เอาไงกับชีวิตมหาลัยดี (ฉบับคนขี้กลัว)

เราว่าบางคนอ่านจบอาจจะมีหงุดหงิดใจกับความขี้กลัวของเราหน่อยนั่นแหละค่ะ ด่าได้แต่ได้โปรดอย่าแรงเลย55555555
เริ่มแรกสมัยเราอยู่ม.6 เราไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร เรียนก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นด้วย คือก็พอจะรู้ตัวเองบ้างว่าชอบวาดรูปล่ะมั้ง แต่แม่ก็ดูจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับการเรียนสายวาดรูป พร้อมทั้งเราที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเอามันเป็นอาชีพตั้งต้นดีมั้ย สิ่งที่เราเลือกคือตัดสินใจยื่นมหาลัยไปงั้นๆเผื่อติดสักที่แล้วเรียนต่อ แทนที่จะหยุดสักปีเพื่อค้นหาตัวเอง แต่สถานที่ที่เราอยู่มันคือชนบท เขาพูดปากต่อปากได้ว่าลูกของคนนั้นไม่ได้เรียนต่อ คนนี้ไม่ได้เรียนต่อ และเราก็ไม่อยากให้พ่อแม่มาตอบคำถามชาวบ้านว่า ลูกไม่ได้เรียนต่อหรอ เลยเรียนสักอย่างไปให้จบๆ ใกล้เคียงกับวาดรูป ปัจจุบันเรียนออกแบบปี2ค่ะ แฮะ
ตอนเข้าปี1แรกเริ่มก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ละ ก็ไม่ใช่จริงๆ มันคือออกแบบ การออกแบบไม่ใช่การวาดอย่างเดียว และมันไม่ได้เจาะลึกกับการวาดขนาดนั้น รวมถึงเขาน่าจะเน้นการคิดวิเคราะห์ต่างๆ คือ มันดีและเป็นความรู้ติดตัวเพื่อเอาตัวรอดได้แต่นั่นแหละค่ะ ไม่ค่อยชอบ เรียนได้มั้ย ก็เรียนได้ แต่ก็ไม่ได้ชอบ แต่เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวังก็เลยทำเกรดดีๆ แม่เอาเกรดอวดลงเฟสด้วย(ไม่แปลกใจเพราะเรานานๆทีเกรดจะได้ดีแบบนั้น) แต่เพราะงั้นเราเลยยิ่งกดดันว่า อ่ากก ถ้าย้ายคณะขึ้นมาแม่ไม่ได้โพสเกรดแล้วจะเป็นยังไง๊ เอาจริงปัจจุบันก็แอบกดดันว่า ถ้าเกรดแย่แล้วแม่ไม่โพส เขาจะพูดกันมั้ยว่า ปีก่อนๆโพสตลอดทำไมปีนี้เทอมนีไม่โพส เกรดแย่ชัวร์
จนกระทั่ง ปี1เทอม2 เราเริ่มเจอสายทางตัวเอง และมั่นใจแล้วว่าตัวเองจะไปทางไหน(ตอนนั้นมั่นใจ)  และตัดสินใจที่จะคุยกับแม่เป็นครั้งแรกเรื่องการย้ายคณะ และการย้ายครั้งนี้คือการไปทางด้านศิลปะโดยตรง หรือดิจิตอลอาร์ตอะไรนองนั้น แต่สิ่งที่แม่ตอบมาคือ ไม่เอาได้มั้ย
โอเค เราพอเข้าใจว่า การที่ลูกเรียนออกแบบ เกรดดี บลาๆ ย้ายไปเรียนศิลปะมันอาจจะโดนตั้งคำถามจากชาวบ้านว่า ไม่เสียดายหรอ? เราเลยตัดสินใจที่จะเรียนต่อออกแบบเพราะคิดว่ามันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น มันเป็นความรู้ติดตัวได้ ทั้งการตลาด ลูกค้า หรืออื่นๆ นับว่าต่อให้ตกงานก็เป็นฟรีแลนซ์ได้ใช่มั้ย.. แต่ก็ยิ่งเรียนยิ่งรู้สึกว่า มันไม่ใช่อะ ตัวเราไม่เหมาะกับสายนี้ ทำได้ค่ะ แต่ทำได้ไม่สุด ไม่ได้เด่นจนอาจารย์ชม แต่ก็ไม่ได้แย่จนอาจารย์ด่า เราตัดสินใจที่จะคุยกับแม่รอบที่สองแต่นั่นแหละ แม่ไม่โอเค
เรารู้สึกว่าลึกๆแม่แคร์สายตาชาวบ้านหน่อยๆ เพราะแถวบ้านเขาก็พูดกันไปเรื่อยอยู่แล้ว ตัวอย่าง รุ่นพี่คนนึงที่เรียนไม่จบชาวบ้านก็จะพูดกันอย่างกันมันเลวร้ายขนาดโลกจะแตก หรือตอนที่เรากลับบ้านบ่อยๆเขาก็จะถามว่าไม่เรียนแล้วหรอ แล้วถ้าเรางานเยอะจนไม่ได้กลับบ้านเขาก็ชอบพูดว่า ไม่กลับมาเลยเนอะ ไปเรียนไกล คือเข้าใจได้ว่าแม่เป็นห่วงไม่อยากให้เราเป็นชื่อในวงสนทนาที่ชาวบ้านเขานินทากันมั้ง แม่เลยไม่โอเคกับการย้ายคณะ เราก็พลอยคิดมากไปด้วยว่า เออออ มาเรียนตั้งไกลบ้านแล้วย้ายคณะ เริ่มเรียนปี1ใหม่ เหมือนนับ1ใหม่ เขาจะคุยกันยังไงบ้างหว่า
จนปัจจุบัน ก็รู้สึกว่า เออ ตลาดไทยเรื่องศิลปะมันก็แย่จริงๆ แทบจะเป็นอาชีพหลักไม่ได้แล้วถ้าไม่ได้ดังจริงๆ ก็แบบว่าา เอ๋ หรือเราเรียนออกแบบให้มันจบปี4ไปก่อนมั้ย มีงานทำ แล้วค่อยกลับมาเรียนมหาลัยใหม่ ส่งตัวเองเรียน (ปัจจุบันกู้กยศ.ค่ะ) หรือออ ตอนนี้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจนสามารถที่จะส่งตัวเองเรียนได้แล้วย้ายคณะโดยไม่ปรึกษาแม่เลยดี เพราะยังไงก็ไม่รบกวนเงินพ่อแม่อยู่แล้ว แต่ก็แอบหวั่นกับตลาดไทยด้วยเหมือนกัน.. หรือพิสูจน์ให้พ่อแม่ดูว่า ดิจิตอลอาร์ต หรือเรียนศิลปะก็ทำเงินได้นะ ไม่แย่ด้วย เรียนได้มั้ย ...แต่ก็กลัวโดนตอกกลับมาว่าของแบบนั้นเรียนเองก็ได้นิ?? (เคยโดนคำพูดนี้55555555555)
โดยรวมๆ แม่ไม่ได้กีดกันเราเพราะไม่ชอบศิลปะหรอกค่ะ แม่แค่เป็นห่วงว่าอนาคตจะมีงานทำมั้ย(ปัจจุบันก็ถามตลอดว่าเรียนออกแบบแล้วจะทำงานอะไรหลังเรียนจบ) แล้วชาวบ้านจะเอาไปนินทามั้ย ด้านเราที่แม้จะเริ่มทำเงินได้จากการวาดรูปแล้วแต่มันก็ยังไม่เยอะพอที่จะเอาไปพิสูจน์ให้พวกท่านเห็นว่าไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วตอนนี่เราก็เริ่มกลัวว่าถ้าต่อให้ถึงตอนที่เรียนจบมีงานแล้วเราจะกล้ากลับมาเรียนอีกรึเปล่า หรือแม้กระทั่งตอนนี้ มันคือปี2เทอม2และกำลังจะเข้าปี3 แล้วถ้ามันปี3จริงๆถึงตอนนั้นพิสูจน์ตัวเองได้แล้วจะกล้าย้ายคณะกลับไปเรียนปี1อีกมั้ย ...หรือเรียนสองมหาลัยเลยดี อ่าก แบบนั้นแม่ก็อาจจะไม่โอเคอีกเพราะแม่อาจจะคิดว่าเราทำไม่ได้
เราเข้าใจว่าตลอดการเติบโตเรารู้สึกว่ายังไม่มีอะไรเป็นสิ่งเป็นอย่างให้พ่อแม่มั่นใจได้ว่าเรื่องอื่นๆลูกคนนี้ก็ทำได้นะ ตอนมัธยมก็เรียนไม่เก่ง เรื่องการบริหารเงินเราก็พึ่งจะมาเก่งตอนปี1เทอม2 เกรดก็นับว่าดีแต่ก็ไม่ได้เอทุกตัว การบริหารเวลาอาจจะมีบ้างที่ทำได้ไม่ดีจนต้องโต้รุ่ง แต่ก็นานๆทีนะคะะ
ใช่ค่ะ เราขี้กลัว5555555555555 เรากลัวคำตอบแม่ เรากลัวสายตาผิดหวังและโคตรเป็นห่วงของแม่ กลัวความเหนื่อยล้าจากพ่อ กลัวน้องจะพูดว่า โห้ ทำอะไรอีกวะ?? กลัวสายตาและคำพูดของชาวบ้าน นั่นแหละค่ะ เราเอาไงกับชีวิตต่อดี โอ๊ยยยยยย คือ ถ้าเราขี้กลัวแบบนี้ชีวิตจะไม่พัฒนาใช่มั้ย ก็ถูก! แต่พอจะสู้ก็ อ่ากกกก เหนื่อยโว้ย
คำผิดไม่รู้มีเยอะมั้ย กระทู้นี้เหมือนบ่นและระบายไปด้วยแต่ก็ต้องการคำปรึกษา(และคำด่าเตือนสติ55555555555555) หรืออาจจะแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวก็ได้นะคะะ เราอยากจะอ่านเป็นแรงบันดาลใจด้วย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่