พระไม้ Wooden Buddha 2026 เมื่อความศรัทธากลายเป็นหายนะที่ต้องแลกด้วยชีวิต

"การเอาพระเข้าบ้าน...อาจเป็นการเอาเคราะห์เข้าตัว"
ภาพยนตร์เรื่อง พระไม้ Wooden Buddha 2026 เป็นเรื่องที่ทำให้คนดูต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่เคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต เพราะมันหยิบเอาความศรัทธาในพระพุทธรูปไม้ซึ่งเป็นวัตถุมงคลในสายตาของคนทั่วไป มาบิดเบือนให้กลายเป็นต้นตอของความตายที่โหดร้ายและลึกลับจนภัยพิบัติเกินคาดคิด



หลิ่วตาหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจตรง ๆ จากงานวิจัยจริงของนักวิชาการในภาคอีสานที่ศึกษาพระไม้หรือพระพุทธรูปแกะสลักจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งในอดีตถูกใช้ในพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์

โดยเชื่อกันว่าพระไม้ชิ้นนั้นจะรับเอาบาปกรรม เคราะห์ร้าย หรือสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงแทนเจ้าของให้ได้ชีวิตที่สงบสุขยาวนานขึ้น

แต่ในตำนานบางสายที่กระจายในชุมชนพื้นบ้านกลับเตือนว่า หากพระไม้ถูกสร้างขึ้นด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์หรือถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มันอาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่จดจำและเลือกเหยื่อได้ด้วยตัวเอง ราวกับว่ามันเก็บสะสมความทุกข์ทรมานของคนรุ่นก่อน ๆ แล้วรอเวลาทวงคืนเมื่อถึงคราว



ภาพยนตร์จึงนำแนวคิดนี้มาขยายให้กลายเป็นเรื่องราวสยองขวัญที่ผสานกับการสืบสวนสอบสวนแบบดราม่าเข้มข้น โดยไม่พึ่งพาแต่เอฟเฟกต์ผี ๆ หาย ๆ ธรรมดา แต่เน้นที่ความหลอนจากภายในจิตใจและรากฐานทางวัฒนธรรมที่คนไทยหลายคนยังคุ้นเคยอยู่ลึก ๆ


ประหลาดใจเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "คำแพง" นักโบราณคดีสาวผู้เชื่อมั่นในเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มตัว นำทีมขุดค้นแหล่งโบราณสถานลึกลับในป่าลึกของภาคอีสาน แล้วบังเอิญค้นพบพระไม้โบราณชิ้นหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์

เพราะรูปร่างการแกะสลักและวัสดุไม้ที่ใช้บ่งบอกถึงฝีมือช่างสมัยโบราณที่หายากมาก แพงรู้สึกตื่นเต้นกับการค้นพบนี้เพราะมันอาจช่วยยกระดับความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันในคืนเดียวกันเมื่อความตายเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ และโหดเหี้ยม


"เดช" ทนายความผู้มีอิทธิพลในสังคมถูกพบเป็นศพในบ้านหรูของตัวเองในสภาพที่ทำให้ตำรวจและแพทย์นิติเวชต้องอ้าปากค้าง เพราะร่างกายถูกบิดเบี้ยวในท่าที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดสุดขีด ข้างศพมีพระไม้โบราณวางอยู่เพียงชิ้นเดียวราวกับเป็นลายเซ็นของผู้ร้ายที่จงใจทิ้งไว้


"เอก" สารวัตรสืบสวนหนุ่มไฟแรงที่เป็นคู่หมั้นของแพงได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้ทันที และยิ่งสืบยิ่งพบว่าคดีนี้เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมลึกลับหลายคดีก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง เหยื่อแต่ละรายล้วนถูกพบในสภาพคล้ายกันหมด มีรอยแผลฉกรรจ์ที่บ่งบอกถึงการทรมาน และที่สำคัญที่สุดคือพระไม้ชิ้นหนึ่งจะปรากฏอยู่ใกล้ ๆ ศพทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น


แพงตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดี เพราะพระไม้ที่พบในที่เกิดเหตุมีร่องรอยเชื่อมโยงกับการขุดค้นของเธอโดยตรง เธอจึงต้องร่วมมือกับเอกเพื่อสืบหาความจริงด้วยตัวเอง แม้จะปฏิเสธความเชื่อเรื่องคำสาปหรืออาถรรพ์อย่างสิ้นเชิงและยืนยันว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

แต่ยิ่งขุดลึกลงไปในอดีต แพงยิ่งพบหลักฐานที่ทำให้โลกทัศน์ของเธอสั่นคลอน พิธีกรรมโบราณที่ใช้พระไม้เป็นเครื่องมือในการชดใช้กรรมถูกบันทึกไว้ในตำราเก่า ๆ และเรื่องเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน โดยพิธีกรรมนี้เชื่อว่าพระไม้สามารถรับเคราะห์แทนมนุษย์ได้จริง หากเจ้าของทำพิธีถูกต้องตามขั้นตอน


แต่ในทางกลับกัน หากพระไม้ถูกถ่ายโอนไปยังคนอื่นโดยไม่สมัครใจ มันอาจกลายเป็นตัวกลางที่นำพาความตายมาสู่ผู้ครอบครองรายใหม่

เรื่องราวค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงนักธุรกิจพลังงาน ชื่อวีระที่เพิ่งได้รับพระไม้ลึกลับจากแหล่งที่มาไม่ชัดเจน แล้วเสียชีวิตอย่างโหดร้ายในเวลาต่อมา ทำให้คำถามในเรื่องไม่ใช่แค่ใครจะเป็นเหยื่อต่อไป แต่คือใครกันแน่ที่กำลังคอยเลือกเหยื่อเหล่านี้ด้วยวิธีการที่เหนือธรรมชาติ


การสืบสวนของทั้งคู่ยังเปิดบาดแผลเก่าในชีวิตของแพงเอง เพราะการตายของพ่อแม่ที่เธอเชื่อมาตลอดว่าสาเหตุจากอุบัติเหตุรถชน กลับมีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับพระไม้ชิ้นเดียวกันนี้ และตัวแพงเองอาจเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงทุกเหตุการณ์เข้าด้วยกัน

ยิ่งเรื่องดำเนินไป ผู้ชมจะยิ่งถูกดึงให้สงสัยว่าพระไม้ที่ปรากฏในเรื่องนั้นเป็นเพียงเครื่องมือของมนุษย์ที่ใช้ในแผนการฆาตกรรมธรรมดา ๆ หรือมันคือสิ่งมีชีวิตที่จดจำทุกอย่าง เลือกเหยื่อตามกรรมเก่า และทวงคืนชีวิตด้วยวิธีการที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้


เยี่ยมหนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าแบบผีหลอกตรง ๆ แต่ใช้บรรยากาศความหลอนจากความมืดของป่าโบราณ กลิ่นอายของพิธีกรรมเก่าแก่ และการสลับฉากระหว่างการสืบสวนสมัยใหม่กับภาพย้อนอดีตที่เผยให้เห็นถึงความลับของชุมชนท้องถิ่นที่ปกปิดเรื่องราวเหล่านี้มานานหลายชั่วอายุคน

ความเชื่อเรื่องพระไม้สะเดาะเคราะห์นี้มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมอีสานและลาวจริง ๆ โดยในงานวิจัยของนักวิชาการท้องถิ่นพบว่าพระไม้มักถูกสร้างขึ้นจากไม้เนื้อแข็งอย่างไม้ประดู่หรือไม้จันทน์ที่ผ่านการเสกสรรจากพระสงฆ์หรือหมอผี แล้วนำไปมอบให้ผู้ที่กำลังเผชิญเคราะห์หนัก เช่น คนป่วยเรื้อรังหรือผู้ที่ทำมาหากินเสี่ยงภัย เพื่อให้พระไม้รับเอาสิ่งชั่วร้ายแทน


แต่บางตำนานที่แพร่กระจายในหมู่บ้านห่างไกลกลับบอกว่าพระไม้ที่ถูกทิ้งร้างหรือถูกขโมยอาจกลับมาแก้แค้นผู้ที่เคยใช้มัน โดยเฉพาะหากเจ้าของเดิมเสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม

ภาพยนตร์จึงนำเอาความรู้ทางวิชาการเหล่านี้มาผสมกับการเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทั่วไป ทำให้คนดูที่เป็นคอหนังสยองขวัญสายความเชื่อรู้สึกเหมือนได้เห็นตำนานที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ


เยี่ยมการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมอีสานโดยตรง เพื่อให้การนำเสนอความเชื่อและพิธีกรรมออกมาอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือที่สุด

โดยมีผู้กำกับ 2 ท่านที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสายนิเทศศาสตร์ คือ
รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเคยกำกับหนังที่สะท้อนความสัมพันธ์ไทยลาวมาก่อน

และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สาคร จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่เชี่ยวชาญเรื่องภาพยนตร์สั้นรางวัลระดับนานาชาติ


ทั้ง 2 ท่านผสานความรู้ทางวิชาการเข้ากับการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์สยองขวัญสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
ขณะที่ผู้ควบคุมการสร้างอย่างปรัชญา ปิ่นแก้ว ซึ่งมีผลงานเด่นเรื่ององค์บาก ก็เข้ามาช่วยยกระดับการผลิตให้มีมาตรฐานระดับสากลตั้งแต่การออกแบบฉากที่จำลองป่าโบราณและโบราณสถานจริง ๆ ไปจนถึงการใช้เทคนิคเสียงและแสงที่สร้างความอึดอัดหลอนประสาทได้ตลอดเรื่อง


นักแสดงนำอย่าง "มุกดา นรินทร์รักษ์" ที่รับบท คำแพง ต้องเปลี่ยนลุคเป็นนักโบราณคดีสาวที่ทั้งเข้มแข็งและเปราะบางพร้อมกัน

ขณะที่ "ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์" รับบท เอก ตำรวจที่ต้องเผชิญทั้งคดีสยองและปมครอบครัวตัวเองที่เชื่อมโยงกับพระไม้เช่นกัน

ส่วน "ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์" และ "ยะสะกะ ไชยสร " ที่มาร่วมแสดงนำก็ช่วยเติมเต็มมิติของตัวละครรองที่ซับซ้อน ทำให้เรื่องราวไม่ใช่แค่การไล่ล่าผี แต่เป็นการไขปริศนาที่เกี่ยวข้องกับคนจริงและความลับในอดีตที่ยังส่งผลถึงปัจจุบัน

เจ้าคิกคักหนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สยองขวัญธรรมดา แต่เป็นการท้าทายความเชื่อของผู้ชมโดยตรง เพราะมันชวนให้ลองคิดว่าสิ่งที่เรานำเข้าบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลนั้น อาจซ่อนอันตรายที่มองไม่เห็นไว้ข้างใน หากพิธีกรรมหรือเจตนาเบื้องหลังไม่ถูกต้องตามที่โบราณเคยเตือน

ด้วยกำหนดฉายวันที่ 19 มีนาคม 2026 ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ภาพยนตร์พระไม้จึงพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการหนังไทยสายความเชื่อ โดยนำเอาความหลอนจากพื้นถิ่นอีสานที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่คนรุ่นใหม่บางคนอาจลืมไปแล้ว มาผสานกับเทคนิคการถ่ายทำสมัยใหม่ที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกของอาถรรพ์จริง ๆ

ใครที่เคยสนใจหนังแนวสืบสวนคดีลึกลับแบบ The Medium หรือหนังที่เล่นกับวัตถุมงคลอย่าง Art of the Devil ก็จะพบว่าที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ผีหลอก แต่เป็นการตั้งคำถามกับศรัทธาที่เราถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตลอดชีวิต และเมื่อความศรัทธานั้นถูกบิดเบือน มันก็อาจกลายเป็นหายนะที่ต้องแลกด้วยชีวิตจริง ๆ อย่างที่หัวข้อของเรื่องบอกไว้ชัดเจน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

หัวใจพระไม้ Wooden Buddha ปี 2026 โดดเด่นด้วยทีมนักแสดงนำที่ผสมผสานระหว่างดาวรุ่งไฟแรงกับนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ช่วยเติมเต็มมิติทางอารมณ์และความลึกของเรื่องราวได้อย่างลงตัว

มุกดา นรินทร์รักษ์ ที่รับบท "คำแพง" หรือ "แพง"

นักโบราณคดีสาวผู้มั่นใจในเหตุผลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มตัว เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายทั้งกายและใจ เพราะต้องสืบสวนเรื่องที่โยงใยกับอดีตส่วนตัวของตัวเอง มุกดาแสดงบทนี้ได้อย่างมีพลังและเปราะบางในเวลาเดียวกัน ทำให้คนดูเห็นภาพนักวิทยาศาสตร์สาวที่โลกทัศน์ถูกสั่นคลอนจนถึงแก่น

ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ที่รับบท "เอก"

สารวัตรสืบสวนหนุ่มไฟแรงและคู่หมั้นของแพง เขาต้องสืบคดีที่เชื่อมโยงกับครอบครัวตัวเองด้วย ภณพลิกบทบาทครั้งสำคัญด้วยการนำเสนอตัวละครที่จริงจังกับงานแต่ซ่อนปมในใจเกี่ยวกับพ่อ ทำให้บทนี้หนักและท้าทายที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา

นักแสดงนำคนสำคัญอีก 2 คน คือ

ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ หรือ บี๋ ที่มารับบท ตัวละครที่มีน้ำหนักทางอารมณ์และเกี่ยวข้องกับปมครอบครัวของเอกโดยตรง
การแสดงของบี๋เต็มไปด้วยอำนาจและความซับซ้อนที่ช่วยขับเน้นบรรยากาศครอบครัวที่เต็มไปด้วยความลับ


ยะสะกะ ไชยสร หรือปู มารับบท ตัวละครหลักที่โยงใยกับคดีและความเชื่อในเรื่องราวอาถรรพ์
การปรากฏตัวของเขาช่วยเพิ่มมิติให้กับปริศนาที่ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา


นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสมทบอย่าง นพพล มณีพันธ์ ที่เข้ามาเสริมทัพให้เรื่องราวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ทุกคนในทีมนักแสดงล้วนผสานเคมีกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะคู่พระเอกอย่างมุกดาและภณที่ประกบกันครั้งแรกบนจอใหญ่แต่ดูเป็นธรรมชาติและช่วยกันพยุงเรื่องให้ไหลลื่นตลอดเรื่อง

พระไม้ จัดอยู่ในหมวดหมู่ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ระทึกขวัญลึกลับ และกลิ่นอายความเชื่อพื้นถิ่นอีสานแบบ Folk Horror
คุณ...กล้าบูชา 'พระไม้' องค์นี้ไว้ที่บ้านไหม?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่