.

.
ถ้าเลือกได้ OST.กรงกรรม
แก้ม วิชญาณี | Official MV
.
.
แรกวา (เมื่อวาน)
ขับรถผ่านสถานสงเคราะห์คนชราอนาถา
มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชราอนาถา
บ้านคนชราหาดใหญ่
เห็นภาพสตรีชราหลายคนนั่งอยู่ด้านหน้า
ส่วนคนชายชราเห็นแค่ประปรายไม่กี่คน
ปรกติมักจะห้ามเข้าออกไปมาหาสู่ข้างนอก
เพื่อป้องกันอันตราย กับ
การหลงลืมกลับที่พักไม่ถูก
สายตาเหม่อลอย
มีทั้งบ่งบอกสุข ทุกข์ ที่ผ่านมา
จากความทรงจำที่แสนงดงาม แสนเศร้า
หลังจากมองไปที่
ขบวนแห่ตรุษจีนของหาดใหญ่
ที่จัดโดยมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่
หลังจากว้นตรุษจีน 7 วัน
จัดมานานกว่าร่วมศตวรรษแล้ว
ในบางปี
ขบวนแห่เอิกเกริกอลังการ์มาก
มีมังกรเต้นไปตามท้องถนน
มีวงโยธวาทิต สองโรงเรียน
ชุดสตรีจีนหาบแผ่นป้ายจีน คำมงคล
มี เอ็งกอ กลุ่มโจรในนิยายซ้องกัง
กระโดดโลดเต้นไปตามท้องถนน
การบรรเลงเพลงจีน ขลุ่ย ซอ กลอง ฆ้อง
เพลงฟังแล้วจริง ๆ ค่อนข้างเศร้า
มีรถกะบะบรรทุกเจ้าจากศาลต่าง ๆ
มีชายหนุ่มหญิงสาวแบกหาม
เทพเจ้าจากศาลเจ้าต่าง ๆ ในหาดใหญ่
เดินตระเวณไปตามท้องถนน
บางครั้งมีการสำแดงพลังโยกไปมา
คนจีนรุ่นก่อนพูดกันว่า
ถ้าจะหาสามีทนถึกแข็งแรงจริง
ให้ดูจากคนแบกหามเจ้า
คนไหนดึงให้คนอื่นไปในทิศที่นำได้
คนนี้คือ แกนนำ แข็งแรง ทนถึก
ถ้ายังโสดเหมาะกับการเป็นสามีมาก
คนชราเหล่านี้คงผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
ชีวิตที่เคยโลดเล่นบนถนนหนทางทำมาหากิน
แต่สุดท้ายไร้ญาติขาดมิตร จบลงที่นี่
แบบศักดิ์ศรีคนทำงานสูญสิ้น
มีชีวิตหายใจทิ้งไปวัน ๆ
.
.
สถานสงเคราะห์คนชราอนาถา
ก่อตั้งโดยเจียกีซี (ขุนนิพัทธิ์จีนนคร)
ผู้รับเหมาช่วงสร้างทางรถไฟ
จากทุ่งสง-สุไหงโกลค ปาดังเบซาร์
โดยตัดงานจากชียุกหลั่น
(ขุนศุภสารรังสรรค์)
หลังงานก่อสร้างรถไฟจบลงแล้ว
คนงานบางส่วนก็ตั้งตัวได้
บางส่วนก็กลับแผ่นดินเกิด
บางส่วนไร้ญาติขาดมิตรในสยาม
เฒ่าชะแรแก่ชราไร้หนทางไป
ท่านจึงสร้างที่อยู่ที่พักคนชราขึ้นมา
ในระยะแรกเฉพาะอดีตกรรมกรของท่าน
ต่อมา ก็ขยายโอกาสให้คนจึนภาษาอื่น
เข้ามาพักในบั้นปลายชีวิตได้
โดยได้รับเงินสนับสนุนจากคนจึนด้วยกัน
แต่เงินรายได้หลักจากสุสานที่บ้านพรุ
ต่อมา คนจีนแต๊จิ๋วสร้างสุสานอีกแห่งติดกัน
ขึ้นมาแข่งขัน อ้างธรรมเนียมต่างกัน
ที่เบตง จะมีฌาปนกิจสถาน
ของคนจีนแต่ละภาษาในเบตง
เพราะธรรมเนียมพิธีกรรมแตกต่างกันจริง ๆ
แต่ลึก ๆ จริง ๆ
ที่หาดใหญ่ผลประโยชน์ขัดกัน
เพราะสุสานกำไรแฝงเยอะมาก
ตั้งแต่คนสร้างหลุมศพในสุสาน
คนดูแลสภาพสุสานก่อนว้นเชงเม้ง
คนงานทั่วไปภายในสุสาน
สุสานสองแห่งนี้มีการขยายพื้นที่
หลายร้อยไร่ จนใหญ่ทึ่สุดในภาคใต้
จนทางการต้องห้ามขยายพื้นที่อีก
เพราะจะทำให้เป็นแหล่งอโคจร
น่ากล้ว ที่หลบซ่อนนักพนัน โจรผู้ร้าย
ทุกว้นนี้ พัฒนาเป็นสถานออกกำลังกาย
.
.
สถานสงเคราะห์คนชราอนาถา ที่นี่
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ หลายไร่
ราคาประเมินที่ดินแพงที่สุดไร่ละ 200 ล้านบาท
จนเคยมีคนคิดจะขายหรือให้เช่า
แล้วย้ายสถานที่นี้ไปรอบนอก
จนมีคนพูดประชด
รวยจริงต้องปลูกยางพาราแถวนี้
เดิมค่อนข้างไกลปืนเที่ยง เปลี่ยว น่ากลัว
เพราะความเจริญยังมาไม่ถึง
แบบป่าช้าสีลมในกทม. ยุคอดีต
มีการตั้งศพไว้รอไปฝังทีสุสาน
ที่เซี่ยงตึ้งก็มีฌาปนกิจสถาน
ทั้งสองแห่งนี้ ยอดนิยมชาวจีน
คนไทยเชื้อสายจีนในหาดใหญ่
เดิมการบริหารจัดการทั้งคู่มั่วมาก
มีคนในผูกขาด กันคนนอกเข้ามา
ทุกวันนี้มีการจัดระเบียบมีกฎเกณฑ์ชัดเจน
ในอดีตคนภายในเรียกเก็บเงิน
จากทายาทคนตายแบบคดโกง
ผีถึงป่าช้า ไม่ฝังก็ต้องเผา
เช่น ค่าโลงศพหัวหมูคนจึน
ปากบอกว่าแค่ 70,000 บาท
พอส่งถึงที่บวกอีก 7.000 บาท
เล่นเอาเจ้าภาพเซ็งเป็ด ไม่กล้าบอกเลิก
เพราะจะกระทบฤกษ์ใส่โลงศพ
คนมางานศพ ที่ทราบข่าวแล้ว
รวมทั้งค่าอาหารเซ่นคนตาย
อาหารจัดเลี้ยงคนมางานมีการผูกขาด
มีเจ้าประจำรับในงานศพ ห้ามเจ้าอื่น
เก็บกันทุกเม็ด โกงกันทุกรูปแบบ
แก้วแหวนเงินทองคนตายที่ติดตัวมา
ถ้าทายามลืมเก็บ ยังหายได้เลย
คนจะโกง หน้าด้านใจดำ ทำได้ทั้งนั้น
ทำให้หลายคนขยาด นิยมเผา มากกว่าฝัง
แม้ว่าคนชั่วจะหายไปมากแล้ว
แต่ภาพลักษณ์จดจำไม่ลบเลือนง่าย ๆ
.
.
เห็นภาพแรกวา ทำให้
นึกถึงคำกลอนหน้าป้ายหลุมศพ
ป่าช้าวัดดอน ของคนจีนท่านหนึ่ง
เคยล่องผ่านน้ำดำ
เคยกินน้ำขม
ความในใจเต็มอุระ(อก)
หายไปกับสายน้ำ
หวังจะเป็นเจ้าสัว(ที่สยาม)
ไม่ได้กลับแผ่นดินเกิด
สุดท้ายฝ้งที่งี่ซัวเต็ง
(ป่าช้าวัดดอน กทม,)
เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนเสียงประทัด
.
.
.
.
มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชราอนาถา
บ้านคนชราหาดใหญ่
.
.
ความในใจผ่านขบวนแห่ประจำปี
.
ถ้าเลือกได้ OST.กรงกรรม
แก้ม วิชญาณี | Official MV
.
แรกวา (เมื่อวาน)
ขับรถผ่านสถานสงเคราะห์คนชราอนาถา
มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชราอนาถา
บ้านคนชราหาดใหญ่
เห็นภาพสตรีชราหลายคนนั่งอยู่ด้านหน้า
ส่วนคนชายชราเห็นแค่ประปรายไม่กี่คน
ปรกติมักจะห้ามเข้าออกไปมาหาสู่ข้างนอก
เพื่อป้องกันอันตราย กับ
การหลงลืมกลับที่พักไม่ถูก
สายตาเหม่อลอย
มีทั้งบ่งบอกสุข ทุกข์ ที่ผ่านมา
จากความทรงจำที่แสนงดงาม แสนเศร้า
หลังจากมองไปที่
ขบวนแห่ตรุษจีนของหาดใหญ่
ที่จัดโดยมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่
หลังจากว้นตรุษจีน 7 วัน
จัดมานานกว่าร่วมศตวรรษแล้ว
ในบางปี
ขบวนแห่เอิกเกริกอลังการ์มาก
มีมังกรเต้นไปตามท้องถนน
มีวงโยธวาทิต สองโรงเรียน
ชุดสตรีจีนหาบแผ่นป้ายจีน คำมงคล
มี เอ็งกอ กลุ่มโจรในนิยายซ้องกัง
กระโดดโลดเต้นไปตามท้องถนน
การบรรเลงเพลงจีน ขลุ่ย ซอ กลอง ฆ้อง
เพลงฟังแล้วจริง ๆ ค่อนข้างเศร้า
มีรถกะบะบรรทุกเจ้าจากศาลต่าง ๆ
มีชายหนุ่มหญิงสาวแบกหาม
เทพเจ้าจากศาลเจ้าต่าง ๆ ในหาดใหญ่
เดินตระเวณไปตามท้องถนน
บางครั้งมีการสำแดงพลังโยกไปมา
คนจีนรุ่นก่อนพูดกันว่า
ถ้าจะหาสามีทนถึกแข็งแรงจริง
ให้ดูจากคนแบกหามเจ้า
คนไหนดึงให้คนอื่นไปในทิศที่นำได้
คนนี้คือ แกนนำ แข็งแรง ทนถึก
ถ้ายังโสดเหมาะกับการเป็นสามีมาก
คนชราเหล่านี้คงผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน
ชีวิตที่เคยโลดเล่นบนถนนหนทางทำมาหากิน
แต่สุดท้ายไร้ญาติขาดมิตร จบลงที่นี่
แบบศักดิ์ศรีคนทำงานสูญสิ้น
มีชีวิตหายใจทิ้งไปวัน ๆ
.
.
สถานสงเคราะห์คนชราอนาถา
ก่อตั้งโดยเจียกีซี (ขุนนิพัทธิ์จีนนคร)
ผู้รับเหมาช่วงสร้างทางรถไฟ
จากทุ่งสง-สุไหงโกลค ปาดังเบซาร์
โดยตัดงานจากชียุกหลั่น
(ขุนศุภสารรังสรรค์)
หลังงานก่อสร้างรถไฟจบลงแล้ว
คนงานบางส่วนก็ตั้งตัวได้
บางส่วนก็กลับแผ่นดินเกิด
บางส่วนไร้ญาติขาดมิตรในสยาม
เฒ่าชะแรแก่ชราไร้หนทางไป
ท่านจึงสร้างที่อยู่ที่พักคนชราขึ้นมา
ในระยะแรกเฉพาะอดีตกรรมกรของท่าน
ต่อมา ก็ขยายโอกาสให้คนจึนภาษาอื่น
เข้ามาพักในบั้นปลายชีวิตได้
โดยได้รับเงินสนับสนุนจากคนจึนด้วยกัน
แต่เงินรายได้หลักจากสุสานที่บ้านพรุ
ต่อมา คนจีนแต๊จิ๋วสร้างสุสานอีกแห่งติดกัน
ขึ้นมาแข่งขัน อ้างธรรมเนียมต่างกัน
ที่เบตง จะมีฌาปนกิจสถาน
ของคนจีนแต่ละภาษาในเบตง
เพราะธรรมเนียมพิธีกรรมแตกต่างกันจริง ๆ
แต่ลึก ๆ จริง ๆ
ที่หาดใหญ่ผลประโยชน์ขัดกัน
เพราะสุสานกำไรแฝงเยอะมาก
ตั้งแต่คนสร้างหลุมศพในสุสาน
คนดูแลสภาพสุสานก่อนว้นเชงเม้ง
คนงานทั่วไปภายในสุสาน
สุสานสองแห่งนี้มีการขยายพื้นที่
หลายร้อยไร่ จนใหญ่ทึ่สุดในภาคใต้
จนทางการต้องห้ามขยายพื้นที่อีก
เพราะจะทำให้เป็นแหล่งอโคจร
น่ากล้ว ที่หลบซ่อนนักพนัน โจรผู้ร้าย
ทุกว้นนี้ พัฒนาเป็นสถานออกกำลังกาย
.
.
สถานสงเคราะห์คนชราอนาถา ที่นี่
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ หลายไร่
ราคาประเมินที่ดินแพงที่สุดไร่ละ 200 ล้านบาท
จนเคยมีคนคิดจะขายหรือให้เช่า
แล้วย้ายสถานที่นี้ไปรอบนอก
จนมีคนพูดประชด
รวยจริงต้องปลูกยางพาราแถวนี้
เดิมค่อนข้างไกลปืนเที่ยง เปลี่ยว น่ากลัว
เพราะความเจริญยังมาไม่ถึง
แบบป่าช้าสีลมในกทม. ยุคอดีต
มีการตั้งศพไว้รอไปฝังทีสุสาน
ที่เซี่ยงตึ้งก็มีฌาปนกิจสถาน
ทั้งสองแห่งนี้ ยอดนิยมชาวจีน
คนไทยเชื้อสายจีนในหาดใหญ่
เดิมการบริหารจัดการทั้งคู่มั่วมาก
มีคนในผูกขาด กันคนนอกเข้ามา
ทุกวันนี้มีการจัดระเบียบมีกฎเกณฑ์ชัดเจน
ในอดีตคนภายในเรียกเก็บเงิน
จากทายาทคนตายแบบคดโกง
ผีถึงป่าช้า ไม่ฝังก็ต้องเผา
เช่น ค่าโลงศพหัวหมูคนจึน
ปากบอกว่าแค่ 70,000 บาท
พอส่งถึงที่บวกอีก 7.000 บาท
เล่นเอาเจ้าภาพเซ็งเป็ด ไม่กล้าบอกเลิก
เพราะจะกระทบฤกษ์ใส่โลงศพ
คนมางานศพ ที่ทราบข่าวแล้ว
รวมทั้งค่าอาหารเซ่นคนตาย
อาหารจัดเลี้ยงคนมางานมีการผูกขาด
มีเจ้าประจำรับในงานศพ ห้ามเจ้าอื่น
เก็บกันทุกเม็ด โกงกันทุกรูปแบบ
แก้วแหวนเงินทองคนตายที่ติดตัวมา
ถ้าทายามลืมเก็บ ยังหายได้เลย
คนจะโกง หน้าด้านใจดำ ทำได้ทั้งนั้น
ทำให้หลายคนขยาด นิยมเผา มากกว่าฝัง
แม้ว่าคนชั่วจะหายไปมากแล้ว
แต่ภาพลักษณ์จดจำไม่ลบเลือนง่าย ๆ
.
.
เห็นภาพแรกวา ทำให้
นึกถึงคำกลอนหน้าป้ายหลุมศพ
ป่าช้าวัดดอน ของคนจีนท่านหนึ่ง
เคยล่องผ่านน้ำดำ
เคยกินน้ำขม
ความในใจเต็มอุระ(อก)
หายไปกับสายน้ำ
หวังจะเป็นเจ้าสัว(ที่สยาม)
ไม่ได้กลับแผ่นดินเกิด
สุดท้ายฝ้งที่งี่ซัวเต็ง
(ป่าช้าวัดดอน กทม,)
เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนเสียงประทัด
.
.
.
มูลนิธิจงฮั่วสงเคราะห์คนชราอนาถา
บ้านคนชราหาดใหญ่
.