จิตรวมได้เพราะ​สติ​ อย่าง​เดียว​เท่านั้น​

-จิตรวมได้ เพราะสติอย่างเดียวเท่านั้น
เมื่อเรารู้ว่าจิตของเรากำลังจะรวม ให้เรากำหนดผู้รู้...นิ่งอยู่
สติ กับใจอย่าให้เคลื่อนจากกัน

(คติธรรม หลวงปู่คำดี ปภาโส)

"ในบางครั้งเมื่อเราทำสมาธิได้แล้ว...
เมื่อจิตเริ่มรวมจะเกิดอาการต่างๆ เช่น มีความรู้สึกว่าเบามือ ทั้งสองข้าง ซาบซ่านตามร่าง
กาย ขนลุกขนพอง คล้ายกับพบสิ่งที่น่ากลัว
มีอาการตัวเบาหวิว เป็นต้น

บางคนเมื่อรู้ว่าจิตเริ่มจะรวม
จึงคอยดูว่า จิตจะรวมอย่างไร จิต ก็รวมไม่ได้สมาธิ ก็ไม่เกิด อันนี้! เป็นการกระทำที่ผิด
เมื่อเรารู้ว่า.จิตของเรากำลังจะรวม
ให้เรากำหนดผู้รู้...นิ่งอยู่  สติ กับใจ
อย่า ให้เคลื่อนจากกัน
อย่า ให้สติเคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ
เมื่อสติ ไม่เคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ
แล้วจิตก็รวมเอง บางครั้ง...ก็รวมสนิทเลย

เปรียบเหมือนเอาไม้ปักลงไปในน้ำ
ที่ไหลเชี่ยว ปักให้นิ่งไว้
อย่า ให้เคลื่อนไปตามน้ำ
อย่า ให้จิตเคลื่อนจากผู้รู้
ผู้ที่สามารถทำจิตรวมได้แล้ว ก็ให้กำหนดจิตตามเดิม กำหนดอย่างไร ที่ให้จิตรวมกันได้
ก็กำหนดอย่างนั้น...ถ้าจิตรวมสนิท ก็อย่าเพิ่งออกจากสมาธิเสียทีเดียว

ก่อนออกจากสมาธิ ก็ให้พิจารณาเสียก่อน
เราจะได้ทราบว่า เราบริกรรมอย่างใด
ตั้งสติอย่างใด ละวางอารมณ์สัญญาอย่างใด จิตของเรา จึงรวมได้เช่นนี้
ถ้าเราสามารถพิจารณา.ถึงกรรมวิธีต่างๆ ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติ ในครั้งต่อไป

ขอย้ำอีกครั้ง...กำหนดให้แน่วแน่นิ่งอยู่กับผู้รู้
สติ กับผู้รู้  อย่า ให้เคลื่อนไปตามอาการใดๆ
จิต ก็จะรวมได้เพราะสติอย่างเดียวเท่านั้น
(ถ้าขาดสติก็นั่งหลับ, เกิดอาการฟุ้งซ่าน, จิตไม่รวม เป็นต้น)

พูดตามปริยัติ “สติ” แปลว่าความระลึกได้
ในกิจที่ได้กระทำ แม้คำพูดทั้งในอดีต และปัจจุบัน ในทางปฏิบัติ “สติ” ว่าระลึกอยู่ที่ใจ ไม่ให้รู้ไปตามสิ่งอื่น ถึงจะมีสัญญาอะไร ก็
ไม่ให้เคลื่อนไหวไปตามอาการนั้น...
กำหนดรู้...นิ่งไว้อย่างนั้น...ระลึกอยู่ที่ใจ

ใจ ก็หมายถึงผู้รู้...
เมื่อสติ กับใจบังคับกันแนบนิ่งดีแล้ว จิต ก็จะรวมสนิท เมื่อเรานั่งกำหนดแล้ว ขณะที่เรา
เบาเนื้อ เบากาย ก็ให้เรานิ่งไว้อยู่...กับผู้รู้
คำบริกรรมต่างๆ ก็ให้เลิกบริกรรม ให้เอาแต่สติ...นิ่งไว้ ให้ระลึกแต่ผู้รู้...เท่านั้น
ตามธรรมดา สติ...มักจะส่งไปภายนอก
ชอบเล่นอารมณ์ สังขารที่ปรุงแต่ง ไม่ว่าจะ
คิดดี คิดร้าย คิดไม่ดี ไม่ร้าย

เราจะต้องพยายามฝึกหัดละวางอารมณ์
เหล่านี้ อย่า ให้จิตส่งออกไปภายนอก
ให้สติ อยู่...ที่ผู้รู้ เท่านั้น
เมื่อเรานั่งสมาธิภาวนา เรากำหนดคำบริกรรมใดๆ ก็ตาม ถ้าเราเผลอจากคำบริกรรมนั้น...
เมื่อเรารู้สึกว่า เราเผลอไปรับรู้อารมณ์ภายนอก ก็ให้รีบกลับมาบริกรรมอย่างเดิมตามที่เราเคยปฏิบัติมา

ถ้าในขณะทำสมาธิแล้ว จิตรวมวูบลงไป
เกิดเห็นร่างกายเป็นซากศพ ที่มีสภาพ
ที่เหมือนกับว่า เพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมศพ
แต่จริงๆ แล้วร่างกายเรา ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เมื่อเราถอนจิตออกมา ก็จะเห็นเป็นตัวตนธรรมดา อาการที่เราเห็นเป็นซากศพ เช่นนี้ ท่านเรียกว่า...“อสุภนิมิต” ถ้าเราเคยได้ยินครูบาอาจารย์แนะนำสั่งสอนในเรื่องของอสุภนิมิตแล้ว...เราก็ทำความรู้เท่าทัน

อสุภนิมิตนี้ ถ้าเกิดบ่อยๆ จะเป็นการดีมาก
ท่านอาจารย์ใหญ่(หลวงปู่มั่น)
ท่านนิยมมาก ถ้าพระเณรองค์ใดได้อสุภนิมิตเห็นร่างกายเน่าเปื่อยเป็นซากศพแล้ว...
ท่านว่า ผู้นั้น...จะสามารถที่จะบรรลุธรรมได้ง่าย

เรื่อง "สมาธิ"
หลวงปู่คำดี ปภาโส  วัดถ้ำผาปู่นิมิตร
ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย
________________________________________
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่