UPDATE: ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทเตรียมถูกแบงก์ตรวจสอบ! ธปท.เตรียมออกประกาศต้นมีนาคม
เตรียมตัว! ประชาชนทั่วไปต้องการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องถูกแบงก์ตรวจสอบ แบงก์ชาติเผยเตรียมออกประกาศเกี่ยวกับเกณฑ์การเบิกเงินสดที่จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ภายในต้นมีนาคม ผู้ว่าฯ เผยเตรียมขยายหลักเกณฑ์นี้ไปกับ ‘การฝากเงิน’ ด้วย แย้มในอนาคตเตรียมลดเพดานลงเหลือ 3 ล้านบาท หวังแก้ปัญหาเงินเทาในประเทศ
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกประกาศบังคับให้สถาบันการเงินตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกถอนเงินสดที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ภายในต้นเดือนมีนาคม มุ่งสกัดธุรกรรมสีเทา
“หลังจากนี้ไป การเบิกเงินสดเกินมูลค่า 5 ล้านบาท จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่า ลูกค้าจะนำเงินไปทำอะไรสุจริตหรือไม่ ถ้าท่านเป็นบุคคลธรรมดาจะเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทจริงๆ ท่านสามารถทำได้ แต่ถ้าท่านไม่มีเหตุผลอธิบายแบงก์พาณิชย์ ท่านก็จะมีข้อจำกัดไม่ให้เบิกเกิน 5 ล้านบาท” วิทัยกล่าว
ผู้ว่าฯ ธปท.ยังกล่าวต่อว่า ในระยะ (เฟส) ถัดไป เตรียมจะออกมาตรการบังคับให้สถาบันการเงินตรวจสอบ (Due Diligence) การฝากเงินสดด้วย โดยอาจตั้งเพดานที่เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปเช่นกัน นอกจากนี้ ในอนาคตก็อาจปรับวงเงินลงมาเหลือ 3 ล้านบาท
โดยระบุว่า “ต่อไป ถ้าฝากเงินเกินจำนวนที่ระบุเช่น 5 ล้านบาท ท่านก็ต้องบอกว่า ท่านเอาเงินมาจากไหน และพอใช้เกณฑ์นี้ไปสักพัก (ตรวจสอบการถอนและฝากเงินเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป) ก็อาจจะลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาท”
“จริงๆ ผมจะเริ่มจาก 3 ล้านบาท แต่ว่ามีคนทักท้วงพอสมควร ก็เจอกันที่ 5 ล้านบาท ทั้งถอนและฝากก่อน เพื่อให้อุตสาหกรรมปรับตัวก่อน ก่อนในอนาคตจะลดลงเหลือจำนวนที่เหมาะสมเช่น 3 ล้านบาท เป็นต้น มาตรการเหล่านี้ก็จะเป็นการที่ทำให้เรื่องทุนเทาดีขึ้น”
ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวย้ำว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดเงินเทาที่พยายามมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น มาตรการกำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศจากลูกค้าได้ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อวันต่อราย และคำสั่งร้านทองรายงานข้อมูลการซื้อหรือขายทองคำในประเทศและต่างประเทศ สำหรับร้านทองที่มีมูลค่าการซื้อขายทองคำในประเทศเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตามปีปฏิทินตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด
“การแก้เงินเทา ผมก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ แปลว่า ถ้าตอนนี้มีเงินสดจะหลบไปทางซื้อดอลลาร์ก็ติดว่าเกินไม่ได้ 800,000 บาทไม่ได้ จะหลบไปซื้อทองก็ได้มีข้อจำกัดถูกรายงาน ส่วน USDT ก็ตามไปดูอยู่ครับ ก็ค่อยๆ ปิด ค่อยๆ ทำไป ประเทศก็จะดีขึ้น” วิทัยกล่าว
UPDATE: ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทเตรียมถูกแบงก์ตรวจสอบ! ธปท.เตรียมออกประกาศต้นมีนาคม
เตรียมตัว! ประชาชนทั่วไปต้องการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องถูกแบงก์ตรวจสอบ แบงก์ชาติเผยเตรียมออกประกาศเกี่ยวกับเกณฑ์การเบิกเงินสดที่จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ภายในต้นมีนาคม ผู้ว่าฯ เผยเตรียมขยายหลักเกณฑ์นี้ไปกับ ‘การฝากเงิน’ ด้วย แย้มในอนาคตเตรียมลดเพดานลงเหลือ 3 ล้านบาท หวังแก้ปัญหาเงินเทาในประเทศ
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกประกาศบังคับให้สถาบันการเงินตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกถอนเงินสดที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ภายในต้นเดือนมีนาคม มุ่งสกัดธุรกรรมสีเทา
“หลังจากนี้ไป การเบิกเงินสดเกินมูลค่า 5 ล้านบาท จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องตรวจสอบว่า ลูกค้าจะนำเงินไปทำอะไรสุจริตหรือไม่ ถ้าท่านเป็นบุคคลธรรมดาจะเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทจริงๆ ท่านสามารถทำได้ แต่ถ้าท่านไม่มีเหตุผลอธิบายแบงก์พาณิชย์ ท่านก็จะมีข้อจำกัดไม่ให้เบิกเกิน 5 ล้านบาท” วิทัยกล่าว
ผู้ว่าฯ ธปท.ยังกล่าวต่อว่า ในระยะ (เฟส) ถัดไป เตรียมจะออกมาตรการบังคับให้สถาบันการเงินตรวจสอบ (Due Diligence) การฝากเงินสดด้วย โดยอาจตั้งเพดานที่เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปเช่นกัน นอกจากนี้ ในอนาคตก็อาจปรับวงเงินลงมาเหลือ 3 ล้านบาท
โดยระบุว่า “ต่อไป ถ้าฝากเงินเกินจำนวนที่ระบุเช่น 5 ล้านบาท ท่านก็ต้องบอกว่า ท่านเอาเงินมาจากไหน และพอใช้เกณฑ์นี้ไปสักพัก (ตรวจสอบการถอนและฝากเงินเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป) ก็อาจจะลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาท”
“จริงๆ ผมจะเริ่มจาก 3 ล้านบาท แต่ว่ามีคนทักท้วงพอสมควร ก็เจอกันที่ 5 ล้านบาท ทั้งถอนและฝากก่อน เพื่อให้อุตสาหกรรมปรับตัวก่อน ก่อนในอนาคตจะลดลงเหลือจำนวนที่เหมาะสมเช่น 3 ล้านบาท เป็นต้น มาตรการเหล่านี้ก็จะเป็นการที่ทำให้เรื่องทุนเทาดีขึ้น”
ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวย้ำว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดเงินเทาที่พยายามมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น มาตรการกำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศจากลูกค้าได้ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อวันต่อราย และคำสั่งร้านทองรายงานข้อมูลการซื้อหรือขายทองคำในประเทศและต่างประเทศ สำหรับร้านทองที่มีมูลค่าการซื้อขายทองคำในประเทศเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตามปีปฏิทินตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด
“การแก้เงินเทา ผมก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ แปลว่า ถ้าตอนนี้มีเงินสดจะหลบไปทางซื้อดอลลาร์ก็ติดว่าเกินไม่ได้ 800,000 บาทไม่ได้ จะหลบไปซื้อทองก็ได้มีข้อจำกัดถูกรายงาน ส่วน USDT ก็ตามไปดูอยู่ครับ ก็ค่อยๆ ปิด ค่อยๆ ทำไป ประเทศก็จะดีขึ้น” วิทัยกล่าว