หลังจากดู Wuthering Heights แล้วชอบพระเอก Jacob Elordi มากๆเนื่องจากความหล่อที่ทะลุทะลวง 555 เลยไปหาผลงานเก่าๆของเขา และมาเจอซีรีส์เรื่องนี้น่าดูสำหรับเราเลยอยากมารีวิวเผื่อใครจะหาดูค่ะ The Narrow Road to the Deep North ฉายที่ Prime แต่ไม่ได้ฉายในไทยค่ะ (แต่ไม่เกินความสามารถที่จะหาดู 555) มี 5 EP ซึ่งกำลังพอดีและเรื่องราวที่เกี่ยวกับประเทศไทยด้วย
-เนื้อเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ทหารของออสเตรเลียแพ้สงครามทำให้ถูกส่งไปเป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะไทย-พม่า ซึ่งคือที่มาของชื่อเรื่องนี้ค่ะ ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเรื่องเดียวกันของชาวออสเตรเลีย และพล็อตที่ซ้อนกันอีกคือพระเอกคนเดียวกันนี้ก็ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาสาวของอาตัวเองค่ะทั้งที่ตัวเองก็มีแฟนแล้ว
-ชอบ plot เรื่องมากๆค่ะ คือถ่ายทอด 3 ช่วงเวลา ของพระเอก Dorrigo Evans โดยมีพล็อตสงคราม ความรัก และสุดท้ายสภาพจิตใจหลังสงครามช่วงบั้นปลาย สลับกัน โดยหลักๆที่นำเสนอน่าจะเป็นเรื่องของความโหดร้ายของสงคราม และความโหดของสภาพป่าลึกในไทยตอนนั้น ทำให้ทหารตายเป็นจำนวนมากจากมาลาเรียและโรคต่างๆ และความเหี้ยมของทหารญี่ปุ่นที่เป็นคนคุมการก่อสร้าง เช่นตัดคอทหารเชลยโชว์เพื่อให้ทุกคนกลัวและเร่งทำงาน
-อีกช่วงที่พีคไม่แพ้กันเป็นช่วงก่อนพระเอกไปออกรบได้แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาสาวของอาตัวเอง เป็นช่วงด้านความรักซับซ้อนที่ทำออกมาได้ดีค่ะ เข้าใจและจบในตัวมันเอง
-ช่วงบั้นปลายชีวิตพระเอกมีอาการ trauma จากสงครามในวัยหนุ่ม แต่เราว่าซีรีส์ยังทำออกมาได้ไม่ชัดค่ะ คือเราไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ในใจของตัวละครที่เจอความโหดร้ายสุดๆ การเสียเพื่อนทหารด้วยกันตอนสงครามซึ่งมีแต่ความสูญเสีย
-Jacob Elordi ก็ยังหล่อสุดๆทะลุจอออกมาอยู่ดี ถึงแม้จะแสดงเป็นทหารเนื้อตัวเลอะโคลน หน้าตาก็ยังแจ่มสุดในบรรดาทหารทั้งหมด 555 เข้าใจว่าต้องลดน้ำหนักด้วยค่ะ ส่วนการแสดงจะมีบทพูดน้อยค่ะ เน้นทอดอารมณ์มากกว่าโดยเฉพาะซีนกับเมียของอาซึ่งเราว่าเจคอบยังเล่นแข็งไปค่ะ ยังลอยๆไป ฉากที่นิ่งๆหน้าก็นิ่งเรียบเลย ไม่มีอารมณ์ใดๆ เพราะถึงแม้ไม่มีบทพูดแต่สายตา ภาษากายต้องชัด
-ส่วนนักแสดงที่เล่นเป็นภรรยาสาวของอาพระเอกเราว่านางเล่นดี สายตาคนที่แอบกิน ภาษากายที่ต้านตัณหาไม่ไหวกับหลานของสามีตัวเอง (ในเรื่องรุ่นๆเดียวกัน) โดยไม่ต้องมีคำพูดแต่นักแสดงเล่าตรงนี้ได้ดี ใช้สายตาดีมาก เราว่าเล่นโอเคเลย
-สรุปเป็นซีรีส์ที่ดีเรื่องนึงเลยค่ะ แนะนำ การถ่ายภาพแบบ handheld ภาพดี retro แสงดี การสลับเหตุการณ์ไปมาสมูธและเข้าใจในเนื้อเรื่อง ไม่เยิ่นเย้อ แต่ด้วยความเป็นซีรีส์อาจจะยังถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวพระเอกในช่วงบั้นปลายต่อสงครามได้ไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ถ้าทำเป็นหนังและเกลาให้กลมกล่อมขึ้น เค้นอารมณ์ขึ้น เน้นฉากสงครามให้ยิ่งใหญ่ขึ้น อาจจะไปได้ถึงหนังรางวัลเลย ส่วน plot ดีมากๆอยู่แล้วค่ะ ใครชอบเรื่องแนวสงคราม แนะนำเลยค่ะ
รีวิวซีรีส์จาก Amazon Prime: the Narrow Road to the Deep North
หลังจากดู Wuthering Heights แล้วชอบพระเอก Jacob Elordi มากๆเนื่องจากความหล่อที่ทะลุทะลวง 555 เลยไปหาผลงานเก่าๆของเขา และมาเจอซีรีส์เรื่องนี้น่าดูสำหรับเราเลยอยากมารีวิวเผื่อใครจะหาดูค่ะ The Narrow Road to the Deep North ฉายที่ Prime แต่ไม่ได้ฉายในไทยค่ะ (แต่ไม่เกินความสามารถที่จะหาดู 555) มี 5 EP ซึ่งกำลังพอดีและเรื่องราวที่เกี่ยวกับประเทศไทยด้วย
-เนื้อเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ทหารของออสเตรเลียแพ้สงครามทำให้ถูกส่งไปเป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะไทย-พม่า ซึ่งคือที่มาของชื่อเรื่องนี้ค่ะ ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเรื่องเดียวกันของชาวออสเตรเลีย และพล็อตที่ซ้อนกันอีกคือพระเอกคนเดียวกันนี้ก็ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาสาวของอาตัวเองค่ะทั้งที่ตัวเองก็มีแฟนแล้ว
-ชอบ plot เรื่องมากๆค่ะ คือถ่ายทอด 3 ช่วงเวลา ของพระเอก Dorrigo Evans โดยมีพล็อตสงคราม ความรัก และสุดท้ายสภาพจิตใจหลังสงครามช่วงบั้นปลาย สลับกัน โดยหลักๆที่นำเสนอน่าจะเป็นเรื่องของความโหดร้ายของสงคราม และความโหดของสภาพป่าลึกในไทยตอนนั้น ทำให้ทหารตายเป็นจำนวนมากจากมาลาเรียและโรคต่างๆ และความเหี้ยมของทหารญี่ปุ่นที่เป็นคนคุมการก่อสร้าง เช่นตัดคอทหารเชลยโชว์เพื่อให้ทุกคนกลัวและเร่งทำงาน
-อีกช่วงที่พีคไม่แพ้กันเป็นช่วงก่อนพระเอกไปออกรบได้แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาสาวของอาตัวเอง เป็นช่วงด้านความรักซับซ้อนที่ทำออกมาได้ดีค่ะ เข้าใจและจบในตัวมันเอง
-ช่วงบั้นปลายชีวิตพระเอกมีอาการ trauma จากสงครามในวัยหนุ่ม แต่เราว่าซีรีส์ยังทำออกมาได้ไม่ชัดค่ะ คือเราไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ในใจของตัวละครที่เจอความโหดร้ายสุดๆ การเสียเพื่อนทหารด้วยกันตอนสงครามซึ่งมีแต่ความสูญเสีย
-Jacob Elordi ก็ยังหล่อสุดๆทะลุจอออกมาอยู่ดี ถึงแม้จะแสดงเป็นทหารเนื้อตัวเลอะโคลน หน้าตาก็ยังแจ่มสุดในบรรดาทหารทั้งหมด 555 เข้าใจว่าต้องลดน้ำหนักด้วยค่ะ ส่วนการแสดงจะมีบทพูดน้อยค่ะ เน้นทอดอารมณ์มากกว่าโดยเฉพาะซีนกับเมียของอาซึ่งเราว่าเจคอบยังเล่นแข็งไปค่ะ ยังลอยๆไป ฉากที่นิ่งๆหน้าก็นิ่งเรียบเลย ไม่มีอารมณ์ใดๆ เพราะถึงแม้ไม่มีบทพูดแต่สายตา ภาษากายต้องชัด
-ส่วนนักแสดงที่เล่นเป็นภรรยาสาวของอาพระเอกเราว่านางเล่นดี สายตาคนที่แอบกิน ภาษากายที่ต้านตัณหาไม่ไหวกับหลานของสามีตัวเอง (ในเรื่องรุ่นๆเดียวกัน) โดยไม่ต้องมีคำพูดแต่นักแสดงเล่าตรงนี้ได้ดี ใช้สายตาดีมาก เราว่าเล่นโอเคเลย
-สรุปเป็นซีรีส์ที่ดีเรื่องนึงเลยค่ะ แนะนำ การถ่ายภาพแบบ handheld ภาพดี retro แสงดี การสลับเหตุการณ์ไปมาสมูธและเข้าใจในเนื้อเรื่อง ไม่เยิ่นเย้อ แต่ด้วยความเป็นซีรีส์อาจจะยังถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวพระเอกในช่วงบั้นปลายต่อสงครามได้ไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ถ้าทำเป็นหนังและเกลาให้กลมกล่อมขึ้น เค้นอารมณ์ขึ้น เน้นฉากสงครามให้ยิ่งใหญ่ขึ้น อาจจะไปได้ถึงหนังรางวัลเลย ส่วน plot ดีมากๆอยู่แล้วค่ะ ใครชอบเรื่องแนวสงคราม แนะนำเลยค่ะ