ดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศมีอะไรกันบ้าง มาดูกัน สวยๆทั้งนั้น

1. อินโดนีเซีย

เริ่มกันที่ประเทศอินโดนีเซียที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นและมีหมู่เกาะมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีน้ำมันเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศอีกด้วย ซึ่งดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย คือ “ดอกกล้วยไม้ราตรี” หรือ “Moon Orchid” ซึ่งเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์พิเศษอย่าง Phalaenopsis amabilis ที่ออกดอกงดงามตลอดทั้งปี พบเห็นได้ง่ายในพื้นที่ราบต่ำต่าง ๆ 

โดยลักษณะของดอกกล้วยไม้ราตรีนั้น มีกลีบดอกขนาดใหญ่ในโทนสีขาวนวลและอมสีม่วงนิด ๆ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โดยคำว่า “กล้วยไม้ราตรี” ในภาษาอินโดนีเซียจะเรียกว่า Anggrek bulan ซึ่งคำว่า Anggrek หมายถึง กล้วยไม้ และคำว่า bulan หมายถึงพระจันทร์นั่นเอง

2. มาเลเซีย

มาเลเซีย ประเทศที่มีชื่อเสียงด้านฐานเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดิบที่34ของโลก ซึ่งในส่วนของดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกพู่ระหง (ดอกชบาแดง) หรือถ้าในภาษามาเลย์ก็จะเรียกว่าดอกบุหงารายอค่ะ เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีลำต้นสูงประมาณ 1 เมตรเพียงเท่านั้น ลักษณะจะมีกลีบดอกสีแดงสดใสและมีแกนเกสรอยู่ตรงกลางเหนือดอกขึ้นไป ชาวมาเลเซียเชื่อกันว่าพู่ระหงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรง เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความสามัคคีเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติ ซึ่งดอกพู่ระหงก็มีเอกลักษณ์และความสวยสง่าที่ไม่อาจละสายตาเลยทีเดียว

3. ฟิลิปปินส์

“ประเทศฟิลิปปินส์” อาเซียนประเทศที่ 3 ซึ่งมีประชากรสูงถึง 90 ล้านคน เมื่อเทียบกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แล้วเป็นตัวเลขที่สูงมากเลยล่ะค่ะ สำหรับดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์ คือ “ดอกพุดแก้ว” สีขาวบริสุทธิ์ มีกลีบเป็นแฉกคล้ายรูปดาว กลิ่นหอมตลบอบอวลไปด้วยความสดชื่นโดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ชาวฟิลิปปินส์เชื่อว่าดอกพุดแก้วเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน และเข้มแข็ง มักถูกนำมาประดับในงานเฉลิมฉลองและงานรื่นเริงอยู่บ่อยครั้ง

4. สิงคโปร์

สำหรับประเทศสิงคโปร์ เมืองแห่งสิงโตพ่นน้ำ ก็มี “ดอกกล้วยไม้แวนด้า” เป็นดอกไม้ประจำชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 หรือ พ.ศ. 2524 เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว โดยชื่อพันธุ์แวนด้ามาจากชื่อของผู้ทำการผสมพันธุ์กล้วยไม้สายพันธุ์นี้ได้สำเร็จนั่นเอง

ลักษณะของดอกกล้วยไม้แวนด้านี้จะมีโทนสีม่วงแดงสดใสและออกดอกบานสะพรั่งตลอดทั้งปี จัดเป็นดอกกล้วยไม้ที่ฮอตมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์เลย

5. ไทย

สำหรับประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งใน 10 ประเทศอาเซียนเช่นกัน และดอกไม้ประจำชาติของเรานั้นก็คือ ดอกราชพฤกษ์ หรือดอกคูนที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดี ดอกราชพฤกษ์หน้าตาจะเป็นช่อสีเหลืองสดสวย หากใครเคยขับรถผ่านถนนราชพฤกษ์หรือถนนหลวงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมก็คงจะเห็นดอกราชพฤกษ์ที่กำลังร่วงหล่นเต็มท้องถนน ให้ความรู้สึกที่สวยงามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

อีกทั้งคนไทยยังมีความเชื่อที่เล่าขานต่อกันมาว่าสีเหลืองของดอกราชพฤกษ์ คือ สีแห่งพระพุทธศาสนา รวมถึงนิยมนำมาประดับพระเจดีย์ทรายในช่วงวันสงกรานต์อีกด้วย

6. บรูไนดารุสซาลาม

ถัดมากับประเทศบรูไนดารุสซาลาม ประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ซึ่งถือเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกส้านชะวาหรือดอกซิมปอร์ มีลักษณะเป็นพุ่มสีเหลืองสดใส ขนาดใหญ่พอสมควร เมื่อบานเต็มที่แล้วกลีบดอกจะงุ้มเล็กน้อยคล้ายร่ม สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะตามแม่น้ำประเทศบรูไน รวมถึงบนธนบัตรและงานศิลปะต่าง ๆ 

7. เวียดนาม

ประเทศเวียดนาม ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำด้านการส่งออกและผลิตกาแฟโรบัสต้าเป็นอันดับ 1 ของโลก มีดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกบัว ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ เพราะดอกบัวมักจะคลี่บานพร้อมกับแสงตะวันในยามเช้าเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันที่สดใส

ชาวเวียดนามเชื่อว่าดอกบัว คือ สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ความรัก ความผูกพัน และการมองโลกในแง่บวก อีกทั้งยังมักถูกกล่าวถึงในบทกลอน และเพลงพื้นเมืองของชาวเวียดนามอยู่เป็นประจำ

8. ลาว

ประเทศลาว เมืองที่มีสถานที่ยอดฮิตอย่างหลวงพระบางเป็นจุดเด่น มีดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกจำปาลาว หรือดอกลีลาวดีที่คนไทยเรารู้จักกัน มีหลากหลายสีสันทั้งสีขาว สีส้ม สีแดง สีชมพู และสีเหลือง เชื่อว่าเป็นตัวแทนของความสุข สดชื่น สดใส และจริงใจ

อีกทั้งชาวเมืองลาวยังนิยมใช้ดอกจำปาลาวในงานมงคลทุกชนิด ไม่ว่าจะงานบวช งานแต่ง งานทำบุญ รวมถึงนำมาร้อยเรียงเป็นพวงมาลัย เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วย

9. เมียนมาร์


ถัดมากับประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเราอย่างเมียนมาร์หรือพม่า ที่มีดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกประดู่สีเหลืองทอง มักผลิดอกออกใบในฤดูฝนแรกหรือช่วงเดือนเมษายน ชาวเมียนมาร์มีความเชื่อว่าดอกประดู่คือสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาบูชาพระและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างขาดไม่ได้เลย

10. กัมพูชา

ดอกลำดวน

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่