ส้วมไม่ล้างถามหาแต่พระ นิพพาน
"ส้วมไม่ล้างถามหาแต่นิพพาน"
เป็นคำสอนของหลวงปู่ชา สุภัทโท ที่เปรียบเปรยถึงคนที่มองข้ามการฝึกฝนจิตใจในระดับพื้นฐาน (สิ่งสกปรกภายนอก/งานบ้านงานเรือน) แต่กลับมุ่งหวังผลลัพธ์สูงสุด (นิพพาน/ความสะอาดบริสุทธิ์) สอนให้รู้ว่าการปฏิบัติธรรมต้องเริ่มจากการมีวินัย ละอายต่อบาป และขัดเกลากิเลสจากสิ่งเล็กน้อยใกล้ตัว
ความหมายหลัก: การไม่ทำหน้าที่พื้นฐานของตนเองให้เรียบร้อย (ไม่ล้างส้วม) แต่กลับอยากได้ธรรมะขั้นสูง (นิพพาน) เป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง เหมือนการทำใจให้สะอาดโดยไม่เริ่มล้างความสกปรกในใจเสียก่อน
นัยยะการสอน:
กิเลสเป็นเรื่องใกล้ตัว: เรื่องพื้นฐานอย่างความรับผิดชอบ การดูแลความสะอาดคือกิเลสประเภท "ความอิดออด" หรือ "ความขี้เกียจ" ที่ต้องแก้
การปฏิบัติคือชีวิตประจำวัน: การปฏิบัติธรรมไม่ได้อยู่แค่ในหอพระ แต่คือการทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด
นิพพานเริ่มที่ใจ: หากใจยังสกปรกด้วยความเห็นแก่ตัว ก็ไม่สามารถสัมผัสนิพพานได้
สรุปคือ การจะเข้าถึงนิพพาน (ความบริสุทธิ์ของจิต) ต้องเริ่มจากการล้างกิเลสในใจผ่านการทำหน้าที่และวินัยในชีวิตประจำวัน (ล้างส้วม) ให้เรียบร้อยเสียก่อน
ธรรมะสอนว่า ส้วมไม่ล้าง ถามหาแต่นิพพาน"
"ส้วมไม่ล้างถามหาแต่นิพพาน"
เป็นคำสอนของหลวงปู่ชา สุภัทโท ที่เปรียบเปรยถึงคนที่มองข้ามการฝึกฝนจิตใจในระดับพื้นฐาน (สิ่งสกปรกภายนอก/งานบ้านงานเรือน) แต่กลับมุ่งหวังผลลัพธ์สูงสุด (นิพพาน/ความสะอาดบริสุทธิ์) สอนให้รู้ว่าการปฏิบัติธรรมต้องเริ่มจากการมีวินัย ละอายต่อบาป และขัดเกลากิเลสจากสิ่งเล็กน้อยใกล้ตัว
ความหมายหลัก: การไม่ทำหน้าที่พื้นฐานของตนเองให้เรียบร้อย (ไม่ล้างส้วม) แต่กลับอยากได้ธรรมะขั้นสูง (นิพพาน) เป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง เหมือนการทำใจให้สะอาดโดยไม่เริ่มล้างความสกปรกในใจเสียก่อน
นัยยะการสอน:
กิเลสเป็นเรื่องใกล้ตัว: เรื่องพื้นฐานอย่างความรับผิดชอบ การดูแลความสะอาดคือกิเลสประเภท "ความอิดออด" หรือ "ความขี้เกียจ" ที่ต้องแก้
การปฏิบัติคือชีวิตประจำวัน: การปฏิบัติธรรมไม่ได้อยู่แค่ในหอพระ แต่คือการทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด
นิพพานเริ่มที่ใจ: หากใจยังสกปรกด้วยความเห็นแก่ตัว ก็ไม่สามารถสัมผัสนิพพานได้
สรุปคือ การจะเข้าถึงนิพพาน (ความบริสุทธิ์ของจิต) ต้องเริ่มจากการล้างกิเลสในใจผ่านการทำหน้าที่และวินัยในชีวิตประจำวัน (ล้างส้วม) ให้เรียบร้อยเสียก่อน