ผวาสงคราม! จ่อ "ข้าวแกง" ขึ้นราคา | เนชั่นโฟกัส
พาณิชย์ ผวาสงครามดัน ข้าวแกงขึ้นราคา 10% เขย่าเงินเฟ้อปีนี้ทะยาน 1-3%
ส่วนเงินเฟ้อเดือนก.พ. ยังติดลบ0.88%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.พ. 2569 ว่ามีค่าเท่ากับ 99.67
เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. ปีก่อน ลดลง 0.88 % เนื่องจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน
ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหาร
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รวมทั้งเนื้อสุกร ไข่ไก่
และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด
โดยราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น 0.26% อาทิ อาหารสำเร็จรูป กับข้าวสำเร็จรูป
ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวสารเจ้า ผักชี ขณะที่หมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง1.59 %จากการลดลงของ
ค่ากระแสไฟฟ้า และราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ของใช้ส่วนบุคคลเป็นสำคัญ
นายนันทพงษ์กล่าวถึงแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนมี.ค. ว่าอาจปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเลขอาจติดลบน้อยลง หรือปรับเป็นบวกได้
จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
ต้นทุนต่อราคาสินค้าและบริการ
เบื้องต้น สนค.ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อปี2569จากกรณีสู้รบตะวันออกกลางโดยแบ่งออกเป็น 3กรณี คือ
1.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 80เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คาดว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10%ครอบคลุม10%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1-2 %
2.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 100เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10% ครอบคลุม20%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2-3 %
และ3.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 120เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10% ครอบคลุมมากกว่า50%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ มากกว่า3%
“ ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อ จนทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 80 - 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่ง
ผลกระทบทำให้สินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะอาหารจานด่วน ข้าวแกง ปรับราคาเพิ่มขึ้นทันที เพราะมีน้ำหนักในตระกร้า
เงินเฟ้อมากถึง 16% รวมไปถึงค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และค่าขนส่งสาธารณะ ก็จะปรับตามไปด้วย
ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อทั้งปีนี้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ระหว่าง 1-3% ปรับเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมซึ่งอยู่ที่ 0.0-1%
หรือค่ากลาง 0.5% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สนค.ยังไม่ได้ปรับเพิ่มหรือทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะขอรอ
ดูตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมี.ค.อีกครั้ง ”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนกำชับให้พาณิชย์
จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อกำกับดูแลป้องกันไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาเกินความเหมาะสม
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/economics/news_10159818
ผวาสงครามตะวันออกกลาง สะเทือนยันร้านข้าวแกง..ไทย
พาณิชย์ ผวาสงครามดัน ข้าวแกงขึ้นราคา 10% เขย่าเงินเฟ้อปีนี้ทะยาน 1-3%
ส่วนเงินเฟ้อเดือนก.พ. ยังติดลบ0.88%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ก.พ. 2569 ว่ามีค่าเท่ากับ 99.67
เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. ปีก่อน ลดลง 0.88 % เนื่องจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน
ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหาร
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รวมทั้งเนื้อสุกร ไข่ไก่
และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด
โดยราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น 0.26% อาทิ อาหารสำเร็จรูป กับข้าวสำเร็จรูป
ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวสารเจ้า ผักชี ขณะที่หมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง1.59 %จากการลดลงของ
ค่ากระแสไฟฟ้า และราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ของใช้ส่วนบุคคลเป็นสำคัญ
นายนันทพงษ์กล่าวถึงแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนมี.ค. ว่าอาจปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเลขอาจติดลบน้อยลง หรือปรับเป็นบวกได้
จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
ต้นทุนต่อราคาสินค้าและบริการ
เบื้องต้น สนค.ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อปี2569จากกรณีสู้รบตะวันออกกลางโดยแบ่งออกเป็น 3กรณี คือ
1.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 80เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คาดว่าราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10%ครอบคลุม10%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1-2 %
2.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 100เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10% ครอบคลุม20%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินอาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2-3 %
และ3.กรณีน้ำมันดิบ อยู่ที่ 120เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาอาหารสำเร็จรูปจะปรับเพิ่มขึ้น10% ครอบคลุมมากกว่า50%
ของพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ มากกว่า3%
“ ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อ จนทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 80 - 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่ง
ผลกระทบทำให้สินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะอาหารจานด่วน ข้าวแกง ปรับราคาเพิ่มขึ้นทันที เพราะมีน้ำหนักในตระกร้า
เงินเฟ้อมากถึง 16% รวมไปถึงค่าไฟฟ้า ค่าพลังงาน และค่าขนส่งสาธารณะ ก็จะปรับตามไปด้วย
ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อทั้งปีนี้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ระหว่าง 1-3% ปรับเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมซึ่งอยู่ที่ 0.0-1%
หรือค่ากลาง 0.5% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สนค.ยังไม่ได้ปรับเพิ่มหรือทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะขอรอ
ดูตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมี.ค.อีกครั้ง ”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนกำชับให้พาณิชย์
จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อกำกับดูแลป้องกันไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาเกินความเหมาะสม
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/economics/news_10159818