มาอีกแล้วค่ะ จะว่ามาบ่นก็ได้ หรือระบายก็ใช่อีกนั่นแหละ ก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าจะเอาแม่มาช่วย ตอนนี้ยายมาอยู่ด้วยระยะนึงแล้วค่ะ สิ่งที่เรามอบหมายให้ยาย ยายช่วยแบ่งเบาเราได้เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน ปัดกวาดเช็ดถู ของเล่น อุปกรณ์ เสื้อผ้าของหลาน ยายดูแลทำความสะอาดให้ทั้งหมด รวมถึงข้าวปลาอาหาร เรารู้สึกชื่นใจและอุ่นใจ วางใจได้มากเลยตรงนั้น เพราะเราสามารถสื่อสารกับแม่ตัวเองได้ บอกความต้องการได้ และแม่ก็อยากช่วยเหลือเราอย่างเต็มใจ
ตัดกลับมาที่ฝั่งของสามีและแม่ย่า ที่แน่ๆตั้งแต่แม่เรามาอยู่ด้วย ย่าสบายขึ้นมาก ความหวังของเราก่อนตัดสินใจให้แม่มา คือ แม่มาช่วยเราถูกต้อง และอยากให้ย่า โฟกัสการเลี้ยงหลานช่วงกลางวันให้มากขึ้น เพราะเค้าไม่ต้องพะวงเรื่องซักเสื้อผ้าใดๆแล้ว เค้าจะได้มีเวลาเล่นกับหลาน ช่วยเสริมพัฒนาการของหลาน แต่ช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นว่า เขาได้มีเวลานอนมากกว่าเดิม (ปกติกลางคืนเขาไม่ได้มาช่วยดูอยู่แล้ว นอนยาวค่ะเพราะแยกห้องกัน เราเป็นคนดูลูก ส่วนกลางวัน หลานหลับ ย่าก็หลับ) และมีเวลาเล่นมือถือมากขึ้น นานขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทั้งๆที่ ช่วงลูก7-8 เดือน Energy เค้าเยอะมาก นอนกลางวันน้อยลง เพื่อไปหลับยาวกลางคืน ฝึกนั่ง ฝึกเกาะยืน แต่เชื่อมั้ยว่าลูกเรา ยังทำเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยได้เลย เพราะลูกยังติดการโดนอุ้ม และใช้เวลาในการนอนกลางวัน กินนม นอนซะส่วนใหญ่ แต่พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารดีขึ้นมาก เพราะเราเชื่อว่า ตั้งแต่แม่เรามาอยู่ด้วย แม่เราชวนเล่น ชวนคุย แม่เราคุยเก่ง สอนหลานสวัสดี บ๊ายบาย สอนหลานพูดคำๆ (ก่อนหน้านี้อยู่กับย่า2คนก็จะอยู่กันเงียบๆ ไม่ได้ทำอะไรก็นอน) ส่วนสามี ไม่ต้องพูดถึงเลย กลางคืนยังคงนอนสบายเหมือนเดิม เพราะลูกเริ่มนอนยาวได้บ้างแล้ว เค้ายังคงมีหน้าที่เดียว หน้าที่เดิม คือ ลุกมาจัดการขวดนม ที่เหลือ ก็ยังไม่เคยอาสาที่จะช่วยเลี้ยงลูก ยิ่งช่วงนี้งานเค้ายุ่ง ช่วงเสาร์อาทิตย์ เค้าแทบไม่มีเวลาให้ลูกเลย เรารับจบ นี่ยังคิดเลย ช่วงเสาร์อาทิตย์ ถ้าเราไม่มีแม่เราช่วย เราคงแย่แน่ๆ
ทุกวันนี้เราก็ยังคงโดนสามีและแม่สามีพูดให้อยู่เรื่อยๆ เรื่อง อาการหงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นประจำ ต่อว่าเราด้านลบนั่นแหละ ว่าเราเป็นอะไรนักหนา แต่นี่อะค่ะ อย่างที่เล่ามา แต่ละอย่างที่เราเจอ มันเหนื่อยล้าสะสม แต่ละคนไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เราพยายามทำอารมณ์แล้ว แต่ไม่สามารถจริงๆ เราไม่สามารถรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยที่ส่งมาจากสามีได้เลย มีแต่เราพยายามส่งต่อความรักที่เรามีไปให้ลูกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ค่ะ แต่บางครั้งก็คิดว่ามันอาจยังไม่มากพอ แม่สามี เคยไปพูดกับคนนอกว่า ที่ลูกเราชอบกรี้ดๆๆ หงุดหงิดง่ายเพราะมาจากเรา ตั้งแต่เราท้อง จนมาทุกวันนี้ เราชอบหงุดหงิด ลูกเราเลยเป็นตาม แต่เขาไม่เคยบอกลูกเขาเลยว่า ลูกเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ควรช่วยเลี้ยงลูก ช่วยเมียให้มากกว่านี้ เย็นมาเลิกงาน เขานั่งดื่มผ่อนคลายกันได้ แต่เรา เลิกงานมาต้องรีบกินข้าว อาบน้ำ พาลูกเดินเล่น และพาลูกเข้านอน กิจวัตรประจำวันคือเร่งรีบไปหมด ไม่เคยมีใครถามว่าเหนื่อยไหม กินอิ่มรึป่าว อยากกินอะไรอีกมั้ย นอกจากแม่เราเอง
มาถึงเรื่องการหลับนอนของลูก หมอบอกว่า ถ้าลูกนอนดี จะส่งผลต่อพัฒนาการและโกรทฮอร์โมน แต่นี่ เราพยายามฝึกให้ลูกเลิกมื้อดึกอยู่ เพราะเซฟลูกด้วยได้ไม่ต้องตื่นบ่อยและเราได้มีเวลาพักมากขึ้น แต่สามีไม่เห็นด้วย บอกว่าลูกโตขึ้นเค้ายังหิว เค้าเคยกินก็ควรให้เค้ากินและโทษว่า การที่ลูกนอนกลางคืนไม่ดี แล้วต้องไปนอนกลางวันเยอะสาเหตุมาจากที่เราให้ลูกงดนม แม่เค้าไม่ผิด เรานี่ไปต่อไม่ถูกเลย อีกอย่าง การที่เราชิ่งไปนอนที่อื่น แล้วให้เค้าดูลูกนั้น เราก็อดห่วงลูกไม่ได้เลย ทำให้เราก็ต้องตื่นอยู่ดี เพราะพ่อเค้าปล่อยจอยมาก หันไปกี่ครั้ง ลูกไม่เคยได้ห่มผ่าเลย ขาแขนเย็นเจี้ยบ พลิกตัวไปมา เขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงลูก จะได้ยินก็ต่อเมื่อลูกร้อง ช่วงนี้ยิ่งอันตรายเพราะลูกพลิกคว่ำคลานไวมาก เค้าหลับลึกมากๆ
มาถึงตรงนี้ เราไม่รุ้จะหาทางออกยังไงเลย ยังคิดนะ ว่า ลาออกมาเลี้ยงลูกเองดีมั้ย แต่ก็นั้นแหละ ย้อนกลับไปตรงที่สามีไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดู ดูแลเราและลูกได้แน่นอน และคงมีปัญหาตามมาแน่ๆ ทุกวันนี้มองหน้าลูก สงสารลูกมาก จากที่เราไม่ใช่คนอยากมีลูก (ก่อนหน้านี้สามีอยากมีลูกมากกก) กลับทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่คนอยากมี ไม่เต็มที่อะไรสักอย่างเลย เหนื่อยมากค่ะ และอีกไม่กี่เดือนเราต้องไปตปท. ที่ทำงานส่งไป เราอดห่วงลูกไม่ได้จริงๆ กำลังปรึกษากับแม่ว่าจะทำยังไงกันดี
ปล่อยวางเรื่องลูกไม่ได้ เพราะพึ่งพาใครไม่ได้เลย แม้แต่พ่อของลูก
ตัดกลับมาที่ฝั่งของสามีและแม่ย่า ที่แน่ๆตั้งแต่แม่เรามาอยู่ด้วย ย่าสบายขึ้นมาก ความหวังของเราก่อนตัดสินใจให้แม่มา คือ แม่มาช่วยเราถูกต้อง และอยากให้ย่า โฟกัสการเลี้ยงหลานช่วงกลางวันให้มากขึ้น เพราะเค้าไม่ต้องพะวงเรื่องซักเสื้อผ้าใดๆแล้ว เค้าจะได้มีเวลาเล่นกับหลาน ช่วยเสริมพัฒนาการของหลาน แต่ช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นว่า เขาได้มีเวลานอนมากกว่าเดิม (ปกติกลางคืนเขาไม่ได้มาช่วยดูอยู่แล้ว นอนยาวค่ะเพราะแยกห้องกัน เราเป็นคนดูลูก ส่วนกลางวัน หลานหลับ ย่าก็หลับ) และมีเวลาเล่นมือถือมากขึ้น นานขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทั้งๆที่ ช่วงลูก7-8 เดือน Energy เค้าเยอะมาก นอนกลางวันน้อยลง เพื่อไปหลับยาวกลางคืน ฝึกนั่ง ฝึกเกาะยืน แต่เชื่อมั้ยว่าลูกเรา ยังทำเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยได้เลย เพราะลูกยังติดการโดนอุ้ม และใช้เวลาในการนอนกลางวัน กินนม นอนซะส่วนใหญ่ แต่พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารดีขึ้นมาก เพราะเราเชื่อว่า ตั้งแต่แม่เรามาอยู่ด้วย แม่เราชวนเล่น ชวนคุย แม่เราคุยเก่ง สอนหลานสวัสดี บ๊ายบาย สอนหลานพูดคำๆ (ก่อนหน้านี้อยู่กับย่า2คนก็จะอยู่กันเงียบๆ ไม่ได้ทำอะไรก็นอน) ส่วนสามี ไม่ต้องพูดถึงเลย กลางคืนยังคงนอนสบายเหมือนเดิม เพราะลูกเริ่มนอนยาวได้บ้างแล้ว เค้ายังคงมีหน้าที่เดียว หน้าที่เดิม คือ ลุกมาจัดการขวดนม ที่เหลือ ก็ยังไม่เคยอาสาที่จะช่วยเลี้ยงลูก ยิ่งช่วงนี้งานเค้ายุ่ง ช่วงเสาร์อาทิตย์ เค้าแทบไม่มีเวลาให้ลูกเลย เรารับจบ นี่ยังคิดเลย ช่วงเสาร์อาทิตย์ ถ้าเราไม่มีแม่เราช่วย เราคงแย่แน่ๆ
ทุกวันนี้เราก็ยังคงโดนสามีและแม่สามีพูดให้อยู่เรื่อยๆ เรื่อง อาการหงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นประจำ ต่อว่าเราด้านลบนั่นแหละ ว่าเราเป็นอะไรนักหนา แต่นี่อะค่ะ อย่างที่เล่ามา แต่ละอย่างที่เราเจอ มันเหนื่อยล้าสะสม แต่ละคนไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เราพยายามทำอารมณ์แล้ว แต่ไม่สามารถจริงๆ เราไม่สามารถรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยที่ส่งมาจากสามีได้เลย มีแต่เราพยายามส่งต่อความรักที่เรามีไปให้ลูกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ค่ะ แต่บางครั้งก็คิดว่ามันอาจยังไม่มากพอ แม่สามี เคยไปพูดกับคนนอกว่า ที่ลูกเราชอบกรี้ดๆๆ หงุดหงิดง่ายเพราะมาจากเรา ตั้งแต่เราท้อง จนมาทุกวันนี้ เราชอบหงุดหงิด ลูกเราเลยเป็นตาม แต่เขาไม่เคยบอกลูกเขาเลยว่า ลูกเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ควรช่วยเลี้ยงลูก ช่วยเมียให้มากกว่านี้ เย็นมาเลิกงาน เขานั่งดื่มผ่อนคลายกันได้ แต่เรา เลิกงานมาต้องรีบกินข้าว อาบน้ำ พาลูกเดินเล่น และพาลูกเข้านอน กิจวัตรประจำวันคือเร่งรีบไปหมด ไม่เคยมีใครถามว่าเหนื่อยไหม กินอิ่มรึป่าว อยากกินอะไรอีกมั้ย นอกจากแม่เราเอง
มาถึงเรื่องการหลับนอนของลูก หมอบอกว่า ถ้าลูกนอนดี จะส่งผลต่อพัฒนาการและโกรทฮอร์โมน แต่นี่ เราพยายามฝึกให้ลูกเลิกมื้อดึกอยู่ เพราะเซฟลูกด้วยได้ไม่ต้องตื่นบ่อยและเราได้มีเวลาพักมากขึ้น แต่สามีไม่เห็นด้วย บอกว่าลูกโตขึ้นเค้ายังหิว เค้าเคยกินก็ควรให้เค้ากินและโทษว่า การที่ลูกนอนกลางคืนไม่ดี แล้วต้องไปนอนกลางวันเยอะสาเหตุมาจากที่เราให้ลูกงดนม แม่เค้าไม่ผิด เรานี่ไปต่อไม่ถูกเลย อีกอย่าง การที่เราชิ่งไปนอนที่อื่น แล้วให้เค้าดูลูกนั้น เราก็อดห่วงลูกไม่ได้เลย ทำให้เราก็ต้องตื่นอยู่ดี เพราะพ่อเค้าปล่อยจอยมาก หันไปกี่ครั้ง ลูกไม่เคยได้ห่มผ่าเลย ขาแขนเย็นเจี้ยบ พลิกตัวไปมา เขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงลูก จะได้ยินก็ต่อเมื่อลูกร้อง ช่วงนี้ยิ่งอันตรายเพราะลูกพลิกคว่ำคลานไวมาก เค้าหลับลึกมากๆ
มาถึงตรงนี้ เราไม่รุ้จะหาทางออกยังไงเลย ยังคิดนะ ว่า ลาออกมาเลี้ยงลูกเองดีมั้ย แต่ก็นั้นแหละ ย้อนกลับไปตรงที่สามีไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดู ดูแลเราและลูกได้แน่นอน และคงมีปัญหาตามมาแน่ๆ ทุกวันนี้มองหน้าลูก สงสารลูกมาก จากที่เราไม่ใช่คนอยากมีลูก (ก่อนหน้านี้สามีอยากมีลูกมากกก) กลับทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่คนอยากมี ไม่เต็มที่อะไรสักอย่างเลย เหนื่อยมากค่ะ และอีกไม่กี่เดือนเราต้องไปตปท. ที่ทำงานส่งไป เราอดห่วงลูกไม่ได้จริงๆ กำลังปรึกษากับแม่ว่าจะทำยังไงกันดี