หลายคนอาจคิดว่าในยุคที่ AI ช่วยเขียนโค้ดได้แทบทุกอย่าง “เอกสาร” อย่าง
PRD (Product Requirement Document) อาจจะกลายเป็นของล้าสมัยไปแล้ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม! ยิ่งโลกพัฒนาด้วย AI เร็วเท่าไหร่ PRD ยิ่งกลายเป็น “สมอง” ที่ขาดไม่ได้ของทีมพัฒนา มารู้จักกับ PRD ในมิติใหม่ที่ทั้ง Vibe Coder และผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม
PRD คืออะไร?
PRD หรือ Product Requirement Document คือเอกสารที่ใช้กำหนดคุณสมบัติและความต้องการของผลิตภัณฑ์ โดยจะอธิบายว่าเรากำลังจะสร้างอะไร เพื่อใคร และทำไมถึงต้องสร้างมัน PRD เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของบ้านที่ทุกคนในทีมใช้เพื่อให้เข้าใจตรงกันก่อนลงมือสร้าง
ในอดีต PRD ใช้ทำอะไร?
ในอดีต PRD ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างทีมธุรกิจและทีมพัฒนา นักเขียน PRD จะต้องลงรายละเอียดแทบจะทีละพิกเซล ตั้งแต่ User Flow, ฟังก์ชันการทำงาน ไปจนถึง Error Message ต่างๆ ซึ่งใช้เวลานาน และเมื่อส่งต่อให้ทีมพัฒนาก็ต้องตีความอีกที บ่อยครั้งที่สิ่งที่เขียนกับสิ่งที่พัฒนาออกมาไม่ตรงกัน
ปัจจุบันในยุค Agentic AI
เมื่อ AI Agent สามารถเขียนโค้ดได้เอง PRD กลับยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้น AI จะอ่าน PRD เพื่อ
- วางสถาปัตยกรรมระบบได้ตรงตามความต้องการทางธุรกิจ
- แก้ไขปัญหาได้ถูกจุด เพราะเข้าใจจุดเจ็บปวดของผู้ใช้
- ลดอาการหลอนในการพัฒนา เพราะมีเป้าหมายชัดเจน
ในยุคนี้ PRD กลายเป็น “คำสั่งระดับสูง” ที่ป้อนให้ AI Agent ทำงานแทนเรา โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาสั่งงานทีละขั้นตอน
เราควรให้ความสำคัญกับ PRD อย่างไร?
การเริ่มต้นใช้ PRD ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เริ่มจาก
1. กำหนดเป้าหมาย: ต้องการแก้ปัญหาอะไร
2. ระบุผู้ใช้งาน: ใครคือคนใช้และมีปัญหาอะไร
3. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ: วัดผลจากอะไร
4. ฟีเจอร์ที่ต้องมี vs อยากมี: แยกให้ชัด
ประโยชน์ของ PRD ต่อ Vibe Coder
สำหรับสาย Vibe Coding ที่ชอบพัฒนาแบบลื่นไหล PRD จะช่วย:
- ลดการแก้ไขงาน: แทนที่จะเขียนโค้ดไปเรื่อยแล้วต้องมาแก้ทีหลัง
- เพิ่มความเร็ว: มีเป้าหมายชัดเจน ไม่เสียเวลาคิดระหว่างเขียน
- ทำงานร่วมกับ AI ได้ดี: AI จะเข้าใจและแนะนำสิ่งต่างๆ ได้แม่นยำขึ้น
ประโยชน์ของ PRD ต่อผู้ประกอบการ
สำหรับผู้ประกอบการ PRD คือเครื่องมือที่:
- ช่วยประมาณงบประมาณ: รู้ขอบเขตงาน ทำให้ประมาณการค่าใช้จ่ายได้
- สื่อสารกับทีมได้ตรงกัน: ทั้งทีม in-house, outsources หรือ AI Agent
- สร้างต้นแบบได้เร็วขึ้น: PRD ที่ดี + AI = ผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำที่ใช้งานได้ในเวลาไม่กี่วัน
PRD ไม่ใช่เอกสารที่ตายแล้วในยุค AI แต่มันกำลังถูกยกระดับให้สำคัญยิ่งกว่าเดิม เหมือนกับที่เรายังต้องมีแบบสถาปัตย์ก่อนสร้างบ้าน แม้เราจะมีเครื่องมือสร้างที่ทันสมัยแค่ไหนก็ตาม
PRD ในยุค Agentic AI: ทำไมเอกสารนี้ถึงกลับมาสำคัญอีกครั้ง
- วางสถาปัตยกรรมระบบได้ตรงตามความต้องการทางธุรกิจ
- แก้ไขปัญหาได้ถูกจุด เพราะเข้าใจจุดเจ็บปวดของผู้ใช้
- ลดอาการหลอนในการพัฒนา เพราะมีเป้าหมายชัดเจน
1. กำหนดเป้าหมาย: ต้องการแก้ปัญหาอะไร
2. ระบุผู้ใช้งาน: ใครคือคนใช้และมีปัญหาอะไร
3. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ: วัดผลจากอะไร
4. ฟีเจอร์ที่ต้องมี vs อยากมี: แยกให้ชัด
- ลดการแก้ไขงาน: แทนที่จะเขียนโค้ดไปเรื่อยแล้วต้องมาแก้ทีหลัง
- เพิ่มความเร็ว: มีเป้าหมายชัดเจน ไม่เสียเวลาคิดระหว่างเขียน
- ทำงานร่วมกับ AI ได้ดี: AI จะเข้าใจและแนะนำสิ่งต่างๆ ได้แม่นยำขึ้น
- ช่วยประมาณงบประมาณ: รู้ขอบเขตงาน ทำให้ประมาณการค่าใช้จ่ายได้
- สื่อสารกับทีมได้ตรงกัน: ทั้งทีม in-house, outsources หรือ AI Agent
- สร้างต้นแบบได้เร็วขึ้น: PRD ที่ดี + AI = ผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำที่ใช้งานได้ในเวลาไม่กี่วัน