🧪
“ฉลาดซื้อ” ทดสอบเครื่องฟอกอากาศ 15 ยี่ห้อ
ประเด็นหลัก
- มีการสุ่มซื้อเครื่องฟอกอากาศ
15 รุ่น ในตลาด (ราคา ~1,590–5,990 บาท) มาทดสอบ
- เน้นวัด “ประสิทธิภาพกรองฝุ่น PM2.5” ด้วยค่า
CADR ตามมาตรฐาน มอก.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้‘ฉลาดซื้อ’ เผยผลทดสอบ ‘เครื่องฟอกอากาศ’ 15 ยี่ห้อ พบบางยี่ห้อ ‘ประสิทธิภาพ’ ไม่ตรงตามที่ระบุใน 'ฉลาก' แนะ ‘สมอ.’ กำหนด ‘มาตรฐานบังคับ’ ลดฝุ่น PM 2.5
...........................................
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ‘นิตยสารฉลาดซื้อ’ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลการทดสอบเครื่องฟอกอากาศ โดยได้สุ่มซื้อตัวอย่างเครื่องฟอกอากาศในท้องตลาด จำนวน 15 ยี่ห้อ ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.2568 ราคาซื้อขายตามท้องตลาดระหว่าง 1,590-5,990 บาท ประกอบด้วย 1.Xiaomi รุ่น AC-M17-SC 2.Levoit รุ่น core 200s 3.Philips รุ่น AC0650 4.Bwell รุ่น AP-M1536S 5.Smarthome รุ่น AP-180
6.Sharp รุ่น FP-J30TA-B 7.Hatari รุ่น AP12R1 8.Smartmi รุ่น ZMKQJHQP11 9.Tefal รุ่น PT2210TD 10.Samsung รุ่น AX32BG3100GB 11.Worldtech รุ่น WT-P50 12.Electrolux รุ่น EP32-26UGA 13.IRIS OHYAMA รุ่น AAP-S26B 14.Mazuma รุ่น NANO CATALYST PLUS
และ 15.TOSHIBA รุ่น CAF-H20(W) ก่อนนำมาทดสอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) หรือการกรองฝุ่น ตามมาตรฐาน มอก. 3061-2563 และฉลากแสดงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานบังคับ มอก. 60335 เล่ม 2 (65)- 2564 เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศของผู้บริโภค ซึ่งผลการทดสอบฯ ปรากฎว่าเครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อ ไม่เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุโฆษณาบนฉลาก
นายไพบูลย์ ช่วงทอง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ระบุว่า การทดสอบเครื่องฟอกอากาศ 15 ตัวอย่างครั้งนี้ ครอบคลุม 2 เรื่อง คือ 1.ทดสอบศึกษาอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) 2.ศึกษาการประเมินพื้นที่เหมาะสม (Application Area) ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการทดสอบค่า CADR นั้น จะทดสอบอย่างน้อย 1 ครั้ง และอาจทดสอบซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในกรณีที่ค่าผลการทดสอบแตกต่างจากค่าที่ผลิตภัณฑ์แสดง
นอกจากนี้ ยังทำการสำรวจเกี่ยวกับการแสดงฉลากระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) เนื่องจากค่า CADR เป็นค่าที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตเครื่องฟอกอากาศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานบังคับให้ผู้ผลิตระบุค่า CADR บนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
นายไพบูลย์ ระบุว่า ผลการทดสอบศึกษาฯ พบว่า ยี่ห้อเครื่องฟอกอากาศที่ทำการทดสอบ และผลการทำสอบเป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุไว้ในฉลาก มีจำนวน 9 ยี่ห้อ ได้แก่ ยี่ห้อ Xiaomi, Philips, Sharp, Hatari, Smartmi, Tefal, Samsung, Electrolux, Mazuma และ TOSHIBA และยี่ห้อที่ผลทดสอบไม่เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุโฆษณาบนฉลาก มีจำนวน 4 ยี่ห้อ คือ Levoit ,Smarthome, Worldtech และ IRIS OHYAMA
ส่วนเครื่องฟอกยี่ห้อ Bwell ซึ่งผู้ผลิตได้แสดงค่า CADR บนผลิตภัณฑ์ แต่มีการอ้างผลทดสอบตามมาตรฐาน AHAM ซึ่งเป็นมาตรฐานของสหรัฐฯ ซึ่งทดสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่นละออง 3 ขนาด ได้แก่ ควันบุหรี่ (ขนาด 0.10-1.0 ไมครอน) ฝุ่นละอองทั่วไป (ขนาด 0.5–3.0 ไมครอน) ละอองเกสรดอกไม้ (ขนาด 5.0-11.0 ไมครอน) จึงไม่อาจเปรียบเทียบได้กับการทดสอบ มอก.3061-2563 ซึ่งทดสอบด้วยอนุภาคฝุ่น 0.3 ไมครอน
อย่างไรก็ดี ในกลุ่มยี่ห้อที่การทดสอบและจัดได้ว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ นั้น พบปัญหาการไม่ระบุอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นได้ง่าย ชัดเจนและสะดวก ได้แก่ ยี่ห้อ Philips, Smartmi, Electrolux ซึ่งไม่ระบุค่า CADR ไว้บนผลิตภัณฑ์ แต่ได้แสดงไว้บนเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ ,ยี่ห้อ Tefal ไม่ระบุค่า CADR บนผลิตภัณฑ์ แต่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของแหล่งจำหน่าย และยี่ห้อ Sharp ที่ไม่ระบุข้อมูล CADR ทั้งที่ผลิตภัณฑ์และเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์
นายไพบูลย์ มีข้อเสนอไปถึงหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า ขอเสนอว่าควรยกระดับมาตรฐาน มอก.3061-2563 ในเครื่องฟอกอากาศ โดยการกำหนดให้มีการแสดงค่าประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นขนาดอื่นๆ เป็นการบังคับ จากปัจจุบันที่ยังไม่มีการกำหนดเรื่องดังกล่าวไว้เป็นมาตรฐานบังคับ แต่เป็นการทำตามความสมัครใจของผู้ผลิตเอง
“เครื่องฟอกอากาศที่นำเข้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก เพราะความต้องการใช้ในประเทศเพิ่มขึ้นทุกขณะ ดังนั้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ สมอ. ควรทำความเข้าใจและสื่อสารกับผู้ประกอบการ และให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ” นายไพบูลย์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ‘นิตยสารฉลาดซื้อ’ มีข้อเสนอเชิงนโยบายฯถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4 ประเด็น ดังนี้
1.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรยกระดับมาตรฐานมอก. 3061-2563 ให้การแสดงค่าประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นขนาดอื่นๆเป็นการบังคับ เพื่อให้ผู้ผลิตระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ที่ชัดเจน เพื่อความรู้ความเข้าใจต่อการเลือกซื้อและเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
2.ค่าอัตราการส่งมอบอากาศสะอาด (CADR) เป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เนื่องจากสะท้อนประสิทธิภาพการลดมลพิษทางอากาศภายในห้องอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงควรมีการปรับปรุงมาตรฐานการทดสอบเครื่องฟอกอากาศของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ IEC และกำหนดให้มี การแสดงค่า CADR บนตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์เป็นข้อกำหนดบังคับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเพิ่มความโปร่งใสในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
3.การคำนวณพื้นที่ใช้งานที่เหมาะสมตามบริบทของประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้อ้างอิงความสูงเพดานประมาณ 2.75 เมตร ซึ่งแตกต่างจากเกณฑ์อ้างอิงของหลายมาตรฐานสากล ดังนั้นจึงควรกำหนดให้มี การแสดงพื้นที่ใช้งานที่เหมาะสมตามวิธีการประเมินที่สอดคล้องกับบริบทประเทศไทยบนผลิตภัณฑ์หรือเอกสารประกอบของเครื่องฟอกอากาศทุกชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร
4.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรเร่งให้ความรู้กับภาคประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจต่อมาตรฐานประเภทต่างๆ ของก่อนเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ อีกทั้งควรประสานร่วมมือกับภาคผู้ผลิตให้มีการจัดทำข้อมูล เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน
ด้าน นางทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า การทดสอบเครื่องฟอกอากาศดังกล่าว เกิดจากวาระทางสังคม คือ สถานการณ์ฝุ่นละอองที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องใช้ซื้อสินค้าเครื่องฟอกมากขึ้น และผู้ผลิตก็มีจำนวนมากรายเช่นกัน
มูลนิธิผู้บริโภค ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงทำการทดสอบเครื่องฟอกอากาศเป็นครั้งที่ 2 หลังจากทดสอบครั้งที่ 1 เมื่อปี 2563 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค ตามวัตถุประสงค์โครงการเฝ้าระวังสินค้าด้วยการทดสอบสินค้าของสภาองค์กรของผู้บริโภค
ขณะที่ นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเข้ามาสนับสนุนการทดสอบฯในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าจะเกิดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะการทดสอบเกี่ยวกับค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ส่วนในระยะต่อไป มอก.60335 เล่ม 2(65)-2564 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอแล้ว และต้องมีมาตรฐานบังคับอื่นๆเพิ่มเข้ามาด้วย
“ผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศ คงจะไม่ได้หวังให้เกิดการรับประกันเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น แต่เรื่องของการกรองค่าฝุ่นต่าง รวมถึงเรื่องอื่นๆ เขาก็คาดหวังด้วยเช่นกัน” นายโสภณ กล่าว
📊
ผลทดสอบ (สรุปสำคัญ)
✅ กลุ่มที่ “ทำได้ตามสเปก”
มีประมาณ
9 ยี่ห้อ ที่ประสิทธิภาพตรงกับที่โฆษณา เช่น
Xiaomi, Philips, Sharp, Hatari, Samsung, Electrolux, TOSHIBA ฯลฯ
❌
กลุ่มที่ “ทำไม่ได้ตามโฆษณา”
มี
4 ยี่ห้อ ที่ผลทดสอบ “ต่ำกว่าที่ระบุ” ได้แก่
- Levoit
- Smarthome
- Worldtech
- IRIS OHYAMA
👉 แปลว่า “ฟอกได้จริง แต่ไม่แรงเท่าที่เคลมไว้”
⚠️
กรณีพิเศษ
บางแบรนด์ใช้ “มาตรฐานต่างประเทศ (AHAM)”
👉 ทำให้เทียบกับมาตรฐานไทยไม่ได้ตรง ๆ
🚨
ปัญหาที่พบ
- หลายรุ่น
ไม่ระบุค่า CADR ชัดเจนบนตัวเครื่อง
- ผู้บริโภคอาจ “เข้าใจผิด” จากโฆษณา
- มาตรฐานไทยยัง “ไม่บังคับ” ให้ต้องแสดงข้อมูลนี้
🧠 สรุปสั้นที่สุด
- เครื่องฟอกอากาศ “ไม่ได้แย่ทุกตัว”
- แต่มีหลายรุ่น
สเปกไม่ตรงโฆษณา
- จุดสำคัญที่ต้องดูจริง ๆ คือ
ค่า CADR ไม่ใช่แค่แบรนด์
ที่มา
isranews
ฉลาดซื้อ เผยผลทดสอบ เครื่องฟอกอากาศ 15 ยี่ห้อ พบบางยี่ห้อ ไม่ตรงตามที่ระบุใน 'ฉลาก' แนะ ‘สมอ.’ กำหนด ‘
ประเด็นหลัก
- มีการสุ่มซื้อเครื่องฟอกอากาศ 15 รุ่น ในตลาด (ราคา ~1,590–5,990 บาท) มาทดสอบ
- เน้นวัด “ประสิทธิภาพกรองฝุ่น PM2.5” ด้วยค่า CADR ตามมาตรฐาน มอก.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
📊 ผลทดสอบ (สรุปสำคัญ)
✅ กลุ่มที่ “ทำได้ตามสเปก”
มีประมาณ 9 ยี่ห้อ ที่ประสิทธิภาพตรงกับที่โฆษณา เช่น
Xiaomi, Philips, Sharp, Hatari, Samsung, Electrolux, TOSHIBA ฯลฯ
❌ กลุ่มที่ “ทำไม่ได้ตามโฆษณา”
มี 4 ยี่ห้อ ที่ผลทดสอบ “ต่ำกว่าที่ระบุ” ได้แก่
- Levoit
- Smarthome
- Worldtech
- IRIS OHYAMA
👉 แปลว่า “ฟอกได้จริง แต่ไม่แรงเท่าที่เคลมไว้”
⚠️ กรณีพิเศษ
บางแบรนด์ใช้ “มาตรฐานต่างประเทศ (AHAM)”
👉 ทำให้เทียบกับมาตรฐานไทยไม่ได้ตรง ๆ
🚨 ปัญหาที่พบ
- หลายรุ่น ไม่ระบุค่า CADR ชัดเจนบนตัวเครื่อง
- ผู้บริโภคอาจ “เข้าใจผิด” จากโฆษณา
- มาตรฐานไทยยัง “ไม่บังคับ” ให้ต้องแสดงข้อมูลนี้
🧠 สรุปสั้นที่สุด
- เครื่องฟอกอากาศ “ไม่ได้แย่ทุกตัว”
- แต่มีหลายรุ่น สเปกไม่ตรงโฆษณา
- จุดสำคัญที่ต้องดูจริง ๆ คือ ค่า CADR ไม่ใช่แค่แบรนด์
ที่มา isranews