เกมมืด Wall Street เมื่อ "อสูรกาย" ขยับตัว... เม่าต้องระวังตายหมู่!!!



ถ้าคุณคิดว่าธนาคารใหญ่ๆ อย่าง JPMorgan น่ากลัวแล้ว แสดงว่าคุณยังไม่รู้จัก "Jane Street" พวกเขาไม่ใช่ธนาคารที่รับฝากเงินคุณ แต่เขาคือ "นักล่า" ที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกเพื่อดักกินส่วนต่างราคาหุ้นและคริปโตทั่วโลก

Jane Street คือใคร? (อสูรกายในคราบโปรแกรมเมอร์)
ลองนึกภาพกลุ่มคนที่ฉลาดที่สุดในโลก นั่งอยู่ในห้องแอร์ ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แต่ในมือถือรีโมทคอนโทรล "ก๊อกน้ำ" ของตลาดหุ้นทั่วโลกไว้
1. พวกเขาไม่ได้ "ลงทุน" เพราะเชื่อในบริษัทนั้นๆ
2. พวกเขา "ทำกำไร" จากความวุ่นวาย
3. พวกเขาคือเจ้าของบ่อนที่คำนวณมาแล้วว่า ไม่ว่าคุณจะแทงถูกหรือผิด เขาก็ได้ค่าต๋งเสมอ และถ้าเขาอยากให้ใครเจ๊ง เขาก็แค่ "ปิดก๊อก" สภาพคล่องเสีย

คดีล้มยักษ์ UST การฆาตกรรมกลางสี่แยก
จำตอนเหรียญ LUNA/UST ล่มสลายจนคนสิ้นเนื้อประดาตัวได้ไหม?
ข้อมูลล่าสุดบ่งบอกว่ามันไม่ใช่แค่ความซวย แต่มันคือ "การลอบสังหาร"
1. วิธีการ Jane Street และพรรคพวก ถูกสงสัยว่าใช้ข้อมูลวงใน รู้ว่าตอนไหนคนจะถอนเงินเยอะๆ แล้วอาศัยจังหวะเพียง 10 นาที ที่ทุกคนเผลอ "เทขาย" ตัดหน้าจนระบบพังพินาศ
2. บทเรียน ในโลกนี้ ความเร็วคืออาวุธ ใครเร็วกว่า 0.001 วินาที คนนั้นคือผู้ชนะที่ได้เงินทั้งหมดไป

เป้าหมายใหม่ Strategy (MSTR)
ตอนนี้ Jane Street เข้าไปซื้อหุ้น MSTR (บริษัทที่สะสม Bitcoin มากที่สุดในโลก) แบบถล่มทลาย
1. รายย่อยมอง "โห ยักษ์ใหญ่มาซื้อตาม แปลว่า Bitcoin  Go to the Moon แน่ๆ!" (เตรียมกระโดดเข้าใส่)
2. สายดาร์กมอง "นี่คือการวางระเบิด" พวกเขาซื้อไว้เยอะๆ เพื่อที่วันหนึ่งจะ "ทุบ" ส่วนต่างราคา (Premium) ให้เละ หรือใช้หุ้นในมือบีบให้เจ้าของอย่าง Michael Saylor ต้องจนมุม
3. ​จงจำไว้ เมื่อไหร่ที่หมาป่าเข้ามาทำดีกับแกะ มันไม่ได้มาเพื่อช่วยหาหญ้า แต่มันมาเพื่อรอกินแกะทั้งฝูงในคำเดียว

ใครอยู่เบื้องหลังการฟ้องร้อง? (สงครามตัวแทน)
ทำไม Terra ที่พังไปแล้วถึงลุกขึ้นมาฟ้องยักษ์ใหญ่อย่าง Citadel หรือ Jane Street?
มีการวิเคราะห์ว่านี่คือ "การล้างบ้าน" ครั้งใหญ่
1. ขจัดเสี้ยนหนาม รัฐบาลหรือกลุ่มอำนาจเก่า ต้องการกำจัด "มาเฟียสายเทา" ที่คุมตลาดคริปโตแบบไร้ระเบียบ
2. ปูพรมแดงให้ยักษ์ใหญ่ เมื่อกำจัดพวก MM สายโหดออกไปได้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ที่ "เชื่องกว่า" ก็จะเข้ามาคุมตลาดแทน (Era of Tokenization)
3. ตลาดสะอาด (ที่ถูกควบคุม) เขาต้องการสร้างตลาดที่ดูสะอาดตา เพื่อดึงเงินจากคนธรรมดาเข้ามาให้มากขึ้นนั่นเอง

บทสรุป
ในโลกการเงินที่โหดร้ายนี้
1. อย่าเชื่อ "ข่าวดี" ที่ออกมาจากปากยักษ์ใหญ่
2. อย่าวิ่งตาม "ราคา" ที่ถูกปั่นขึ้นมาล่อหน้า
3. "คนที่รอดไม่ใช่คนที่กำเงินเยอะสุด แต่คือคนที่รู้ว่าใครกำลังถือมีดจ่อหลังเราอยู่"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่