SOCIETY : รู้หรือไม่ กระเพาะแพะ กระดาษไหม หรือแม้แต่กระดองเต่า เคยถูกใช้เป็นถุงยางอนามัยมาแล้วในประวัติศาสตร์!
.
ก่อนที่เราจะมีถุงยางอนามัยแบบบางเฉียบและยืดหยุ่นในปัจจุบัน มนุษย์เรามีความพยายามในการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อด้วยวัสดุที่ ‘สร้างสรรค์’ และน่าทึ่งอย่างเหลือเชื่อ!
.
เรามาเริ่มกันที่ยุคอารยธรรมจีนโบราณ ที่เริ่มใช้ถุงยางอนามัยจาก ‘กระดาษไหม’ ที่ชโลมด้วยน้ำมันเพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกัน ในขณะที่บางบันทึกระบุว่ามีการใช้หนังบางๆ ด้วยเช่นกัน
.
ต่อมาศตวรรษที่ 16 ในปี 1564 แพทย์ชาวอิตาลีชื่อ กาเบรียลเล ฟาลโลปิโอ (Gabriele Falloppio) ได้คิดค้นถุงยางอนามัยที่ทำจาก ‘ผ้าลินิน’ เพื่อป้องกันโรคซิฟิลิส โดยมีลักษณะเป็นปลอกผ้าที่ต้องใช้ริบบิ้นผูกยึดไว้ ซึ่งได้มีการทดลองกับผู้ชาย 1,100 คน และเคลมว่าไม่มีใครติดเชื้อเลย ถือเป็นบันทึกทางการแพทย์ครั้งแรก
.
และในศตวรรษที่ 17 ช่วงปี 1600 ชาวญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า ‘คาบูโตะ กาตะ’ (Kabuto gata) ซึ่งทำมาจากวัสดุที่แข็งอย่าง ‘กระดองเต่า หรือเขาสัตว์’ โดยออกแบบมาเพื่อครอบเฉพาะส่วนหัวของอวัยวะเพศเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีแบบที่ทำจากหนังที่เรียกว่า ‘คาวะ กาตะ’ (Kawa gata) ที่สามารถครอบคลุมอวัยวะเพศได้ทั้งหมดอีกด้วย
.
ด้านชาวโรมันโบราณรวมถึงชาวยุโรปในยุคศตวรรษที่ 17-18 เอง ก็มีถุงยางอนามัยที่แปลกเช่นกัน โดยมักนิยมใช้ถุงยางที่ทำจาก ‘ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะของแกะและแพะ’ วัสดุเหล่านี้ได้รับความนิยมมากจนมีการระบุคำศัพท์ในพจนานุกรมปี 1785 ว่า ‘Cundum’ คือลำไส้แกะตากแห้ง มีรากศัพท์มาจากคำว่า ‘Condus’ ที่แปลว่า ภาชนะรองรับ และกลายเป็นคำว่า ‘Condom’ ที่ใช้มาจนปัจจุบัน ข้อดีของมันในยุคนั้นคือสามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้
.
นอกเหนือจากเครื่องในสัตว์บกแล้ว บางตำรายังกล่าวว่าในอดีตมีการใช้ ‘หนังปลา’ มาทำเป็นถุงยางอนามัยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมควบคู่มากับลำไส้แกะ
.
นับว่าเป็นโชคดีของผู้คนในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าจน ชาร์ลส์ กูดเยียร์ (Charles Goodyear) ค้นพบวิธีวัลคาไนเซชัน (Vulcanization) ที่ทำให้ยางสามารถคงรูปในปี 1844 และนำไปสู่การผลิตถุงยางยางพาราและลาเท็กซ์ที่ปลอดภัยและใช้ง่ายกว่าเดิมมากมาจนถึงปัจจุบัน
.
#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact
https://www.facebook.com/share/p/1DJscNeyRL/
🐐🐢 รู้หรือไม่ กระเพาะแพะ กระดาษไหม หรือแม้แต่กระดองเต่า เคยถูกใช้เป็นถุงยางอนามัยมาแล้วในประวัติศาสตร์!
.
ก่อนที่เราจะมีถุงยางอนามัยแบบบางเฉียบและยืดหยุ่นในปัจจุบัน มนุษย์เรามีความพยายามในการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อด้วยวัสดุที่ ‘สร้างสรรค์’ และน่าทึ่งอย่างเหลือเชื่อ!
.
เรามาเริ่มกันที่ยุคอารยธรรมจีนโบราณ ที่เริ่มใช้ถุงยางอนามัยจาก ‘กระดาษไหม’ ที่ชโลมด้วยน้ำมันเพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกัน ในขณะที่บางบันทึกระบุว่ามีการใช้หนังบางๆ ด้วยเช่นกัน
.
ต่อมาศตวรรษที่ 16 ในปี 1564 แพทย์ชาวอิตาลีชื่อ กาเบรียลเล ฟาลโลปิโอ (Gabriele Falloppio) ได้คิดค้นถุงยางอนามัยที่ทำจาก ‘ผ้าลินิน’ เพื่อป้องกันโรคซิฟิลิส โดยมีลักษณะเป็นปลอกผ้าที่ต้องใช้ริบบิ้นผูกยึดไว้ ซึ่งได้มีการทดลองกับผู้ชาย 1,100 คน และเคลมว่าไม่มีใครติดเชื้อเลย ถือเป็นบันทึกทางการแพทย์ครั้งแรก
.
และในศตวรรษที่ 17 ช่วงปี 1600 ชาวญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า ‘คาบูโตะ กาตะ’ (Kabuto gata) ซึ่งทำมาจากวัสดุที่แข็งอย่าง ‘กระดองเต่า หรือเขาสัตว์’ โดยออกแบบมาเพื่อครอบเฉพาะส่วนหัวของอวัยวะเพศเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีแบบที่ทำจากหนังที่เรียกว่า ‘คาวะ กาตะ’ (Kawa gata) ที่สามารถครอบคลุมอวัยวะเพศได้ทั้งหมดอีกด้วย
.
ด้านชาวโรมันโบราณรวมถึงชาวยุโรปในยุคศตวรรษที่ 17-18 เอง ก็มีถุงยางอนามัยที่แปลกเช่นกัน โดยมักนิยมใช้ถุงยางที่ทำจาก ‘ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะของแกะและแพะ’ วัสดุเหล่านี้ได้รับความนิยมมากจนมีการระบุคำศัพท์ในพจนานุกรมปี 1785 ว่า ‘Cundum’ คือลำไส้แกะตากแห้ง มีรากศัพท์มาจากคำว่า ‘Condus’ ที่แปลว่า ภาชนะรองรับ และกลายเป็นคำว่า ‘Condom’ ที่ใช้มาจนปัจจุบัน ข้อดีของมันในยุคนั้นคือสามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้
.
นอกเหนือจากเครื่องในสัตว์บกแล้ว บางตำรายังกล่าวว่าในอดีตมีการใช้ ‘หนังปลา’ มาทำเป็นถุงยางอนามัยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมควบคู่มากับลำไส้แกะ
.
นับว่าเป็นโชคดีของผู้คนในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าจน ชาร์ลส์ กูดเยียร์ (Charles Goodyear) ค้นพบวิธีวัลคาไนเซชัน (Vulcanization) ที่ทำให้ยางสามารถคงรูปในปี 1844 และนำไปสู่การผลิตถุงยางยางพาราและลาเท็กซ์ที่ปลอดภัยและใช้ง่ายกว่าเดิมมากมาจนถึงปัจจุบัน
.
#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact
https://www.facebook.com/share/p/1DJscNeyRL/