไปเหรอ เดี๋ยวผมพาไป "
อาเตย " ไปดิ ไปไปไปไปไปไปไปไป.....
หลังจากออกร้านนั้นเราทั้งสองก็ได้ไปร้านคาราโอเกะที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ในระหว่างทางเราได้แหกปากตะโกนกันทั้งสอง เหมือนได้ปลดปล่อย และในช่วงเวลานั้น ผมรู้สึกว่าผม มีความสุขมากๆ จริงๆ
จนมาถึงร้านคาราโอเกะ เราก็จักเรื่องดื่มมากันเลย 2 ที่ อาเตยเป็นที่ร้องเพลงเพราะมาก ผมชอบมาก เพราะผมก็ร้องเพลงเหมือนกัน
" เห้ยทำไมมันมีความสุขอย่างนี้ "
กว่าเราจะเลิกจากตรงนั้นก็ ตี 2 กว่าแล้ว
และหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ทุกๆวันที่ผมเขาไปหาอาเตย ไปนั่งคุยกัน ไปเล่นกัน
ผมชอบถักเปียให้อาเตย เวลามีงานเลี้ยงกิจกรรมต่างๆ ผมก็มักจะไปกับอาเตย คือไปบ่อยมาก ทุกๆที่
ที่เราไปด้วยกัน เชาย ร้านแว่น , ร้านคาราโอเกะ , ร้านอาหารที่เราไปประจำ , งานเลี้ยงปีใหม่ , ทีที่เราร้องเพลงด้วยกัน , ตลาดท่าเรือที่เราไปนั่งกินข้าวด้วยกัน มองทะเลด้วยกัน
และวันสุดท้ายที่เราไปด้วยกันคือ งานวัด,และโรงเบียร์ เริ่มแรกเราไปงานวัดเต้นหน้าเวทีสนุกกันอยากมาก และต่อไปที่โรงเบียร์ แต่ในระหว่างทาง
เราได้นั่งรถตู้ของลุงไปกัน อาเตยได้เอามือของผมไปกอดที่คอของเธอ คือเธอนั่งด้านหน้าของรถผมอยู่หลังของเธอ มันทำให้ความรู้สึกว่า ผมกำลังกอด
อาเตยจากข้างหลัง และอาเตยเป็นคนที่ชอบกัดมาก นางกัดผมประจำ กัดแรงด้วยนะ คือเช้ามาเป็นรอยเลย และหลังจากนั้นเธอก็เอาหัวของเธอมาให้ผมดม มันหอมมากๆเลยนะ ถึงโรงเบียร์ผมก็ดูแลนางได้จับมือจูงมือ มันเป็นคืนที่ผมมีความสุขมากๆ เพราะความรู้สึกรักของผมให้อาเตยไปตั้งนานแล้ว แต่ความรู้สึกรักของผมไม่ได้ที่อยากจะครอบครองอาเตยมาเป็นคู่ แต่ผมมองว่าเธอคือดอกไม้ในกระถางที่สวยงามและผมหลงรัก และวันนี้เธอก็ต้องจากผมไปเติบโตที่อื่นแล้ว ทิ้งไว้เพียงแค่ผม ที่ให้ชีวิตอย่างว่างเปล่าโดยไม่มีอาเตย ที่ๆที่เราเคยไปด้วยกันในวันนั้น ผมจะนึกถึงเสมอ ..... ตอนนี้ผมพิมพ์ไปด้วยน้ำตาไหลไปด้วย จะทำไงดีเธอไม่อยู่แล้ว เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป? ใช่สิใช้ชีวิตต่อไป และจำภาพของเธอต่อไป ชีวิตที่ไม่มีเธอ มันอ้างว้างจริงๆ นี่แหบะคนที่ใช่ แต่มาผิดเวลาจริงๆ เธอได้ลาออกจากงานเพื่อไปอยู่กับแฟนของเขา เสียใจมั้ย... เสียใจนะ ใจหาย โต๊ะตัวนั้นที่เธอได้นั่ง และฉันได่ไปเจอเธอบ่อยๆ ในวันนี้มันไม่มีเธอแล้ว .....
ผมจะรักและคิดถึงพี่เสมอและตลอดไปนะ รูปที่เราถ่ายด้วยกัน ผมจะเก็บไว้อย่างดี วันใดที่ผมเหนื่อยหรือคิดถึง ผมจะมองมันเสมอ....
รักเธอนะอาเตย
คนที่ใช่... แต่ผิดเวลา
และ " คนที่ใช่ " คนที่อยู่ในความทรงจำ ไปที่ไหนก็นึกถึง อยู่ตรงไหนก็นึกถึง
*** คนที่ใช่คือใคร ? ***
อันนี้ก็พูดไม่ได้ ไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะคำว่า " คนที่ใช่ " ของแต่ละคนไม่เหมือ่นกัน และวันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องราวของคนที่ใช่ แต่ผิดเวลา และวันนี้เธอก็ได้จากผมไปแล้ว มันก็คงเหลือแค่ความทรงจำ ความรู้สึกในที่ ที่เราเคยไปด้วยกัน และจะได้จดจำไว้ว่าเธอคือคนนึกที่เข้ามาในชีวิตของผม แล้วทำให้ผม มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เคยมีมา....
ย้อนไปเมื่อปี 2568 ช่วงเดือนสิงหาคม ผมได้เจอ ผญ.คนนึงที่เป็นพนักงานใหม่เข้ามาในบริษัท ในตำแหน่ง HRMS และผมก็ได้ทำงานอยู่ที่นั่นเช่นกันเธอมีชื่อว่า "เตย" เตยน่าจะอายุ 30+ เธอเป็นคนจังหวัดหนองคาย ซึ่งเตยก็มีลูกแล้ว แต่สถานะทางครอบครัวยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ในวันที่เจอครั้งแรกทางฝ่ายบุคคลก็แนะนำให้ผมได้รู้จักเตย ก็เป็นไปตามธรรมเนียบ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร จนมีวันนึงนางอยากทานของเปรี้ยว ผมจึงออกตัวเลยว่า
"เดี๋ยวผมไปเอาตะลิงปิงมา พร้อมทำน้ำจิ๊มเด็ดๆมาให้.... " นั่นคือบทสนธนาแรกของผมกับเตย
และมีคืนนึงเกือบๆ 3 ทุ่มละ ผมเลิกงานและรู้สึกเหนื่อยอยากดื่มจึงไปชวนน้องที่แผนกเดียวกัน แต่น้องไม่ไปเพราะน้องเขาติดสาวอยู่ 555+ แต่ผมเหลือบตาไปเห็นเตย ผมจึกชวนเขา...
ผม " พี่ไปกินเบียร์ป้ะ เดี๋ยวผมจ่ายเอง พี่สะดวกไหม "
อาเตย " ไปกินแถวไหนเหรอ?"
ผม " แถวนี้ใกล้ๆ ไปป่าว ถ้าไม่สะดวกผมไปคนเดียวได้ "
อาเตย " โอเค พี่เลิก 4 ทุ่มนะ รอได้ไหม "
ผม " ได้พี่ เดี๋ยวผมรอ "
นั่นแหละมันคือจุดเรื่มต้นความรู้สึกของผม......
อาเตยเลิกงานแล้วผมก็พานางไปร้านที่ผมไปดื่มประจำเธอซ้อนท้ายมอไซค์ไปกับผม
เมื่อถึงร้าน เราก็สั่งอาหาร สั่งเครื่องดื่มมาปกติ เมื่อเราดื่มจนดึกพอแล้ว ประมาณเที่ยงคืนได้เรากำลังจะกลับเรียกเด็กทางร้านมาเช็คบิลน้องที่กำลังเช็คบิลก็บอกว่า
" มีคนจ่ายให้แล้วค่ะ....โต๊ะ 11 "
ไอ้เราก็งงกับอาเตย อาเตยก็บอกว่า
อาเตย " น่าจะเป็นโต๊ะนั้นที่เขานั่งมองพี่อยู่พักนึงแหละ "
ผม " อย่างนี้ก็หวานเจี๊ยบสิ กินฟรีๆ 555+ "
พวกเราต่างพากันขำ
อาเตย " เธอฉันอยากไปร้องเพลงอ้ะ แถวนี้มีคาราโอเกะไหม? "
ผม " มีพี่ พี่อยากไปเหรอ เดี๋ยวผมพาไป "
อาเตย " ไปดิ ไปไปไปไปไปไปไปไป.....
หลังจากออกร้านนั้นเราทั้งสองก็ได้ไปร้านคาราโอเกะที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ในระหว่างทางเราได้แหกปากตะโกนกันทั้งสอง เหมือนได้ปลดปล่อย และในช่วงเวลานั้น ผมรู้สึกว่าผม มีความสุขมากๆ จริงๆ
จนมาถึงร้านคาราโอเกะ เราก็จักเรื่องดื่มมากันเลย 2 ที่ อาเตยเป็นที่ร้องเพลงเพราะมาก ผมชอบมาก เพราะผมก็ร้องเพลงเหมือนกัน
" เห้ยทำไมมันมีความสุขอย่างนี้ "
กว่าเราจะเลิกจากตรงนั้นก็ ตี 2 กว่าแล้ว
และหลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ทุกๆวันที่ผมเขาไปหาอาเตย ไปนั่งคุยกัน ไปเล่นกัน
ผมชอบถักเปียให้อาเตย เวลามีงานเลี้ยงกิจกรรมต่างๆ ผมก็มักจะไปกับอาเตย คือไปบ่อยมาก ทุกๆที่
ที่เราไปด้วยกัน เชาย ร้านแว่น , ร้านคาราโอเกะ , ร้านอาหารที่เราไปประจำ , งานเลี้ยงปีใหม่ , ทีที่เราร้องเพลงด้วยกัน , ตลาดท่าเรือที่เราไปนั่งกินข้าวด้วยกัน มองทะเลด้วยกัน
และวันสุดท้ายที่เราไปด้วยกันคือ งานวัด,และโรงเบียร์ เริ่มแรกเราไปงานวัดเต้นหน้าเวทีสนุกกันอยากมาก และต่อไปที่โรงเบียร์ แต่ในระหว่างทาง
เราได้นั่งรถตู้ของลุงไปกัน อาเตยได้เอามือของผมไปกอดที่คอของเธอ คือเธอนั่งด้านหน้าของรถผมอยู่หลังของเธอ มันทำให้ความรู้สึกว่า ผมกำลังกอด
อาเตยจากข้างหลัง และอาเตยเป็นคนที่ชอบกัดมาก นางกัดผมประจำ กัดแรงด้วยนะ คือเช้ามาเป็นรอยเลย และหลังจากนั้นเธอก็เอาหัวของเธอมาให้ผมดม มันหอมมากๆเลยนะ ถึงโรงเบียร์ผมก็ดูแลนางได้จับมือจูงมือ มันเป็นคืนที่ผมมีความสุขมากๆ เพราะความรู้สึกรักของผมให้อาเตยไปตั้งนานแล้ว แต่ความรู้สึกรักของผมไม่ได้ที่อยากจะครอบครองอาเตยมาเป็นคู่ แต่ผมมองว่าเธอคือดอกไม้ในกระถางที่สวยงามและผมหลงรัก และวันนี้เธอก็ต้องจากผมไปเติบโตที่อื่นแล้ว ทิ้งไว้เพียงแค่ผม ที่ให้ชีวิตอย่างว่างเปล่าโดยไม่มีอาเตย ที่ๆที่เราเคยไปด้วยกันในวันนั้น ผมจะนึกถึงเสมอ ..... ตอนนี้ผมพิมพ์ไปด้วยน้ำตาไหลไปด้วย จะทำไงดีเธอไม่อยู่แล้ว เราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป? ใช่สิใช้ชีวิตต่อไป และจำภาพของเธอต่อไป ชีวิตที่ไม่มีเธอ มันอ้างว้างจริงๆ นี่แหบะคนที่ใช่ แต่มาผิดเวลาจริงๆ เธอได้ลาออกจากงานเพื่อไปอยู่กับแฟนของเขา เสียใจมั้ย... เสียใจนะ ใจหาย โต๊ะตัวนั้นที่เธอได้นั่ง และฉันได่ไปเจอเธอบ่อยๆ ในวันนี้มันไม่มีเธอแล้ว .....
ผมจะรักและคิดถึงพี่เสมอและตลอดไปนะ รูปที่เราถ่ายด้วยกัน ผมจะเก็บไว้อย่างดี วันใดที่ผมเหนื่อยหรือคิดถึง ผมจะมองมันเสมอ....
รักเธอนะอาเตย