🧐 คุณยัง “คิดเอง” อยู่ไหม…หรือแค่พิมพ์ Prompt เก่งขึ้น ?

คุณยัง “คิดเอง” อยู่ไหม…หรือแค่พิมพ์ Prompt เก่งขึ้น ?

เรื่องราวของชายคนหนึ่งหยุดใช้ AI 30 วัน แล้วค้นพบสิ่งที่น่ากลัวกว่าความขี้เกียจ

ท่ามกลางกระแส AI ที่ทุกคนพูดถึง มีบทความหนึ่งที่ชวนให้มองกลับมาที่ “สมองของเราเอง”

ผู้เขียนไม่ได้ต่อต้าน AI ไม่ได้ประกาศเลิกใช้เทคโนโลยี เขาแค่ตั้งคำถามง่าย ๆ กับตัวเองว่า

“ถ้าฉันหยุดใช้ AI ไปเลย 30 วัน จะเกิดอะไรขึ้นกับสมอง ?”

แล้วเขาก็ลองทำจริง ๆ

📌 จุดเริ่มต้นที่ดูเล็กน้อย…แต่สะเทือน

ทุกอย่างเริ่มจากเรื่องธรรมดามาก เขากำลังจะเขียนอีเมลสั้น ๆ งานง่าย ๆ ที่เคยทำได้สบาย แต่เขาเผลอจะเปิด AI มาช่วยร่าง

ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ แต่เพราะ “มันเร็วกว่า”

ตอนนั้นเองที่เขารู้ตัวว่า เขาไม่ได้ใช้ AI แค่ช่วยงานยาก เขาเริ่มใช้มันเป็น จุดเริ่มต้นของความคิด และนั่นทำให้เขาตั้งกติกาใหม่กับตัวเองทันที

30 วันเต็ม ห้ามใช้ AI เด็ดขาด

ไม่มี ChatGPT
ไม่มีเครื่องมือช่วยคิด
ไม่มีตัวช่วยเรียบเรียงภาษา

ใช้สมองล้วน ๆ

📌 สัปดาห์ที่ 1: อาการลงแดงทางความคิด

เขาบอกว่ามันเหมือน “ถอนยา”

ทุกครั้งที่เจอคำถามยาก สมองจะโหยหาคำตอบสำเร็จรูปทันที

การเขียนช้าลง ไอเดียกระจัดกระจาย ความมั่นใจในร่างแรกต่ำลงอย่างชัดเจน

เขาไม่ได้โง่ลง แต่เขา “เริ่มต้นคิดเองไม่คล่อง” และนี่คือสิ่งที่น่ากังวล

AI ไม่ได้แค่ช่วยขัดเกลา มันเริ่มแทนที่ “การตั้งต้นคิด”

📌 สัปดาห์ที่ 2: เมื่อสมองต้องแบกเองทั้งหมด

งานที่เคยใช้ 10 นาที กลายเป็น 30 นาที

การวางโครงสร้าง การเชื่อมโยงเหตุผล การเรียบเรียงความคิด ทุกอย่างหนักขึ้น เขาเริ่มสงสัยว่าทำแบบนี้ถูกไหม

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง

ก่อนหน้านี้ AI ทำหน้าที่เหมือน Working Memory ภายนอก ช่วยจัดระเบียบข้อมูล เติมช่องว่าง และทำให้ความคิดลื่นไหล

เมื่อถอดมันออก สมองต้องแบกทุกอย่างเอง มันไม่ใช่ความสามารถที่ลดลง แต่มันคือ “กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้นาน”

📌 สัปดาห์ที่ 3: การฟื้นตัวที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น

แล้วบางอย่างก็เปลี่ยนไป  ความคิดเริ่มเชื่อมโยงเอง ไอเดียไม่ได้มาจาก Prompt แต่มาจากการนั่งงัดกับปัญหาจริง ๆ

มันช้า แต่มันลึก

เขาบอกว่าความรู้สึกมันต่างกันมาก ความคิดไม่ได้ดูสวยทันที แต่รู้สึกว่า “เป็นของตัวเองจริง ๆ”

📌 สัปดาห์ที่ 4: ความเงียบที่ทรงพลัง

พอถึงสัปดาห์สุดท้าย เขาไม่รู้สึกโหยหา AI แบบเดิมอีก

สมองโล่งขึ้น โฟกัสดีขึ้น ความอดทนต่อความไม่ชัดเจนสูงขึ้น

เขาสะท้อนประเด็นที่แรงมากว่า ปัญหาไม่ใช่เราโง่ ไม่ใช่เราขี้เกียจ

แต่เรา “ถูกกระตุ้นตลอดเวลา” จนไม่มีพื้นที่ให้คิดลึก

ในยุคที่ทุกอย่างเร็วและวอกแวก แค่คุณโฟกัสได้ 90 นาทีต่อเนื่อง ก็กลายเป็นความได้เปรียบมหาศาลแล้ว

เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มหลายอย่าง แต่ไม่จบสักอย่าง

📌 บทสรุปที่น่ากลัวกว่าการเลิกใช้ AI

เขาไม่ได้บอกให้เลิกใช้ AI

เขากลับมาใช้มันอีกครั้ง แต่เปลี่ยนวิธีใช้ คิดเองก่อน เขียนเองก่อน แล้วใช้ AI เป็นคู่ซ้อม ไม่ใช่สมองสำรอง

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การหยุด 30 วัน

สิ่งที่น่ากลัวคือ วันที่เราเลิกคิดเอง…โดยไม่รู้ตัว

คำถามที่อยากชวนคุณคิด วันนี้คุณใช้ AI เพื่อ “ขยายความคิด” หรือเพื่อ “หลีกเลี่ยงความยากของการคิด” ?

คุณยังทนอยู่กับความไม่ชัดเจนได้ไหม หรือคุณต้องการคำตอบทันทีเสมอ ?

ในโลกที่คำตอบหาได้ในไม่กี่วินาที ความสามารถในการคิดลึก อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่หายากที่สุด

และในเกมระยะยาว คนที่ชนะอาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุด แต่อาจเป็นคนที่ยัง “คิดได้ด้วยตัวเอง” มากที่สุด

แล้วคุณล่ะ ถ้าหยุดใช้ AI 30 วัน อะไรจะพัง อะไรจะกลับมา และคุณจะค้นพบอะไรเกี่ยวกับสมองตัวเอง ?

#BusinessTomorrow #AI #ChatGPT #FutureOfWork
https://www.facebook.com/share/p/1C7x618eC6/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่