Fine Dining หรือ Art Gallery 🎨🍓 Liana Bangkok ร้านที่จะมาเปลี่ยนฤดูกาลบนจานอาหาร ให้กลายเป็นงานศิลปะสุดพรีเมียม กับ Spring Course ที่เบลนโทนสีของเมนูอาหารให้ตรงตามฤดูกาล ในงบเริ่มต้นที่ 3,950++ บาท
ก่อนเริ่มคอร์ส เชฟจะเสิร์ฟ Amuse-bouche คำจิ๋ว 3 สไตล์มาให้ลิ้มลองก่อน
คำแรก หมึกเนื้อหนุบหนับทานคู่กับลูกแพรหวานหอมบนแผ่นแป้งบางกรอบ
คำที่สอง ปลาฮามาจิเนื้อนุ่ม ตัดรสด้วยวาซาบิและคาร์เวียร์ ให้ความรู้สึกสดชื่นและเค็มมันในคำเดียว
คำที่สาม ชูครีมอูนิที่เลิฟมาก เป็นความหวานหอมมันนัวของอูนิที่เข้ากับแป้งชูครีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
Asparagus (Pear, Rhubarb, Rose) จานนี้เชฟทำมาให้คล้ายสลัด มีซอสรสเปรี้ยวหวานที่หอมกลิ่นกุหลาบและรูบาร์บ เพิ่ม texture ด้วยความหนึบของสาคู และความกรอบของแผ่นแป้งดิป เป็นจานที่เปิดสัมผัสความหอมสดชื่นได้ดีมาก
Scallop (Lemon, Cucumber, Osmanthus) สแกลอปสดๆ เรียงตัวมาเป็นรูปดอกไม้สวยงามมาก เนื้อนุ่มหวาน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของจัสมินและเลมอนโฟมที่ช่วยชูรสชาติให้ดูหรูหราและสดชื่น
Prawn (Tomato, Kohlrabi, Vanilla, Caviar) จาน Signature ของที่ร้าน กุ้งเนื้อเด้งหวานราดด้วยซอสมันกุ้งและมะเขือเทศฉ่ำๆ ท็อปด้วยคาร์เวียร์เพิ่มความนัว เสิร์ฟคู่กับทาร์ตบัควีตกรอบๆ ที่มีกลิ่นวานิลลาหอมๆ แฝงอยู่ด้วย
Duck (Strawberry, Pea, Artichoke) เชฟใช้เนื้อเป็ด Dry-aged 12 วัน จนได้เนื้อที่รสเข้มข้น ปรุงให้ได้เนื้อที่นุ่ม และหนังกรอบมาก ทานคู่กับซอสสตรอว์เบอร์รี่รสเปรี้ยวหวาน เป็นการจับคู่กันที่ลงตัวที่สุด
Brill (Rose Apple, Swiss Chard, Radish) ปลาบริลล์เนื้อแน่นนุ่ม ราดด้วยซอสสวิสชาร์ดและวอเตอร์เครส รสชาติหวานมันนัว เป็นอีกจานที่สายปลาจะรัก
Pigeon (Plum, Cabbage, Pine Nut) เนื้อนกพิราบที่หอม เนื้อแน่น หนังกรอบ ราดด้วย Peppercorn Sauce ทานพร้อมมูสนัวๆ อร่อยมาก
Wagyu (Pineapple, Courgette, Lettuce, Black Truffle) เนื้อวากิวนุ่มละลาย กับสับปะรดสายพันธุ์สวนผึ้ง ที่เชฟคัดมาเป็นพิเศษเพราะไม่มีกรดกัดลิ้น มีแต่ความหวานฉ่ำและมีกลิ่นหอมแบบฟลอรัล ราดด้วยทรัฟเฟิลบีฟซอส และยังมีโทสต์บีฟทรัฟเฟิลกรอบนุ่มเสิร์ฟมาให้ฟินอีกด้วย
Kiwi (Mango, Bergamot, Chervil) ขนมหวานที่สวยเหมือนงานศิลปะ กีวีอบกรอบรูปดอกไม้ ทานคู่กับโยเกิร์ตและกรานิต้ามะม่วง สดชื่นแบบตะโกน
Mugwort (Melon, Macadamia) ขนมหวานสไตล์เกาหลีที่ดัดแปลงจนสวยน่าทาน ทำมาให้ได้รสหอมละมุนและหวานนวลกำลังดี
Petit Four ปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์จากภรรยาเชฟ ทั้งชีสเค้กหน้าไหม้ ช็อกโกแลตบานาน่า และทาร์ตเบอร์รี่ ที่ภรรยาเชฟทำเองทั้งหมด อร่อยจนอยากขอชิมอีกหลายคำ
นอกจากคอร์สเมนูแล้ว ที่นี่ยังมี A la carte และเมนูมังสวิรัติ (Vegetarian) ให้เลือกด้วย เราได้ลอง Signature Veg Pasta ที่หอมกลิ่นแคนตาลูปมาก รสนัวจนแทบไม่เชื่อเลยว่าเป็นเมนูมังสวิรัติ
Fine Dining ที่มอบประสบการณ์ที่สนุกและสวยงามเหมือนเดินดูงานศิลปะ ใครที่ชอบความประณีตและอยากลิ้มลองความอร่อยอย่างมีชั้นเชิง ต้องรีบจองมาลองคอร์สนี้เลย
[CR] Fine Dining หรือ Art Gallery ทั้งสวย ทั้งอร่อย คอร์สเริ่มต้น 3,950++
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้