JJNY : โรมโอดรัฐตีมึน ยังไม่หมายจับ│‘ไอซ์’แซะปกส.│ส.นักข่าวฯ แถลงจี้กกต.│วัสเตือนกกต.แจ้งเอาผิดปชช.│ซ้อมรบที่ช่องแคบบาชิ

โรม โอดรัฐตีมึน ยึดทรัพย์แต่ทำไมยังไม่หมายจับ ‘เบนสมิธ-ภรรยา’ จี้เอาจริงปราบสแกมเมอร์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5613427
.

.
โรม โอดรัฐตีมึน ยึดทรัพย์แต่ทำไมยังไม่หมายจับ ‘เบนสมิธ-ภรรยา’ จี้เอาจริงปราบสแกมเมอร์
.
จากกรณี สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดี อาทิ คดีนายเฉิน จื้อ, นายเบน สมิธ และภรรยา, นายก๊ก อาน และ นายเอื้ออังกูร รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท กระทั่งต่อมา ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยให้ เลขาธิการ ปปง.เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ตามที่มีการนำเสนอไปแล้วนั้น
.
ล่าสุด วันเดียวกันนี้ 27 กุมภาพันธ์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า
.
“คำถามที่สำคัญคือ ทำไมคดีของ เบน สมิธ และภรรยา ถึงไม่มีการดำเนินการเพื่อออกหมายจับ เพราะถ้ามีการออกหมายจับ ก็จะได้ขอออกหมายแดงเพื่อตามล่าตัวทั่วโลกต่อไป”
.
และว่า แม้ว่าการยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราวของศาลแพ่งจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การที่ทุกคนทำเป็นมึนกับการไม่ออกหมายจับนายเบน สมิธ และภรรยา ย่อมแสดงให้เห็นว่าไม่คิดจะเอาให้สุดกับการปราบปราบสแกมเมอร์หรือเปล่าครับ ช่วยทำงานด้วยครับ เอาจริงหน่อย
.
https://www.facebook.com/rangsimanrome/posts/pfbid0WfnQg17SwsAfvwagbRhmWGAfJjjkqbxUZfSpRmCzd5wo1YUk5CZuVqtgn87FkWaYl
.

.
‘ไอซ์ รักชนก’ แซะประกันสังคมทุ่ม 70 ล้าน ทำไลน์ออฟฟิเชียลคว้ารางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐ
https://www.dailynews.co.th/news/5640762/
.
"ไอซ์ รักชนก" ตั้งคำถามปมประกันสังคมใช้งบ 69.5 ล้านบาท พัฒนาสื่อออนไลน์จนคว้ารางวัลจาก LINE พบเอกสารจัดซื้อจ้างราคาสูงลิ่ว ด้านชาวเน็ตแห่แชร์ข้อมูลรางวัลจริงคือ "สติกเกอร์สปอนเซอร์ที่ดีที่สุด"
.
เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์ข้อมูลจากเฟซบุ๊กของ นายธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม หลังออกมาประกาศความสำเร็จคว้ารางวัลหน่วยงานภาครัฐยอดเยี่ยมจากเวที LINE THAILAND AWARDS 2025
.
โดยโพสต์ของ นายธีระชาติ ระบุข้อความว่า
.
“ประกันสังคมคว้ารางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐ จากไลน์ ประกันสังคมใช้งบทำไลน์ออฟฟิเชียล 69.5 ล้านบาท! ฝากช่วยกันตามอ่าน ช่วยกันตั้งคำถาม แล้วช่วยกันส่งต่อ เรื่องผิดปกติมันจะกลับมาเป็นปกติในที่สุด สักวัน! พบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพัฒนาระบบบริการและบริหารสื่อออนไลน์ด้วยวิธี e-bidding ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 69,500,000 บาท”
.
ขณะที่ น.ส.รักชนก ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า
.
“สุดยอดจริงๆ ประกันสังคมจ่ายเงินค่า line officials 70 ล้านบาท ไลน์บอก ประกันสังคม เยี่ยมยอดมาก เอารางวัลหน่วยงานแห่งปีไปเลย!! สุดยอดจริงๆ สุดยอดจริงๆ สุดยอดจริงๆ”
.
จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า โพสต์การรับรางวัลของทางเพจ “สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office” ได้มีบรรดาชาวเน็ต เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำนักงานประกันสังคมได้รับในงาน LINE THAILAND AWARDS 2025 พบว่าเป็นรางวัล “Best Sponsored Stickers” หรือสติกเกอร์สปอนเซอร์ที่ดีที่สุดในสาขาภาครัฐ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมถึงความเหมาะสมของงบประมาณที่ใช้ เมื่อเทียบกับประเภทของรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ จนมีบรรดาชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์เพจประกันสังคมกันจำนวนมาก
.
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ เพจ  รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office
.
https://www.facebook.com/nanaicez112
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid02DwreJLA4j9YepBwWBCjLsZtQ8ZsX5H5maq8DHaTDfWrDaC4KdSuZ1gg6Xzoze4ql
.
https://www.facebook.com/maxteerachart/posts/pfbid036WcgML4f6oWDJVg8n6DGtwE7fC7kPbSD6FRyhQB2x31umM534PysyTYNPJ1PC2Xul
.
https://www.facebook.com/ssofanpage/posts/pfbid02RJRapyTpjS6UfragSL6QbFxQjuNQgBh4ecB9Wj6eM3yiPbnzWX4Sh41382LzWiD5l?rdid=z0L4ym9HLKUACHcT#
.

.
สมาคมนักข่าวฯ แถลงจี้กกต.ทบทวนฟ้อง ‘ช่างภาพสื่อ’ ชี้ต้องแยกแยะ แทรกแซงลต.กับหน้าที่สื่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5613313
.
สมาคมนักข่าวฯ แถลงจี้ กกต.ทบทวนฟ้องดำเนินคดีช่างภาพสื่อ
.
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อ ช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของ SPACEBAR จากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และถูกกล่าวหาว่า พยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้ใช้สิทธิ เหตุเกิดระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
.
ความว่า
.
สมาคมนักข่าวฯ ตระหนักและเคารพต่อหลักเกณฑ์ของ กกต. รวมถึงหลักการรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงอัน เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน โดยต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง กับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาชีพเพื่อรายงานข้อเท็จจริงและตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
.
สมาคมฯ เห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น ความผิดฐานอั้งยี่
.
ซึ่งมีบทลงโทษสูง หากมิได้พิจารณาเจตนาและบริบทของการทำหน้าที่อย่างรอบด้าน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสารสาธารณะ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และรายงานข่าวต่อสาธารณะ เป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล
.
การบังคับใช้กฎหมายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ดังกล่าวจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และต้องไม่ถูกใช้ในลักษณะที่อาจตีความได้ว่า เป็นการจำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อ
.
สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริต
ของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนควบคู่กันไป
สมาคมฯหวังว่า กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อด้วยความรอบคอบโดยไม่
กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
.
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
27 กุมภาพันธ์ 2569
.
https://www.facebook.com/activityoftja/posts/pfbid02D2p2UPcMUdrgBLCtPU9Kp6EvLJJJLdZEaE8Zyh8mdaKK66LHSZAiyExGBHngRw1rl
.

.
วัส ติงสมิตร เตือนกกต.แจ้งเอาผิดประชาชน ส่งผลเสียต่อตัวเอง กระทบเชื่อมั่น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5613342
.
วัส ติงสมิตร เตือนกกต.แจ้งเอาผิดประชาชน ส่งผลเสียต่อตัวเอง กระทบเชื่อมั่น
.
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบู๊ก ระบุว่า
.
เมื่อ “การตรวจสอบ” ถูกมองเป็น “การขัดขวาง”: วิเคราะห์ปมร้อน กกต. แจ้งความกลุ่มพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง
.
จากเหตุการณ์วันที่ 25 ก.พ. 69 ที่ กกต. มอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 6 คน ที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัส QR code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด อันเป็นความผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ และยุยงปลุกปั่น เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น
.
ปรากฏว่า สถานที่ทำการ “ถ่ายภาพและถอดรหัส” บัตรเลือกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กันไว้สำหรับสื่อมวลชน
.
หากพิจารณาจากบริบทที่เกิดขึ้น “ต่อหน้าสาธารณชน” และ “ในเขตพื้นที่อนุญาต” ข้อสันนิษฐานที่ว่านี่คือการชี้เบาะแส (Whistleblowing) หรือการตรวจสอบ (Auditing) พื่อสะท้อนช่องโหว่ของระบบ ดูจะมีน้ำหนักมากกว่าเจตนาทุจริตแบบแอบซ่อน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5613342
.
วิเคราะห์เจตนา: “ทำเพื่อโกง” หรือ “ทำเพื่อตีแผ่”?
.
การกระทำที่เปิดเผยและตั้งกล้องในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน มักมีนัยสำคัญดังนี้:
.
Proof of Concept (POC): ต้องการพิสูจน์ว่า “รหัส” บนบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงกลับไปหาตัวบุคคลได้จริง ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ (Secrecy of the Ballot) หากพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง ปัญหาจึงอยู่ที่ “มาตรฐานของบัตรเลือกตั้ง” ไม่ใช่ “ผู้ที่ออกมาตีแผ่ความจริง”
.
Public Awareness: การทำในพื้นอนุญาต ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน และต่อหน้าสาธารณะ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า ระบบที่ กกต. ใช้อยู่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใครเลือกใคร (ซึ่งเอื้อต่อการซื้อสิทธิขายเสียง)
.
“นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต” เพราะคงไม่มีใครตั้งกล้องถ่ายการโกงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน
.
ผลเสียที่อาจย้อนกลับมาหา กกต. (The Backlash)
.
การตัดสินใจใช้กฎหมาย “แจ้งความดำเนินคดี” ในแง่มุมตรงข้าม แทนการ “ชี้แจงเชิงเทคนิค” นับเป็น “นิติสงคราม” ที่รัฐทำกับประชาชน อาจส่งผลเสียต่อ กกต. ในระยะยาว ดังนี้:
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่